เชือดไก่ให้ลิงดู ! ยึดทรัพย์เครือข่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ 240ล้าน

18 ธ.ค. 2561 เวลา 2:35 น.

ตำรวจศูนย์ ศปอส.ร่วม ปปง.ยึดทรัพย์เครือข่ายขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มูลค่ากว่า 240 ล้านบาท ถือเป็นคดีแรกที่ตำรวจใช้กฎหมาย ปปง.เข้าดำเนินการ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รองผบช.ภ.4 พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รองผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.นฤวัต พุทธวิโร สว.งานสายตรวจ 1 นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายพิชัย สุวรรณกิจบริหาร. ผู้อำนวยการสำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม ตำรวจบก.ภ.จว.ภูเก็ต ร่วมกันแถลงข่าวผลการยึดอายัดทรัพย์ ตามยุทธการขุดรากถอนโคนเครือข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

ตำรวจศูนย์ ศปอส.ร่วม ปปง.ยึดทรัพย์เครือข่ายขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มูลค่ากว่า 240 ล้านบาท ถือเป็นคดีแรกที่ตำรวจใช้กฎหมาย ปปง.เข้าดำเนินการ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ทางชุดทำงานศปอส.ตร. ได้สืบสวนตามข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในช่องทางต่างๆ พบว่า ตลาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ตลาดเลียบหาดเฉวง อำเภอสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และตลาดไนท์บาร์ซาร์ จังหวัดเชียงใหม่ มีการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า จึงได้บูรณาการกำลัง เพื่อเข้าทลายแหล่งจำหน่ายสินค้าจุดเป้าหมายทางออนไลน์ โดยเน้นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้ว โดยในพื้นที่ภูเก็ตและจังหวัดสุราษฎร์ธานี จับกุมผู้ต้องหา 13 ราย ส่วนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จับผู้ต้องหารวม 12 ราย ในข้อหา “จำหน่ายหรือเสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร” พร้อมทั้งตรวจยึดสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าจำนวนมาก

ตำรวจศูนย์ ศปอส.ร่วม ปปง.ยึดทรัพย์เครือข่ายขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มูลค่ากว่า 240 ล้านบาท ถือเป็นคดีแรกที่ตำรวจใช้กฎหมาย ปปง.เข้าดำเนินการ

การกระทำดังกล่าวเป็นมูลฐานความผิดตามพรบ.ฟอกเงิน จึงได้ทำการ รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับ นายยุทธพงษ์ เพ็ชรรื่น และ นางสาวศวรรยา ทวีวงศ์ทรัพย์ ในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายหรือเสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร” และได้ยึดอายัดทรัพย์สินจำนวนหลายรายการ มูลค่า 200 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีรถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นอัลพาร์ท สีดำ หมายเลขทะเบียน กบ 888 ภูเก็ต รถยนต์ยี่ห้อ เมอร์ซิเดสเบนซ์ สีขาว หมายเลขทะเบียน กน 777 ภูเก็ต รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว รุ่น ไฮลัก ลีโว่ หมายเลขทะเบียน บบ 8880 ภูเก็ต ตู้เซฟนิรภัย พระเครื่อง โฉนดที่ดิน, สิ่งปลูกสร้าง, เงินสด, สร้อยคอทองคำ, นาฬิกา และทรัพย์สินอื่น รวมทั้งขยายผลอายัดทรัพย์สินจำนวนหลายรายการ อาทิ โฉนดที่ดิน , สิ่งปลูกสร้าง, รถยนต์, รถจักรยานยนต์, เงินสด, สร้อยคอทองคำ และทรัพย์สินอื่น รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ในพื้นที่เชียงใหม่

ตำรวจศูนย์ ศปอส.ร่วม ปปง.ยึดทรัพย์เครือข่ายขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มูลค่ากว่า 240 ล้านบาท ถือเป็นคดีแรกที่ตำรวจใช้กฎหมาย ปปง.เข้าดำเนินการ

อย่างไรก็ตามจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการขยายผลไปยังแหล่งผลิต ผู้ที่นำเข้า จะดำเนินการอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง ฝากไปยังผู้ที่ยังดำเนินการผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ กรุงเทพ ต่างจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ ๆ หรือการประกาศขายทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม หากยังดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการจับกุมดำเนินคดีขยายผลถึงนายทุน ตลอดจนใช้มาตรการยึดทรัพย์ จากความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามฟอกเงิน พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๓ (๑๓) และมีอัตราโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีหรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ ซึ่งการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน เพื่อให้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยหมดไป

ตำรวจศูนย์ ศปอส.ร่วม ปปง.ยึดทรัพย์เครือข่ายขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มูลค่ากว่า 240 ล้านบาท ถือเป็นคดีแรกที่ตำรวจใช้กฎหมาย ปปง.เข้าดำเนินการ

นายพิชัย กล่าวว่า มาตรการจากนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับทางกสทช. ได้กำหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์และระงับการเผยแพร่การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และการกระทำความผิดอื่นๆออนไลน์ เพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และความผิดอื่นๆ ที่กระทำในเครือข่าย อินเตอร์เน็ต. ให้มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งการตั้งศูนย์ดังกล่าวนั้นจะเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่สถานทูตต่างๆได้รับความสะดวกในการส่งข้อมูลการละเมิดลิขสิทธิ์ทางออนไลน์และการละเมิดสิทธิบัตร ซึ่งทันทีที่เจ้าที่ได้รับข้อมูลก็จะสามารถปิดกั้นสกัดกั้นการละเมิดลิขสิทธิ์และละเมิดสิทธิบัตรได้อย่างทันท่วงที เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีมาตรการที่จะดำเนินการในเรื่องของการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์และสิทธิบัตรทางออนไลน์อย่างรวดเร็ว โดยศูนย์ดังกล่าวจะมีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของศูนย์ปราบปรามอาเชียร์กรรมทางเทคโนโลยีสาระสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการดังกล่าวจำนวน 3 ราย โดยแบ่งเป็นพนักงานสอบสวนเพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์ และเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญชำนาญการในเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศและไอทีมาประจำ