ผกก.คันนายาว ร้อง อสส.เอาผิด"ปรเมศวร์"หมิ่นการทำงานออกทีวี(คลิป)

21 ธ.ค. 2561 เวลา 7:34 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผู้กำกับการสนคันนายาว นำข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดี สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ไปออกรายการที่สถานีโทรทัศน์ 2 สถานี และให้สัมภาษณ์ในประเด็นพาดพิงเกี่ยวกับคดี อีกทั้งวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของพนักงานสอบสวน เมื่อไม่นานมานี้

โดย พ.ต.อ.สิงห์เดช กล่าวว่า วันนี้ที่ตนเองมายื่นหนังสือกับอัยการสูงสุด ให้เอาผิดกับนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด เนื่องจากนายปรเมศวร์ ออกรายการที่สถานีโทรทัศน์ 2 สถานี ประเด็นพาดพิงเกี่ยวกับคดีเจ้าของควายยิ้ม ที่เปิดเรี่ยไรไถ่ชีวิต โดยใช้คำพูดว่า“ทำสำนวนอย่างไร้สติกลั่นแกล้งชาวบ้าน” ซึ่งถือว่าเป็นการดูถูกพนักงานสอบสวนซึ่งตนเองในฐานะผู้กำกับการสนคันนายาวเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนใน สน.พื้นที่ด้วย

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์ถึงข้อมูลต่างๆซึ่งเป็นพยานหลักฐานสำคัญ ในคดีที่นายสุรัตน์ ให้เกิด หรือพี่คล้าว 2018 เจ้าของเจ้าทองคำควายยิ้ม ที่เปิดเรี่ยไรไถ่ชีวิต โดยมีผู้หลงเชื่อโอนเงินให้จำนวนกว่า 160,000 บาท ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และอาจทำให้มีผลต่อรูปคดีได้ ทั้งที่ตนเองไม่ได้เป็นอัยการในคดีดังกล่าว ทั้งนี้ยังพบว่านายปรเมศวร์ ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ในคดีอื่นๆจนทำให้ตัวจำเลยนำการพูดคุยในรายการไปใช้เป็นการนำไปเบิกความในชั้นศาล หรืออาจนำไปเป็นพยานในฝั่งของจำเลย อาทิเช่นในคดีฆ่าเสือดำของนายเปรมชัย กรรณสูต ซึ่งมีกระแสข่าวออกมา ทั้งนี้ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นความขัดแย้งระหว่างองค์กร แต่เป็นสิ่งที่ตนเองไม่สบายใจกับการกระทำของนายปรเมศ แต่ยังไม่มีแนวคิดว่าจะมีการฟ้องร้องเรื่องการหมิ่นประมาทโดยตรงกับนายปรเมศ

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ด้านายประยุทธ์ เพชรคุณ และนายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองโฆษก สำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่าในเบื้องต้นจะรับคำร้องทุกข์ของผู้กำกับการ สน.คันนายาวไว้ ก่อนที่จะเรียกตัวนายปรเมศมาสอบถามถึงประเด็นดังกล่าวที่เกิดขึ้น ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากได้ผลเป็นเช่นใดแล้วก็จะดำเนินการตามที่ผู้ร้องทุกข์ได้แจ้งเรื่องมา ซึ่งตามปกติแล้วเรื่องดังกล่าวมีการกำหนดไว้ในระเบียบการให้ข่าวของสำนักงานอัยการสูงสุดอย่างชัดเจนว่า หน้าที่การให้ข่าวในเรื่องต่างๆ เป็นหน้าที่ของคณะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ส่วนอัยการท่านอื่นจะให้ข้อมูลก็สามารถให้ข้อมูลเป็นการส่วนตัวได้ เช่น การให้ข้อมูลด้านกฎหมายแก่นักเรียนหรือนักศึกษา ส่วนการไปให้ข้อมูลต่างๆซึ่งอาจจะมีผลต่อรูปคดี ก้าวก่ายหรือเกิดความเสื่อมเสียต่อหน่วยงานหรือองค์กรอื่นๆก็ถือว่าเข้าข่ายอาจผิดระเบียบได้ ซึ่งโทษโดยปกติแล้วจะมีตั้งแต่การตักเตือนไปจนถึงการปลดออกไล่ออก แต่ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ว่านายปรเมศมีความผิดจริงตามที่ผู้ร้องทุกข์ส่งเรื่องมาหรือไม่ ต้องรอการตรวจสอบจากคณะทำงานซึ่งยังไม่สามารถระบุรายละเอียดเงื่อนไขเวลาที่ชัดเจนได้เนื่องจากเป็นเรื่องที่ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด