ทลายเครือข่าย "โอเอ" ยึดทรัพย์ครั้งใหญ่กว่า4พันล้าน บริษัทดังภูเก็ตเลี่ยงภาษี 7พันล้าน

24 ธ.ค. 2561 เวลา 12:22 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผบ.ตร. รรท.เลขาธิการปปง. พร้อมด้สวย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินที่ศาลแพ่งมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินในรายคดีนายธงชัย โรจน์รุ่งรังสี กับพวก ซึ่งเป็นผู้บริหารเครือบริษัท โอเอจำกัด

การตรวจค้นครั้งนี้ มีจุดที่น่าสนใจ 3 จุด ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ประกอบไปด้วย1 บ.เซาอีสท์ เอเชีย คาเธ่ย์ เจมส์ ภูเก็ต จำกัด ในเครือ รอยัลเจมส์ พาวิเลียน ซึ่งเป็นเนื้อที่กว่า 15 ไร่ เลขที่ 99/99 หมู่ที่ 3 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต มูลค่า 80,718,300 บาท 2.บจก.รอยัล พาราไดซ์ บีซ ที่ดิน11 แปลง คิดเป็น 30 ไร่ ราคา 24,000,000 บาท และ3. เกาะนาคาใหญ่ ที่ดิน 7 แปลง คิดเป็น 98 ไร่ ราคา 118,000,000 บาท

นอกจากนี้ยังเข้าตรวจค้นในพื้นที่ จ.นนทบุรี ที่ดิน 11 แปลง คิดเป็น 37 ไร่ ราคา 520,000,000บาท ,ในพื้นที่ จ.นครปฐม ที่ดิน 1แปลง คิดเป็น 58 ไร่ ราคา 10,600,000 บาท ,ในพื้นที่ จ.ชลบุรี บจก.รอยัล จอมเทียน บีช ที่ดิน7 แปลง 98ไร่ ราคา2,360,000,000 บาท และโรงแรมเดอะลีลา ในอ.บางละมุงราคา582,000,000 บาท และในพื้นที่กทม.ที่ดิน 2 แปลง 10ไร่ราคา 59,941,500 บาท อย่างไรก็ตามการเข้าปฎิบัติการยึดอายัดทรัพย์ครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทรอยัลเจมส์ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปสังเกตการณ์แต่อย่างใด

[gallery columns="1" size="full" ids="407864,407865,407866,407867,407868,407869,407870,407871"]

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินคดีกับกลุ่มบริษัทและห้างร้านที่มีพฤติการณ์เกี่ยวพันกับทัวร์ศูนย์เหรียญ และการหลีกเลี่ยงภาษีเพื่อลดการผูกขาดและการทำลายภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของไทย ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้บูรณาการร่วมกับ สำนักงานปปง. กรมสรรพากร เป็นต้น เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยในการดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินในรายคดี นายธงชัย โรจน์รุ่งรังสี กับพวกหรือ บริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด ในครั้งนี้ เป็นไปตามคำสั่งศาลแพ่งในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.158/2561ลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 และคดีหมายเลขดำที่ ฟ.84/2561 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2561 ซึ่งมีคำสั่งให้เลขาธิการ ปปง. เป็นผู้ดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว ประกอบด้วย ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เช่น อาคารชุด โรงแรมหรูในจังหวัดชลบุรี บริษัทจำหน่ายเครื่องประดับและอัญมณีในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 97 รายการ มูลค่า 2,964 ล้านบาท เงินฝากในบัญชีธนาคาร จำนวน 30 รายการ มูลค่า136 ล้านบาท และสลากออมสิน จำนวน 2 รายการ มูลค่า 1,500 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดและอายัดทั้งสิ้น 4,600 ล้านบาท

พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า ในคดีดังกล่าว สำนักงาน ปปง. ได้รับรายงานจากกรมสรรพากรให้ดำเนินการตรวจสอบ เนื่องจากมีพฤติการณ์เข้าข่ายการกระทำความผิดในเรื่องการหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งกรมสรรพากรได้ตรวจสอบการชำระภาษีของ บริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัดย้อนหลังตั้งแต่ปี 2554 – 2559 พบว่ามีการหลีกเลี่ยงภาษีเป็นวงเงินกว่า 7,000 ล้านบาท อันเป็นความผิดตามมาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งตามมาตรา 37 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ให้ถือว่าความผิดดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานตามกฏหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งทรัพย์สินที่ได้จากการยึดและอายัดในครั้งนี้ สำนักงาน ปปง.จะดำเนินการบริหารจัดการทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินต่อไป ซึ่งระหว่างนี้ทางบริษัทสามารถที่จะประกอบกิจการได้เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ทั้งนี้หากประชาชนพบการกระทำความผิด สามารถแจ้งเบาะแสมายังสำนักงาน ปปง. ได้ที่สายด่วน ปปง. 1710