Breaking News ข่าว ข่าวภาคเหนือ ทั่วไทย

ออกหมายจับ! 6 ตร.เมืองสามหมอก เอี่ยวคดีน้ำเพียงดิน

ออกหมายจับ! 6 ตร.เมืองสามหมอก เอี่ยวคดีน้ำเพียงดิน

-1 พ.ค.60 – ความคืบหน้าคดีน้ำเพียงดินจ.แม่ฮ่องสอน หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกผู้เกี่ยวข้องและถูกซัดทอดใช้บริการและโทรมหญิง รวมทั้งเอเยนต์มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนสภ.เมือง และตำรวจภูธรจ.เเม่ฮ่องสอน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา 10.30 น.พ.ต.ท. วรธันว์ เครือจันทร์ต๊ะ หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด และนำสำนวนคดีเดินทางไปยังศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อยื่นเรื่องออกหมายจับเจ้าหน้าที่ตำรวจกรณีโทรมหญิง จำนวน 6 นายในช่วง1-2วันที่ผ่านมาเเละยังมีการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาค้าประเวณี 2 รายเพื่อขยายผลด้วย

line_20170501_141551

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยว่า ในเวทีเสวนา “เด็กกับวัฒนธรรมเลี้ยงดูปูเสื่อ สังคมไทยรับได้จริงหรือ?” โดยมีกลุ่มองค์กรด้านเด็กและสตรี อาทิ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม สหทัยมูลนิธิ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก แผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย สภาเยาวชนกรุงเทพมหานคร และนักวิชาการ นักสังคมสงเคราะห์ กว่า 50 คน เข้าร่วมเสวนาในวันนี้ 

line_20170501_141628


​นางทิชา ณ นคร ผอ.ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า จากกรณีขบวนการล่อลวงและบังคับให้เด็กผู้หญิงค้าประเวณีที่จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีข้าราชการตำรวจเเละผู้ว่าราชการจังหวัด มีกระเเสข่าวพัวพันซึ่งอยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องนี้มองว่า ลักษณะที่เด็กและเยาวชนถูกล่อลวงบังคับหรือไม่ เป็นสิ่งที่สังคมต้องไม่ยอมรับ เพราะถือเป็นการเอารัดเอาเปรียบ แสวงหาประโยชน์ ล่วงละเมิด และกระทำความรุนแรง มีความผิดทั้งกฎหมายและหลักจริยธรรม โดยต้องหาคนผิดมาลงโทษ และต้องมีกระบวนการคุ้มครองและเยียวยาเด็ก เยาวชน และครอบครัวซึ่งเป็นผู้เสียหายให้ปลอดภัยและได้รับความเป็นธรรม 

"ทั้งนี้เป็นเรื่องที่เศร้าใจมากที่ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยตำแหน่งเป็นรองประธานคณะกรรมการคุ้มครองเด็กระดับจังหวัด ภายใต้พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กแห่งชาติมีกระเเสข่าวว่าพัวพันเรื่องนี้ ดังนั้น ขอให้เร่งรัดคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งผู้จัดหา และผู้ซื้อประเวณี โดยต้องไม่ละเว้น หรือทอดเวลาในการดำเนินคดีอาญาต่อข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงกระบวนการตรวจสอบไม่ควรทำเฉพาะภายในหน่วยงานด้วยกันเอง แต่ควรจัดตั้งบุคคลภายนอก หรือตัวแทนองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านการคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรีเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย เพื่อความเป็นกลาง โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เสียหาย" นางทิชากล่าว

นางทิชากล่าวว่า ขณะเดียวกันระหว่างที่มีการสอบสวน กระทรวงมหาดไทยควรย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาออกจากการปฏิบัติราชการในพื้นที่เดิม เพื่อลดโอกาสใช้อำนาจหรืออิทธิพลจากตำแหน่งหน้าที่ เข้าไปแทรกแซงหรือขัดขวางกระบวนการทางอาญา ทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นใจว่าพยานผู้เสียหายจะไม่ถูกกดดันหรือคุกคามด้วยอำนาจและอิทธิพล 

line_20170501_141659

ขณะที่ นส.ชลีรัตน์ แสงสุวรรณ ผู้ประสานงานมูลนิธิพิทักษ์สตรี กล่าวว่า สถานการณ์การค้าประเวณีในไทยมีสะสมมายาวนาน วัฒนธรรมระบบอุปถัมป์แบบเลี้ยงดูปูเสื่อ ด้วยการนำเด็กผู้หญิงไปเป็นวัตถุทางเพศยังมีให้เห็นตลอดเวลา ระบบแบบนี้จะใช้ผู้หญิงเป็นเครื่องมือ ผลประโยชน์ต่างตอบแทน หรือนอกจากจะต้องจ่ายค่าหัวรายเดือนให้นายแล้ว ต้องหาเด็กมาบริการนายด้วย หรือ ตามสถานบริการต่างๆต้องจ่ายค่าหัวและต้องมีบริการเด็กให้เจ้าหน้าที่ด้วย

ผู้ประสานงานมูลนิธิพิทักษ์สตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาการตรวจสอบมีความอ่อนแอ แม้เราจะมีข้อมูลแต่ทำอะไรไม่ได้ และจากข้อมูลมักพบว่า ข้าราชการในพื้นที่จะจ่ายส่วยในรูปแบบหาเด็กเพื่อมารับรองนายใหญ่ เลี้ยงต้อนรับเลี้ยงเเละเลี้ยงส่งนาย เช่น ข้าราชการระดับสูงเกือบทุกกระทรวง รองอธิบดี ผู้มีตำเเหน่งในกระบวนการยุติธรรม ผู้อำนวยการส่วนต่างๆ นักธุรกิจ ทั้งไทยและต่างชาติ และเด็กผู้หญิงหลายรายต้องตกเป็นเครื่องมือทางเพศ ทั้งนี้จะเน้นเด็กที่หน้าตาดี ขาว สวย อายุระหว่าง17-18 ปี ส่วนใหญ่มาจากภาคเหนือ อีสาน และคนชนเผ่า 

"อยากให้กรณีที่จ.แม่ฮ่องสอนนำมาเป็นบทเรียน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง อยากฝากว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดูแลระเบียบวินัยข้าราชการอย่างเข้มงวดจริงจัง มีภาคประชาชนร่วมตรวจสอบ และจากนี้จะเป็นบทพิสูจน์การทำงานเพื่อนำไปสู่การล้างระบบการค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้นสะสมมายาวนาน 

​ขณะที่ ดร.อภัสรินทร์ ขณะรัตน์ นักวิชาการอิสระด้านเด็กเยาวชนและครอบครัว กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลในกลุ่มเด็กขายบริการ กว่า 4 – 5 ปี พบว่า การค้าประเวณีจะพบในจังหวัดใหญ่ๆ ตามสถานบันเทิง มีรูปแบบที่เปลี่ยนไป มีทั้งคนในวงการข้าราชการ เอกชน คนมีสีเข้ามาเกี่ยวข้อง มีเครือข่ายที่ทำงานกันเป็นทีม แฝงไปกับอาชีพอื่นๆ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย มีทั้งแบบประจำและครั้งคราว 

line_20170501_141518

ดร.อภัสรินทร์กล่าวว่า ส่วนเพศพบว่ามีทั้งชายและหญิง อายุน้อยสุดคือ12ปี และนับวันอายุยิ่งลดน้อยลงเรื่อยๆ อีกทั้งมีการนำสารเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง ลักษณะที่พบคือการล่อลวง ชักชวน ตีสนิท ให้มาทำงานโดยใช้วัตถุนิยมหลอกล่อ เช่น โทรศัพท์ เสื้อผ้าราคาแพง เเละสิ่งของที่เด็กอยากได้ ส่วนกรณีที่เป็นแฟนกัน ในช่วงเย็นผู้หญิงจะไปขายบริการ เเละให้ผู้ชายไปส่งและรออยู่หน้าห้อง 

"สังคมจะปล่อยให้เด็กต้องตกเป็นเครื่องมือการค้ามนุษย์อีกนานแค่ไหน สังคมต้องโฟกัสที่การซื้อบริการ ไม่ใช่ไปมองที่คนขาย อีกทั้งวัฒนธรรมการเลี้ยงดูปูเสื่อยังเป็นปัญหาที่ซ่อนไว้ใต้พรม และคนไทยยอมรับสิ่งเหล่านี้ได้จริงหรือไม่ มันกลายเป็นเรื่องที่ยอมรับของคนทั่วไปได้อย่างไร ทั้งนี้อยากเรียกร้องให้ทุกคนไม่เพิกเฉิย ไม่นิ่งเฉย หากยังนิ่งเฉยก็เท่ากับเป็นการสนับสนุน และสิ่งที่คนมีอำนาจจะต้องทำต่อไปคือ สอบสวนอย่างเป็นกลาง โปร่งใส ทำให้สังคมเห็น ว่าเชื่อถือได้"