อาชญากรรม

มติเอกฉันท์ “อัจฉริยะ – นายตำรวจ” คัดทะเบียนราษฎร์ปลอมเอกสารโพสต์โซเชียล ผิดจริงชง ป.ป.ช.พิจารณา

คณะกรรมการสืบสวน กรณีที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ และรองผู้กำกับการ สภ.บางปะอิน กระทำผิดเรื่องปลอมแปลงเอกสาร และคัดทะเบียนราษฎร์ไปโพสต์โซเชียล ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.พิจารณา หลังเห็นว่ามีความผิด

จากกรณีที่ มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่นำข้อมูลทะเบียนราษฎร์ไปเผยแพร่ในโลกสังคมออนไลน์ รวมถึงดำเนินคดีกับพันตำรวจโทเรืองยศ เกษรบัว รองผู้กำกับสืบสวน สภ.บางปะอิน ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้คัดข้อมูลทะเบียนราษฎร์และแก้ไขเอกสารสมุดรายงานบันทึกประจำวัน จนมีการแต่งตั้งคณะกรรมสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้น

ล่าสุดมีรายงานว่า คณะกรรมการดังกล่าว ได้มีมติเอกฉันท์ ว่า การกระทำของพันตำรวจโทเรืองยศ เข้าข่ายเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสาร และใช้เอกสารราชการปลอม ส่วนนายอัจฉริยะ เข้าข่ายมีความผิดฐาน เป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมพร้อมให้ส่งสำนวนการสอบสวนดังกล่าวไปให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.พิจารณา เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา

ขณะที่ ทางสำนักงานป้องกันปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ระบุว่ายังไม่พบเรื่องดังกล่าวเสนอเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของ ป.ป.ท. ซึ่งเป็นไปได้ว่ายังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช. ตามกฎหมายใหม่ภายใน 30 วัน ว่าจะดำเนินการอย่างไร เช่น อาจส่งกลับไปให้พนักงานสอบสวนในท้องที่รวบรวมสำนวนทำความเห็นสั่งฟ้องเอง หรือ ส่งให้ทาง ป.ป.ท. รับไปไต่สวนหาข้อเท็จจริง หรือ ป.ป.ช.อาจรับไว้พิจารณาเองก็ได้

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ส่วนแนวทางในการพิจารณาข้อเท็จจริงหากมีการส่งเรื่องมายัง ป.ป.ท. ต้องมีการพิสูจน์อย่างน้อยใน 2 ประเด็น คือเรื่องอำนาจหน้าที่ของผู้ที่ถูกกล่าวหา และลักษณะการปลอมเอกสาร เช่น การตรวจสอบลายมือที่เขียนในหลักฐานเปรียบเทียบกับลายมือที่เคยเขียนในเอกสารอื่นๆ ในช่วง 1 ปี ทีผ่านมา ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้โดยใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์