ข่าว

ปปง.สั่งยึดเพิ่ม ลูกชายอดีตปลัดก.วิทย์ฯ 15.8 ล้าน – “ไซซะนะ” 40 ล้าน

เว็บไซต์สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน( ปปง.) ได้เผยแพร่คำสั่งของคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.16/2562 เรื่องยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและการถือครองทรัพย์ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด คดีนายไซซะนะแก้วพิมพา ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายใหญ่สัญชาติลาว กับพวก หลังจากตำรวจทางหลวงได้จับตัวนายวิทยา โสภา ได้พร้อมของกลางเมทแอมเฟตามีน 2.3 ล้านเม็ด เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2558 และจากการขยายผลพบว่านายไซซะนะ และนายชุมพร พนมไพร เป็นผู้สั่งการลำเลียงยาเสพติดเข้ามา จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนายไซซะนะได้ ซึ่งนายไซซะนะ กับพวกมีความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้ต้องหากับพวกได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

จากการตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องในช่วงปี 2560-2561 พบว่านายไซซะนะ กับพวก ได้กระทำความผิดจริงและได้ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจำนวน 43 รายการ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ และทรัพย์สินอื่นที่ไม่ปรากฏหลักฐานทางทะเบียน เช่น รถยนต์เบนลี่ รถยนต์บีเอ็ม รถยนต์เบนซ์ รถยนต์ปอร์เช่ รถยนต์โตโยต้า รถยนต์ฮอนด้า รถยนต์มินิคูเปอร์ รวมถึงนาฬิกาข้อมือและกระเป๋าแบรนด์ดัง ดังนั้น คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีมติเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 62 ในยึดอายัดทรัพย์สิน 43 รายการ พร้อมดอกผล รวมมูลค่า 40,925,168.44 บาท กำหนดไม่เกิน 90 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คณะกรรมการธุรกรรมยังมีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดชั่วคราวไว้เพิ่มเติม รายนายปาณสาร สมชีวิตา ลูกชายอดีตปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ กับพวก จำนวน 6 รายการ มูลค่า 15.8 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ 62 – 12 พ.ค. 62 หลังจากก่อนหน้านี้ ปปง.ได้มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์ในความผิดดังกล่าวไว้เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2558 รวม 14 รวม 112,429.47 บาท ครั้งที่ 2 วันที่ 26 ม.ค.2558 อายัดไว้ 24 รายการ มูลค่า 438,220.28 บาท และครั้งที่ 3 วันที่ 31 ส.ค.2559 อายัดเพิ่มอีก 1 รายการ เป็นหุ้นบริษัทไทยโวลาห์ เอนเนอร์จี่ จำนวน 5 แสนหุ้น รวมมูลค่าหุ้นละ 4.6 บาท รวมเป็นเงิน 2.1 ล้านบาท ครั้งที่ 4 วันที่ 9 เม.ย 61 อายัดไว้อีก 11 รายการ

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

สำหรับคดีดังกล่าวนายปาณสารและพวก ถูกผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีกรณีหลอกลวงว่ามีหุ้น IPO เพื่อเสนอขายให้ประชาชนทั่วไปก่อนนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยอ้างว่าได้รับการจัดสรรจากผู้มีอุปการคุณ 3 ตัว คือ หุ้นบริษัทคาราบาวกรุ๊ป จำกัด(มหาชน) (CBG) 2.หุ้นบริษัทวิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน ) (VPO) 3.หุ้นบริษัทเมืองไทยลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) (MTLS)รายละกว่า 1 ล้านหุ้น ซึ่งประชาชนเห็นว่ามีโอกาสทำกำไรได้จึงหลงเชื่อซื้อหุ้น IPO จากนายปารณสาร รวมมูลค่าความเสียหาย 281 ล้านบาท เนื่องจากวันเปิดตลาดผู้ต้องหาไม่สามารถโอหุ้นเข้าไปในบัญชีของผู้เสียหายแต่ละคนได้ โดยนายปาณสารอ้างว่าติดขั้นตอนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และถูกปปง.อายัดเงินไว้ เมื่อผู้เสียหายตรวจสอบพบว่าถูกหลอกลวงจึงรวมตัวเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน และสามารถจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 6 พ.ค.57