
SHORT CUT
เจาะลึกปมปริศนา "น้ำมันหาย 57 ล้านลิตร 4 ยักษ์ใหญ่พลังงานตบเท้าแจงความบริสุทธิ์ ยันโปร่งใส-ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมกำลังจับตามองอย่างหนัก สำหรับกรณีความผิดปกติของปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่เดินทางออกจากคลังต้นทางจำนวน 217 ล้านลิตร ผ่านการขนส่งทางเรือรวม 96 เที่ยว มุ่งหน้าสู่คลังน้ำมัน 6 แห่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่เมื่อถึงปลายทางกลับมียอดตัวเลขน้ำมันเหลือเพียง 160 ล้านลิตร เท่ากับว่ามี "น้ำมันล่องหน" หายไปอย่างไร้ร่องรอยระหว่างทางถึง 57 ล้านลิตร! ความคืบหน้าล่าสุดในวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ที่ดำเนินกิจการในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต่างพร้อมใจกันออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อแสดงความโปร่งใสต่อสาธารณชน โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
OR ยันผลตรวจ DSI "ตัวเลขเป๊ะ" ไร้พฤติกรรมกักตุน เริ่มกันที่พี่ใหญ่อย่าง บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ที่ระบุว่าในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คลังน้ำมันของ OR ทุกแห่งได้ผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากหน่วยงานภาครัฐ ทั้งกรมธุรกิจพลังงาน, DSI และกรมสรรพสามิต โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ DSI ได้เข้าตรวจเช็กคลังปิโตรเลียมสุราษฎร์ธานีทั้ง 2 จุดแบบละเอียดผลปรากฏว่ายอดรับ จ่ายน้ำมันรายวันสอดคล้องกับที่รายงานต่อภาครัฐทุกประการ ไม่พบความผิดปกติหรือการกักตุนน้ำมันแต่อย่างใด
บางจากฯ ย้ำชัด "ไม่เกี่ยวข้อง" กับคลังที่เป็นข่าว ด้าน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับคลังน้ำมันที่ปรากฏในกระแสข่าว โดยยืนยันว่าคลังน้ำมันของบางจากฯ ในสุราษฎร์ธานีทั้ง 3 แห่ง (บริหารเอง 2 แห่ง และเช่าใช้ 1 แห่ง) ได้รับการตรวจสอบแล้วว่าดำเนินการตามมาตรฐาน ทั้งในส่วนของการบริหารคลังและการขนส่งน้ำมันทางเรือ ซึ่งมีการรายงานข้อมูลให้กรมธุรกิจพลังงานทราบอย่างต่อเนื่องและไม่พบความผิดปกติใดๆ
Star Fuels (คาลเท็กซ์) การันตีระบบขนส่งทางเรือโปร่งใส ขณะที่ บริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ "คาลเท็กซ์" ซึ่งมีคลังน้ำมันในสุราษฎร์ธานี 1 แห่ง ยืนยันว่าการบริหารจัดการทั้งในคลังและการขนส่งทางทะเลยังคงเป็นไปตามปกติและมีระบบตรวจสอบที่เข้มงวดโดยผลการตรวจสอบจากภาครัฐล่าสุดยืนยันว่า ข้อมูลปริมาณน้ำมันคงคลังสอดคล้องกับรายงานที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแล และไม่พบสิ่งผิดปกติจากการตรวจสอบครั้งนี้
IRPC แจงสถานะ "ผู้เช่าถัง" แยกสต็อกชัดเจนตรวจสอบได้ ปิดท้ายด้วย บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ที่ออกมาชี้แจงว่า บริษัทฯ มีสถานะเป็นเพียง "ผู้เช่าถังเก็บน้ำมัน" ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเท่านั้นโดยรับผิดชอบบริหารจัดการเฉพาะถังที่เช่าใช้ และไม่มีอำนาจไปก้าวก่ายถังของผู้ประกอบการรายอื่นในคลังเดียวกันทั้งนี้ IRPC ย้ำว่ามีการแยกเก็บสต็อกน้ำมันอย่างเป็นระบบ ไม่มีการปะปนกับรายอื่น และพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการตรวจสอบข้อมูลอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดความกระจ่าง
จากการตบเท้าดาหน้าออกมายืนยันความบริสุทธิ์ของ 4 บริษัทใหญ่ในครั้งนี้ ยิ่งทำให้ปริศนาของน้ำมัน 57 ล้านลิตรที่หายไปทวีความน่าสนใจยิ่งขึ้นว่า หากบริษัทหลักเหล่านี้ยืนยันว่าตนเองโปร่งใส แล้ว "ส่วนต่าง" มหาศาลนั้นไปตกหล่นอยู่ที่ไหน? ซึ่งเราคงต้องติดตามการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิดต่อไป