ข่าว อาชญากรรม

วงจรปิด! รอสาวเยอรมันขึ้นเขาจนเหนื่อย ก่อนข่มขืนแล้วฆ่า

ตำรวจนำกำลังกว่า 30 นาย คุมตัวผู้ต้องหา ทำแผนข่มขืนก่อนฆ่าโหดนักท่องเที่ยวสาวชาวเยอรมันอำพรางศพบนเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี หลักฐานจากวงจรปิดมัด ปล่อยเหยื่อเดินขึ้นบันไดเขา เกือบ 400 ขั้น จนหมดแรง แล้วฉวยจังหวะก่อเหตุ

ภาพวงจรปิดเหตุการณ์วันเกิดเหตุ 7 เม.ย. ขณะที่ น.ส.มิเรียม บีลเทอร์ อายุ 27 ปี ชาวเยอรมัน ขึ้นจากท่าเรือเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี หลังจากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์ ไปที่ทางขึ้นเขาพระจุลจอมเกล้า หรือยอดเขาพระพุทธบาท ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี พบกับ นายรณกร ร่มรื่น อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาบริเวณร้านขายดอกไม้ ซึ่งเป็นจุดที่นายรณกร และผู้ตายนำรถจักรยานยนต์มาจอดไว้ โดยนายรณกรอ้างว่า เห็นผู้ตายที่จุดนี้ รูปร่างหน้าตาดี และมาเพียงลำพัง จึงเข้าไปขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย แต่ผู้ตายเดินหนีขึ้นเขาไป

หลังจากนั้นนายรณกรทำที ซื้อดอกไม้ และเดินตามผู้ตายไปที่บริเวณเสาธง พร้อมทั้งฉวยโอกาสตอนที่ผู้ตายเหนื่อยเพราะเดินขึ้นเขาประมาณ 360 ขั้น ทำร้ายร่างกาย ข่มขืน และทำร้ายจนเสียชีวิต หลังจากนั้นนายรณกรได้เดินลงมาจากเขาพระจุลจอมเกล้า และทักทายกับชาวบ้านบริเวณหน้าร้านดอกไม้ก่อนที่จะหลบหนีไป

โดยวานนี้ (9 เม.ย.) พันตำรวจเอก ศักดิ์รพี เพรียวพานิช รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พันตำรวจเอก อังกูร สาระกูล ผู้กำกับการ สภ.เกาะสีชัง พร้อมตำรวจกว่า 30 นายคุมตัว นายรณกร ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีชาวบ้านร่วมสังเกตการณ์จำนวนมาก ชาวบ้านบางกลุ่มไม่พอใจกับการกระทำของผู้ต้องหา เพราะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว แต่การทำแผนประกอบคำรับสารภาพก็ผ่านไปด้วยดีไม่มีเหตุรุนแรง โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ต่อมา นางนงรักษ์ โพธิ์แสง อายุ 43 ปี แม่ของนายรณกร เดินทางเข้าพบตำรวจเพื่อส่งเสื้อผ้าให้ลูก พร้อมเปิดเผยว่า ไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกชายยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เพิ่งจะรู้เมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้ว ซึ่งยังอยู่ในช่วงบำบัด โดยนางนงรักษ์ ร้องไห้ รู้สึกผิดหวังกับพฤติกรรมของลูกชาย และต้องขอโทษนักท่องเที่ยวสาวคนดังกล่าวรวมถึงครอบครัว หลังจากนี้ทำได้เพียงให้ลูกชายรับกรรมที่ทำไป

ช่วงค่ำวันเดียวกัน นายดำรงค์ เภตรา นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะสีชัง นำชาวบ้านตำบลเกาะสีชัง ทั้งพ่อค้าแม่ค้า ชาวประมง รวมถึงชาวต่างชาติที่พักอาศัยในพื้นที่เกาะสีชัง จำนวนมาก ร่วมกันวางดอกไม้และยืนไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต บริเวณจุดเกิดเหตุ โดยนายดำรงค์ บอกว่าหนักใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะสีชังอย่างมาก

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่ง รวมถึงเดอะ มิร์เรอร์และเอเอฟพี รายงานคดีสะเทือนขวัญนี้ด้วย โดยเดอะมิร์เรอร์ รายงานว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์นักท่องเที่ยวแบ็กแพ็กทั้งชาวอังกฤษและยุโรป ถูกฆ่าเสียชีวิตหรือบาดเจ็บในประเทศไทย หลายครั้ง ตัวอย่างเช่น เหตุฆาตกรรมนายเดวิด มิลเลอร์ และน.ส.ฮันนาห์ วิทเธอริดจ์ 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เมื่อปี 2557 ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งแรงงานชาวเมียนมา 2 คนถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆาตกรรมนักท่องเที่ยวทั้งสองและต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต แม้นักสังเกตการณ์บางส่วนจะวิจารณ์กระบวนการสอบสวนและการพิจารณาคดีก็ตาม

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษเคยเตือนว่า มีรายงานการข่มขืนทางเพศที่รุนแรงในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศไทยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องธรรมดา

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ด้านเอเอฟพี ระบุว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวมากถึง 40 ล้านคนในปีนี้ แม้ว่าบรรดานักเดินทางมองว่าไทยมีความปลอดภัย แต่เหตุการณ์อื้อฉาวเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวหลายครั้งทำลายชื่อเสียงของประเทศอย่างหนักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา