ข่าว

รวบเด็กขับเรือ ใช้นิ้วล่วงละเมิดสาวอังกฤษบนเกาะพีพี

เกิดเหตุหนุ่มขับเรือนำเที่ยว ใช้นิ้วมือล่วงละเมิดทางเพศ นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษบนเกาะพีพี ตำรวจทำงานรวดเร็ว ตรวจดูวงจรปิดจนตามจับตัวได้ทันควัน เบื้องต้นแจ้งข้อหาข่มขืน ซึ่งเจ้าตัวให้การปฏิเสธบอกแค่ลูบคลำ แต่เจ้าหน้าที่มีหลักฐานยืนยัน

ตำรวจสภ.เกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ นำตัว นายไตรรัตน์ ช่างสนั่น อายุ 23 ปี อาชีพขับเรือนำเที่ยวบนเกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ไปสอบสวน กรณี นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ชื่อ น.ส.เฮเลน (นามสมมติ) อายุ 21 ปี แจ้งความกับตำรวจ สภ.เกาะพีพี ว่า ถูกชายไทยไม่ทราบชื่อ ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศ เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อ่าวโต๊ะลาดัม หมู่ 7 บนเกาะพีพี เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา

น.ส.เฮเลน ให้การกับตำรวจว่าไปเที่ยวที่เกาะพีพี ตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย. ตามลำพัง ในคืนวันที่ 14 ต่อเนื่องเช้าวันที่ 15 เม.ย. ได้ออกไปเที่ยวดื่มตามปกติและไปรู้จักกับเพื่อนชายชาวต่างชาติคนหนึ่ง จึงชวนกันดื่มจนบาร์ปิด และเดินกลับที่พัก แต่เมามากเลยหยุดพักที่จุดเกิดเหตุ โดยหลับไปทั้ง 2 คน มารู้สึกตัวอีกทีมีชายไทยคนหนึ่งใช้มีดตัดกางเกงยีนส์ขาสั้นที่ใส่จนขาด แล้วดึงกางเกงในออก จากนั้นใช้นิ้วล่วงเกินอวัยวะเพศ และพยายามพูดจาขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย จึงผลักตัวชายคนดังกล่าวออก แล้วชายคนก่อเหตุก็วิ่งหนีไป

หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ตำรวจได้ส่งตัว น.ส.เฮเลน ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลกระบี่ พบว่าที่อวัยวะเพศ มีร่องรอยถูกล่วงละเมิดทางเพศจริง จึงสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมสั่งชุดสืบสวน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบถามพยานในพื้นที่เกิดเหตุ จนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายไตรรัตน์ ก่อนจะติดตามจับกุมตัวมาได้ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ ว่าไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศกับผู้เสียหาย แต่ยอมรับว่าเข้าไปพูดคุยขอมีเพศสัมพันธ์ และลูบคลำจริงโดยผู้เสียหายปฏิเสธเลยเดินออกมา แต่ว่าตำรวจมีพยานหลักฐาน ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด และหลักฐานบางอย่าง จึงแจ้งดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ก่อนนำตัวส่งฝากขังศาล จ.กระบี่ เตรียมส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อผู้เสียหายต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยียวยาสภาพจิตใจผู้เสียหาย และสร้างความเข้าใจ รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่สถานทูต สู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมกล่าวชมเชยการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว