ข่าว

อดีตสามีหายตัวลึกลับนานเดือน เมียร้อนใจโร่ร้องกองปรามช่วยตามหา สงสัยเพื่อนสนิท

น.ส.ปวริศา อภินันท์รัตนกุล ร้องกองปราบ ให้ช่วยตามหาอดีตสามี หลังหายตัวนานนับเดือนติดต่อไม่ได้ ตั้งข้อสงสัยเพื่อนสนิทรู้เห็น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 พ.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) น.ส.ปวริศา อภินันท์รัตนกุล อายุ 34 ปี เข้าพบพนักงานสอบสวนบก.ป.ให้ช่วยติดตามหาตัว นายวันชาติ อภินันท์รัตนกุล อายุ 44 ปี อดีตสามี ซึ่งหายตัวไปจากห้องพักตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยครอบครัวตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีสาเหตุจากการเล่นพนันฟุตบอลออนไลน์ ขณะที่มีเพื่อนรายหนึ่งไม่ยอมเข้าให้ปากคำกับตำรวจแม้จะถูกออกหมายเรียกก็ตาม

น.ส.ปวริศา กล่าวว่า ตนทราบเรื่องจากเพื่อนที่ทำงานโรงพิมพ์ของอดีตสามี โทรศัพท์เข้ามาแจ้งตนเมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมาว่า เจ้าตัวไม่มาทำงาน จึงไปตรวจสอบห้องพักพนักงานย่านท่าดินแดง พบว่าห้องพักถูกล็อกไว้ เมื่อเข้าไปก็ไม่มีทรัพย์สินใดสูญหาย มีเพียงกุญแจห้องและกุญแจรถจักรยานยนต์ที่หายไป ขณะที่ตัวรถจักรยานยนต์ยังจอดอยู่ข้างล่างหอพักดังกล่าว จึงไปแจ้งความไว้ที่ สน.บุปผาราม เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งตำรวจได้เก็บโทรศัพท์มือถือของนายวันชาติ ไว้ตรวจสอบ ซึ่งพบว่ามีการติดต่อล่าสุดกับชายซึ่งเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่ตนยังไม่เคยพบหน้า แต่เห็นว่าชอบไปเที่ยวสังสรรค์ด้วยกันโทรศัพท์เข้ามาเวลา 20.00น. ก่อนที่เขาจะหายตัวจากห้องไป

น.ส.ปวริศา กล่าวต่อมาว่า ตำรวจออกหมายเรียกให้คนสนิท นายวันชาติ มาเข้าสอบปากคำ แต่ปรากฎว่าเพื่อนชายคนดังกล่าวยังไม่มาเข้าพบ จึงได้มีการออกหมายเรียกอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาก็ไม่ทราบว่าทั้งสอง มีเรื่องขัดแย้งหรือไม่ แต่มักจะออกไปดื่มเหล้าสังสรรค์ด้วยกัน ตนพอทราบว่าอดีตสามีเล่นพนันฟุตบอลออนไลน์มาก จนอาจเป็นหนี้สิน

ทั้งนี้ ตนและอดีตสามีเลิกราและแยกกันอยู่มานานหลายปีแล้ว แต่เขายังรักและเป็นห่วงลูกชายที่เป็นเด็กพิเศษ ซึ่งยังคอยส่งเสียเลี้ยงดูมาโดยตลอด และจะวิดีโอคอลหากันอย่างน้อยวันละครั้ง ซึ่งก่อนเกิดเหตุ เขาได้เข้าไปหาแม่ยาย พร้อมบอกกับลูกชายตนเองว่า อยู่กับยายให้ทำตัวดีๆ นะ ด้วยสีหน้าซึมเศร้าก่อนหน้านั้นเขาได้โทรศัพท์มาขอยืมเงิน 300 บาท แต่ตนโอนให้ไป 500 บาท แล้วก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก ปกติก่อนจะหายไปไหน มักจะทิ้งโน๊ตข้อความสั้นๆ บอกไว้ก่อน หรือโทรศัพท์บอกแม่ยายไว้ ส่วนอุปนิสัยจะเป็นคนร่าเริง ไม่น่าจะมีปัญหากับใครๆ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เข้าร้องทุกข์ ก่อนรวบรวมหลักฐานภาพถ่ายของบุคคลที่หายตัวไป เสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการต่อไป