ข่าว

ยกฟ้อง “พรชนก” ฆ่าสามีชาวญี่ปุ่น

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น สั่งยกฟ้อง “พรชนก” ผู้ต้องหาคดีฆ่าสามีชาวญี่ปุ่นโดยการผลักตกบันได เหตุเกิดเมื่อปี 2546 หลังไม่สามารถพิสูจน์แรงจูงใจในการก่อเหตุได้

วันนี้ ( 27 มิ.ย.) เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เจ้าหน้าที่ทัณฑสถานหญิง ได้เบิกตัว นางเพ็ญศรี หรือพรชนก ทานากะ หรือ ไชยะปะ จำเลยในคดีฆ่าหั่นศพ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น ทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มายังศาลอาญาเพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 1 ในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นโจทก์ฟ้อง นายสมชาย แก้วบางยาง และนางพรชนก ไชยะปะ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ จากกรณีที่นายคาซึโตชิ ทานากะ อายุ 57 ปี สามีชาวญี่ปุ่นคนแรกของ นางพรชนกเสียชีวิต จากการตกบันไดเมื่อปี 2546 ซึ่งลูกสาวของผู้เสียชีวิตได้เรียกร้องให้ตำรวจ รื้อคดีการเสียชีวิตขึ้นมาสอบสวน เพราะติดใจการเสียชีวิตดังกล่าว ที่ ห้องพิจารณา 807 ในเวลา 10.00 น.

โดยคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตเฉพาะ นายสมชาย ฐานฆ่าผู้อื่น ก่อนลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือโทษจำคุก 33 ปี 4 เดือน เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีส่วน นางพรชนก โจทก์ไม่สามารถหาพยานหลักฐานว่ามีส่วนร่วมเกี่ยวข้อง และไม่มีหลักฐานว่า นางพรชนก รู้ว่า นายคาซึโตชิ มีเงินประกันมาก่อน ถึงแม้จะมีข้อพิรุธ แต่เมื่อไม่มีข้อพิสูจน์แรงจูงใจในการฆ่า ประกอบกับจำเลยให้การปฏิเสธมาโดยตลอด จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัย สั่งยกฟ้อง นางพรชนก ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง

เมื่อถึงเวลาศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 1 โดยศาลตรวจประชุมสำนวนปรึกษาหารือแล้ว เห็นว่าอุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน “ยกฟ้อง” ตามศาลชั้นต้น

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

สำหรับนางพรชนก ปรากฎเป็นข่าวดัง หลังพบว่าเป็นผู้ต้องหาร่วมกับนายสมชาย ฆ่าหั่นศพ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ อดีตสามีชาวญี่ปุ่น อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง และนำชิ้นส่วนศพไปถ่วงน้ำ เหตุเกิดในช่วงปลายปี 2557 ซึ่งคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เห็นพ้องต้องกันว่า จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง พิพากษาโทษจำคุกนายสมชายตลอดชีวิต ส่วนนางพรชนก ที่กระทำผิดฐานซ่อนเร้นอำพรางศพ และกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพย์สินผู้เสียชีวิต ให้รับโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดคือจำคุกเป็นเวลา 20 ปี และคืนเงินจำนวนกว่า 7 แสน 6 หมื่นบาท ให้ลูกชายผู้เสียชีวิตไป.