ข่าว

รวบ “โจรใจเย็น” ชิงทองออโรร่า 4 ล้าน คาโรงแรมเมืองนนท์

หน่วยอรินทราชบุกรวบผู้ต้องสงสัยชิงทองฝั่งธนบุรี 179 บาท มูลค่ากว่า 4 ล้าน คาโรงแรมเมืองนนท์ พร้อมพวกชาย-หญิงอีก 5 คน เผยขณะจับกุมมียิงขู่เจ้าหน้าที่ ก่อนยอมให้คุมตัวโดยดี พบประวัติเคยลักทรัพย์นายจ้างที่ จ.จันทบุรี และเพิ่งถูกจับยาเสพติดเมื่อเดือน ก.ค. แต่ได้ประกันตัวออกมา ล่าสุดนำตัวสอบปากคำ ก่อนสรุปสำนวนเตรียมทำแผน และฝากขังได้อย่างช้าวันพรุ่งนี้

วันที่ (9 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวานนี้ (8 ก.ย.) ตำรวจชุดคลี่คลายคดีคนร้ายบุกจี้ชิงทองคำ ร้านทองออโรร่า สาขาตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี ถนนสิรินธร แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้ทองไปน้ำหนัก 179 บาท เงินสด 4 หมื่นบาท รวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท ประสานกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 และตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี  เข้าตรวจสอบโรงแรมอลิซโฮเต็ล เลขที่ 18 ถนนงามวงศ์วาน ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี หลังพบเบาะแสว่าคนร้ายคดีนี้ไปหลบซ่อนตัวอยู่

จากการตรวจสอบพบว่าโรงแรมแห่งนี้สูง 10 ชั้น เจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธครบมือขึ้นไปตรวจสอบบริเวณชั้นที่ 4 เมื่อขึ้นไปถึงมีเสียงปืนดังขึ้นมาจากในห้องต้องสงสัย 1 นัด ตำรวจจึงเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ผู้ที่อยู่ด้านในวางปืนและออกมามอบตัว ใช้เวลาไม่นาน นายอัศวิน หรือเอก บุญเมือง อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดชุมพร ผู้ที่ต้องสงสัยก็เดินออกมามอบตัว

เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นในห้องพักดังกล่าว พบผู้ต้องสงสัยอีก 5 คน เป็น ชาย 3 คน หญิง 2 คน ร่องรอยรูกระสุน 1 รู อาวุธปืนไม่ทราบขนาด 1 กระบอก ทองรูปพรรณจำหนวนหนึ่ง จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมนำตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมดมาสอบสวนที่กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 7

สำหรับการบุกเข้าจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการสืบสวนแกะรอยของตำรวจชุดคลี่คลายคดี ที่ติดตามร่องรอยของคนร้ายจากกล้องวงจรปิด ไล่เส้นทางการหลบหนี พบภาพคนร้ายขณะขับรถจักรยานยนต์หลบหนีจากจุดเกิดเหตุไปจอดทิ้งไว้ที่หัวลำโพง ก่อนจะขึ้นรถยนต์หลบหนีมาที่โรงแรมแห่งนี้

ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติของนายอัศวิน พบว่า เคยต้องโทษคดีร่วมกันลักทรัพย์นายจ้างในเวลากลางคืน ในพื้นที่ จังหวัดจันทบุรี เมื่อปี 2556 และล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ถูกตำรวจจังหวัดชุมพร จับกุมข้อหาครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่าย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างประกันตัวออกมาสู้คดี

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ว่า สำหรับเช้าวันนี้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางพลัด จะทำการสอบปากคำคนร้ายและผู้ต้องสงสัยที่ควบคุมตัวได้อย่างละเอียด หากพบความเชื่อมโยง ก็จะแจ้งข้อกล่าวหา โดยหากสอบปากคำแล้วเสร็จทางตำรวจจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์อีกครั้ง

ส่วนกรณีการฝากขังผู้ต้องหาต้องให้กระบวนการสอบสวนแล้วเสร็จจึงจะนำตัวไปฝากขังได้ โดยอย่างเร็วที่สุดคาดว่าเป็นช่วงบ่ายวันนี้ หรือ อย่างช้าไม่เกิดวันพรุ่งนี้