ข่าว ข่าวภาคใต้ ทั่วไทย

พักราชการ “ร้อยโท” ทัพภาค4 พัวพันคดีข่มขืนเด็ก 14 ในค่าย

“แม่ทัพภาค4”  สั่งพักราชการ ร้อยโท ถูกร้องข่มขืนเด็กหญิงวัย 14 นาทวี รอผลสอบ แจงไล่พ้นบ้านพักทั้ง 2 ครอบครัวจากเหตุ วิวาทยิงปืนหน้าค่าย คนละเรื่องคดีพรากผู้เยาว์ ย้ำต้องทำตามกฎระเบียบ

เมื่อวันที่ 9 ก.ย. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีครอบครัวของหญิงเด็กหญิงวัย 14 ปี ออกมาทวงถามภายหลังกล่าวโทษนายทหารยศร้อยโทสังกัดกองทัพภาคที่ 4 ข่มขืนบุตรสาวถึง 10 ครั้งว่า ตนได้ติดตามความคืบหน้าทางคดีอยู่ ขณะนี้ต้องรอผลสอบสวน เมื่อผลออกมาเป็นอย่างไรก็ต้องให้ความเป็นธรรม และเรื่องนี้หากเป็นจริงถือว่าสร้างความเสื่อมเสียเป็นอย่างมาก ดังนั้นไม่มีเลี้ยงหรือปกป้องทุกอย่างว่าตามกฎหมาย และยืนยันไม่เข้าเข้าข้างใคร ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ตนในฐานะแม่ทัพภาคที่ 4 หากพบผิดจริงก็ดำเนินการเต็มอำนาจที่มี เบื้องต้นได้มีการตั้งเรื่องพักราชการร้อยโทคนดังกล่าวแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างรอคำสั่งจากรมว.กลาโหม อีกทั้งมอบหมายให้ผู้บังคับชาโดยตรงติดตามคดีอย่างใกล้ชิด และมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวน

ส่วนที่ครอบครัวติดใจในเรื่องไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากถูกไล่ออกจากบ้านพักราชการนั้น แม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันว่า ต้องแยกระหว่างคดีพรากผู้เยาว์ และการทะเลาะวิวาท แต่การให้ออกจากบ้านพักนั้น เกิดจากกรณีการทะเลาะวิวาทระหว่างพ่อของผู้หญิงและร้อยโท ซึ่งมีการยิงปืนหน้าค่ายเข้าข่ายสร้างความเดือดร้อน จึงไล่ออกทั้งคู่ตามระเบียบของทางค่าย เพราะเป็นการก่อกวนทะเลาะวิวาทและสร้างความรำคาญให้ผู้อื่น ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถควบคุมได้ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ต้องมีการสอบวินัยอีกหลายขั้น ยืนยันทุกอย่างต้องว่าตามกระบวนยุติธรรม ไม่สามารถก้าวล่วงได้ ผลออกมายังไงก็จะมีการลงโทษตามนั้น

ด้าน  พ.อ. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งขณะนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปแล้ว เรื่องนี้ต้องแยกออกเป็น 2 กรณี คือ กรณีที่มีการกล่าวหาพรากผู้เยาว์นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรนาทวี ซึ่งหน่วยต้นสังกัดให้การสนับสนุนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนอีกกรณีในการทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธข่มขู่นั้น เป็นคดีที่เกิดขึ้นภายในหน่วย ซึ่งหน่วยต้นสังกัดได้ทำการสอบสวน ซึ่งบทลงโทษเบื้องต้นได้ให้ออกจากบ้านพักราชการภายในหน่วยไปก่อนระหว่างรอผลการสอบสวน ส่วนการดำเนินการด้านวินัยก็ต้องรอให้ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมไปก่อน

อย่างไรก็ตาม มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ทางด้านสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสงขลา ได้ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า

เรียน ผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ตามกรณีข่าววันที่ 8 กันยายน 2562 ทางช่องโทรทัศน์ และโซเซียล ได้นำเสนอข่าว สส.จังหวัดสงขลาได้ให้การเยี่ยวยาเด็ก14ปี ถูกเจ้าหน้าที่รัฐข่มขืน จนมีภาวะซึมเศร้า จนคิดฆ่าตัวตาย

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา ได้ดำเนินการสอบข้อเท็จจริง และให้ความช่วยเหลือดังนี้

1.ข้อเท็จจริง
-เด็กหญิงคนดังกล่าวอายุ 15ปี กำลังศึกษาชั้นม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอนาทวี อาศัยอยู่กับพ่อแม่บุญธรรม บิดาบุญธรรมเป็นทหารยศ จ.ส.อ มารดาบุญธรรม ทำงานเป็นลูกจ้างสหกรณ์ ในค่ายทหาร ในอำเภอนาทวี
– ผู้กระทำเด็ก เป็นผู้บังคับบัญชาของบิดาเด็ก จึงทำให้เด็กและครอบครัวรู้สึกหวาดกลัว ไม่มีความปลอดภัยในชีวิต
– เด็กโดนกระทำตั้งแต่เดือนมีค 2562 ซึ่งนายทหารคนดังกล่าวจะไปรับเด็กช่วงพักเที่ยงที่โรงเรียน และนำไปกระทำที่โรงเรียนม่านรูดและในค่ายทหาร มีการบัทึกคลิปวีดีโอไว้ข่มขู่เด็ก
– วันที่ 9 สิงหาคม 2562 ครูประจำชั้นแปลกใจที่มีหารมารับเด็กจึงได้โทรศัพท์ไปหามารดาเด็ก. หลังจากทางครอบครัวก็ได้รับทราบความจริง แล้วนำเด็กไปแจ้งความที่สภ.นาทวี
ทางครอบครัวเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้ไปร้องขอความช่วยเหลือจากเพจอีจัน และมูลนิธิปวีณา
-ปัจจุบันเด็กย้ายไปอยู่จังหวัดปัตตานีกับยาย
-บิดาและมารดาบุญธรรมเด็กย้ายมาเช่าบ้านอยู่ในอำเภอนาทวี ซึ่งไม่สามารถอยู่ในค่ายได้เนื่องจากมีเหตุทะเลาะกับทหารคนที่ล่วงละเมิดทางเพศ ส่วนทหารคนดังกล่าวก็ถูกไล่ออกให้มาอยู่นอกค่ายเช่นกัน

2.วันที่ 20สิงหาคม 2562 พนักงานสอบสวนได้ประสานขอนักสังคมเข้าร่วมสอบปากคำเด็กในวันที่ 21 สิงหาคม 2562 ซึ่งนักสังคมสงเคราะห์ได้เข้าร่วมสอบปากคำผู้เสียหายเป็นเด็ก พร้อมให้คำปรึกษาและให้กำลังแก่เด็กและครอบครัว

3. วันที่ 26 สิงหาคม 2562 นักสังคมสงเคราะห์ได้ประสานโรงเรียนเดิมที่เด็กศึกษาเพื่อดำเนินการย้ายเด็กไปเรียนที่ใหม่ เนื่องจากเด็กต้องย้ายไปอยู่กับยายที่จังหวัดปัตตานี ทางครอบครัวเป็นห่วงความปลอดภัยของเด็ก ขณะนี้เด็กได้ที่เรียนใหม่เรียบร้อยแล้ว

4.แผนการให้ความช่วยเหลือ ประสานโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อนำส่งเด็กเข้ารับการตรวจประเมินสุขภาพจิตเนื่องจากเด็กมีภาวะเครียดและซึมเศร้า

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ