ข่าว

“น้ำอุ่น” นอนคุกคืนแรก ไม่กังวล รับเตรียมใจไว้แล้ว

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผย “น้ำอุ่น” เตรียมใจนอนคุก เครียดเล็กน้อย ยืนยัน ไม่มีกิจกรรมรับน้อง “คลานบิณฑบาต” ตามที่ “ชูวิทย์” แฉ

พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงการรับตัวนายรัชเดช วงศ์ทะบุตร หรือน้ำอุ่น อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาคดีกักขังหน่วงเหนี่ยว และกระทำอนาจาร น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ ลัลลาเบล อายุ 25 ปี เข้าควบคุมที่เรือนจำพิเศษธนบุรี หลังศาลอาญาธนบุรีไม่อนุญาตให้ประกันตัวว่า ตนได้รับรายงานจาก ผบ.เรือนจำพิเศษธนบุรีว่าได้รับตัวนายรัชเดชมาควบคุมที่เรือนจำตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเรือนจำได้ซักประวัติผู้ต้องขังใหม่ ตรวจร่างกายและตรวจสุขภาพนายรัชเดชพบว่าไม่มีโรคประจำตัว ทางเรือนจำจึงได้ส่งตัวไปควบคุมที่แดนแรกรับ โดยจากการสอบถามพบว่านายรัชเดชมีอาการเครียดเล็กน้อย ซึ่งเป็นธรรมดาของผู้ต้องขังใหม่ แต่ยังไม่มีอาการถึงขั้นน่าเป็นห่วง ทั้งนี้นายรัชเดชไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ ส่วนที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่าเรือนจำมีการรับน้องด้วยวิธีคลานบิณฑบาต ตบรอบแดนนั้น ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าเรือนจำไม่มีกิจกรรมรับน้องในลักษณะที่นายชูวิทย์กล่าว

ด้านนายสมภพ รุจจนเวท ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษธนบุรี กล่าวว่า ในช่วงเช้าหลังเปิดแดนคุมขังพ่อและแม่นายรัชเดชได้เดินทางมาเยี่ยมลูกชายที่เรือนจำ ขณะที่ตนก็ได้เข้าไปเรือนจำแดน 2 ซึ่งเป็นแดนแรกรับผู้ต้องขังใหม่และได้สอบถามพูดคุยกับนายรัชเดชโดยนายรัชเดชแจ้งว่าไม่รู้สึกกังวล เนื่องจากเตรียมใจที่จะต้องเข้าเรือนจำมาพอสมควร อย่างไรก็ตาม เมื่อวานหลังนำตัวมาจากศาลอาญาธนบุรี เจ้าหน้าที่ได้ตรวจร่างกายตัดผมตามระเบียบของเรือนจำ พบว่ามีร่างกายแข็งแรงปกติ ไม่มีโรคประจำตัว ไม่ต้องใช้ยารักษาโรค และรับประทานอาหารที่ทางเรือนจำจัดไว้ได้ตามปกติ

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ผบ.เรือนจำ กล่าวอีกว่า สำหรับห้องที่คุมขังนายรัชเดชได้ติดกล้องวงจรปิด 24 ชั่วโมงเพื่อดูพฤติกรรม พร้อมทั้งให้ผู้ช่วยนักโทษในแดนคอยให้คำแนะนำการใช้ชีวิตในเรือนจำ ส่วนกรณีที่นายชูวิทย์ โพสต์ข้อความว่าเรือนจำพิเศษธนบุรีมีกิจกรรมรับน้องคลานบิณฑบาตนั้นขอยืนยันว่าไม่มีกิจกรรมดังกล่าว ทางเรือนจำไม่สนับสนุนการทำร้ายผู้ต้องขัง ผู้ที่เข้ามาต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบนะองเรือนจำ อีกทั้งเป็นนโยบายของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่ให้เจ้าหน้าที่ค่อยสอดส่องดูแลความปลอดภัยไม่ให้เกิดการทำร้ายร่างกาย หรือทะเลาะวิวาทของผู้ต้องขัง