
SHORT CUT
เดือดกลางสภา! “ไอซ์-โรม” แท็กทีม 2 กมธ. ชำแหละ “TH-AI Passport” ฝ่ายรัฐบาลประท้วงวุ่น หวั่นลุอำนาจขัดจริยธรรม
วันนี้ 18 มิ.ย. 69 ที่อาคารรัฐสภา นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานร่วมการประชุม 2 กรรมาธิการฯ เพื่อพิจารณาศึกษาเรื่องร้องเรียน
กรณีการดำเนินการตามกฎหมายในการจัดทำโครงการ TH-AI Passport ของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจง อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ปลัดกระทรวงฯ, เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และเลขาธิการ ป.ป.ช.
ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่การประชุมฯ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ได้ขอให้กรรมาธิการกฎหมายฯ ได้ทบทวนการนัดประชุม นอกเหนือกรอบเวลาที่กำหนดการประชุมทุกวันพฤหัสบ่าย แต่ก็ได้มีการนัดประชุมในวันอื่นด้วย เนื่องจาก ชนกับการประชุมกรรมาธิการชุดอื่นของตนเอง และคนอื่น ๆ รวมถึงการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม ในวันนี้ (18 มิ.ย.) ตนเองยังไม่เคยพบเห็นว่า มีการประชุม 2 คณะกรรมาธิการร่วมกัน และยังไม่แน่ใจว่า คณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ได้หารือกันจนมีมติแล้วหรือไม่
ทราบเพียงว่า นายรังสิมันต์ ไปหารือหลังบ้านกับนางสาวรักชนก พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า การดำเนินตรวจสอบการดำเนินการตามกฎหมายในการจัดทำโครงการ TH-AI Passport เป็นหน้าที่การตรวจสอบของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนอย่างไร เช่น หากเห็นว่าทุจริต ก็ควรยื่นต่อกรรมาธิการ ป.ป.ช. และจะสโคปทุกเรื่องเป็นเรื่องกฎหมายและกรรมาธิการฯ จะไปหยิบมาตรวจสอบทุกเรื่องไม่ได้
หน้าที่ของกรรมาธิการฯ ควรเกี่ยวข้องกับการศึกษาแนวทางศึกษาปรับปรุงกฎหมาย ผลกระทบกฎหมาย การตรวจสอบกระบวนการยุติธรรม ไม่ถึงขั้นการตรวจสอบ TOR ซึ่งตนเกรงว่า การตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ไปขัดข้อบังคับการประชุมฯ และอาจถึงขั้นผิดมาตรฐานจริยธรรมได้
ด้าน นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการกฎหมายฯ ยอมรับว่า ตนเองก็มีความสงสัยคล้ายกับนายศุภชัยว่า ในการประชุมกรรมาธิการฯ ร่วมครั้งนี้ เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมหรือไม่ เพราะการประชุมร่วมจะต้องแจ้งประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาว่า จะให้มีการประชุมร่วมกันหลาย ๆ คณะในการพิจารณาเรื่องเดียวกันได้หรือไม่ ซึ่งตนเองได้สอบถามเจ้าหน้าที่แล้ว ก็ยังไม่มีความชัดเจน และอำนาจการตรวจสอบ โครงการ TH-AI Passport ควรเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ วิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม และได้มีการยื่นเรื่องไปยังกรรมาธิการฯ ชุดดังกล่าว ที่จะพิจารณากันในสัปดาห์หน้าแล้ว
ดังนั้น จึงควรรอประชุมพร้อมกันหรือไม่ เพื่อจะได้ไม่ต้องเรียกปลัดกระทรวงฯ มาชี้แจงทุกสัปดาห์ ดังนั้น จึงขอความชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับครบถ้วนหรือไม่
โดยนายรังสิมันต์ ได้ชี้แจงทั้งนายศุภชัย และนายณัฐวุฒิว่า ปัจจุบันกรรมาธิการการกฎหมายฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนกว่า 100 เรื่อง ซึ่งหากกรรมาธิการฯ ไม่ขยัน กรรมาธิการฯ ก็จะทำงานไม่ทันตามความคาดหวังประชาชน พร้อมชี้แจงกรอบอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการการกฎหมายฯ ว่า มีการบัญญัติไว้กว้าง และกรรมาธิการฯ ได้รับข้อร้องเรียนต่อโครงการ TH-AI Passport ต่อการฉ้อฉลทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตนเองได้ใช้อำนาจประธานฯ พิจารณาแล้วว่า อยู่ในกรอบหน้าที่ที่กรรมาธิการฯ พิจารณาได้
ประกอบกับบรรทัดฐานของกรรมาธิการฯ ที่ผ่านมา สามารถพิจารณาได้ และชี้แจงสาเหตุการพิจารณาร่วมว่า เป็นเรื่องที่มีลักษณะเดียวกับ เพื่ออำนวยความสะดวกหน่วยงานชี้แจง ซึ่ง 2 กรรมาธิการฯ มีการนัดประชุมและชี้แจงในเวลาเดียวกัน ในวันนี้ (18 มิ.ย.) ซึ่งตามข้อบังคับระบุว่า หากเป็นช่วงเวลาเดียวกัน สามารถพิจารณาร่วมกันได้ พร้อมยืนยันว่า กระบวนการนัดประชุม 2 กรรมาธิการฯ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและข้อบังคับการประชุมแล้ว
ขณะที่ นายศุภชัย ยังคงยืนยันว่า การตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ เช่นเดียวกับ นายณัฐวุฒิ ที่พยายามประท้วง เพื่อให้นายรังสิมันต์ ได้ดูหนังสือราชการ แต่นายรังสิมันต์ ได้ปิดไมค์ ซึ่งนายณัฐวุฒิ ยังคงพยายามประท้วงถึงการประชุม 2 กรรมาธิการร่วม ทำให้นายรังสิมันต์ ได้ขอให้นายณัฐวุฒิฟังก่อน มิเช่นนั้น อาจจะต้องเชิญให้ออกหน้าประชุม พร้อมยืนยันการเดินหน้าการประชุม และพร้อมรับฟังทุกข้อทักท้วง ซึ่งหลังจากนี้ จะมีการหยิบยกหารือใด ๆ ตนก็พร้อมเปิดให้มีการหารือภายในหลังจากนี้ เพื่อให้การประชุมในวันนี้ (18 มิ.ย.) เดินหน้าต่อไปได้
ขณะที่ นางสาวรักชนก ได้ชี้แจงเพื่อยืนยันว่า ตนเองได้มีหนังสือหารือไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้วว่า เป็นเรื่องที่ซ้ำซ้อนกันหรือไม่ เพราะหากเป็นเรื่องซ้ำซ้อนกันอาจจะต้องประชุมร่วม เพื่อประชุมส่งไปยังกรรมาธิการฯ ชุดใดชุดหนึ่ง แต่กรรมาธิการการกฎหมายฯ ก็ได้รับเรื่องร้องเรียน และได้บรรจุเข้าสู่วาระ ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับกรรมาธิการฯ ติดตามงบประมาณพอดี จึงเป็นการประชุมร่วม ซึ่งสามารถทำได้ตามข้อบังคับการประชุม และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ดูแลเรื่องการบริหารจัดการวาระ ก็ได้รับรู้ และรับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว
นายสนธิญา สวัสดี นักร้องเรียนทางการเมือง ในฐานะผู้ร้องเรียนให้มีการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ได้ทวงถามกรณีที่นางสาวรักชนก โพสต์บนเฟสบุ๊กว่า 'จุ้น' และ 'เผลอเตะชามข้าวหมา' ได้หมายถึงใคร ซึ่งนางสาวรักชนก ได้ชี้แจงว่า นายสนธิญา อาจจะต้องไปสำนักข่าว ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่า เหตุใดถึงพาดหัวข่าวเช่นนั้น ทำให้นายสนธิญา ออกจากจากห้องประชุม ไม่ขอร่วมประชุมด้วย ซึ่งนางสาวรักชนก ก็ได้บอกว่า 'ประตูอยู่ด้านนี้' ก่อนที่ที่ประชุม ได้เข้าสู่วาระการประชุม
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ย้ำว่า โครงการ TH-AI Passport ปัจจุบัน ได้ชะลอการดำเนินการ เพื่อให้เกิดความชัดเจนจากข้อเสนอแนะต่าง ๆ พร้อมชี้แจงถึงการดำเนินที่ผ่านมาว่า เป็นไปตามขั้นตอน มีการวางแผนตั้งโครงการ และผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ประกอบรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สมัยที่ 1 ได้กำหนดนโยบายเร่งด่วน ในการกำหนดพัฒนาทักษะประชาชน ซึ่งขณะนั้นมีกรอบจำกัดงบประมาณ จึงได้ใช้เงินกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กองทุน DE ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณ แต่การเบิกจ่าย ก็เป็นไปตามขั้นตอน และมีคณะกรรมการพิจารณา จนนำมาสู่การยกร่าง TOR ตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างครบถ้วนสมบูรณ์ ก่อนลงนามสัญญาในเดือนเมษายน 2569 รวมระยะเวลา 5 เดือน ไม่ใช่ 34 วันตามที่มีการบิดเบือนต่าง ๆ
ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตอบคำถามกรรมาธิการฯ หลัง TOR ถูกแก้ไขกรอบเวลาในการเริ่มลงทะเบียนหลังเซ็นสัญญา และมีการเสนอให้มีการเพิ่มจอการโฆษณา หลังเข้าการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจว่า ประเด็นดังกล่าว ทำให้เกิดความสับสน เพราะ ณ วันที่กระทรวงฯ เสนอคณะรัฐมนตรี เป็นการเสนอโครงการ ซึ่งเป็นกรอบการทำงาน เพื่อนำไปสู่ TOR ไม่ใช่ TOR ซึ่งการเพิ่มจอโฆษณา เพราะวิธีดำเนินการในโครงการ ได้เขียนไว้ชัดเจน เพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงจำเป็นต้องกระตุ้นการมีส่วนร่วมจากประชาชน มิเช่นนั้น จะเป็นการทำโครงการทิ้งขว้าง
พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ในฐานะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ได้ขอตรวจสอบสัญญา และ TOR หลังมีข้อร้องเรียนมีการฉ้อฉลทางกฎหมายซึ่ง ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ขอไปพูดคุยเอกชนผู้ว่าจ้างก่อน เพราะเป็นการเซ็นสัญญาร่วมกัน ทำให้นายรังสิมันต์ ระบุว่า แม้สัญญาจะเกี่ยวพันกับเอกชน แต่ก็ไม่ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ จึงน่าจะสามารถขอได้ ซึ่งหากปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะไม่ให้ ต้องไม่ใช่เหตุผลเพราะเป็นเอกชน ซึ่งจะกระทบความมั่นคง กระทรวงฯ สามารถตีเป็นเอกสารลับได้ ซึ่งปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ย้ำว่า เนื่องจาก เป็นเอกสารผู้ว่าจ้าง ซึ่งจะต้องแจ้งผู้ถูกว่าจ้างให้ทราบก่อน ซึ่งไม่ได้เป็นความลับใด ๆ เพียงแต่เชื่อว่า ผู้รับจ้างไม่ติดขัด แต่ด้วยความเป็นราชการจะต้องขออนุญาตก่อน และจะรีบนำส่งกรรมาธิการฯ
ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยังยอมรับว่า โครงการ TH-AI Passport เป็นแนวคิดโครงการ ที่เกิดขึ้นก่อนที่ตนเองจะมาดำรงตำแหน่ง เพราะรัฐบาลในขณะนั้น ต้องการให้มีผู้ใช้ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศจึงเกิดเป็นโครงการนี้ พร้อมยังชี้แจงถึงการแก้ไขสัญญาจัดซื้อจัดจ้างว่า ได้มีการแก้ไข เพื่อให้รัฐได้เปรียบ และเป็นสัญญาที่ได้มาตรฐาน และยืนยันว่า กระทรวงฯ จะรีบแจ้งผู้รับจ้างทราบว่า จะขอนำสัญญาให้กรรมาธิการฯ พิจารณา