ข่าว

สลด! นักเรียน ม.1 ถูกรถพ่วง 18 ล้อทับตัวขาดครึ่ง

นักเรียน ม.1 วัย 13ปี หยุดเรียนวันครูคว้ารถ จยย.ออกตระเวนตามท้องถนน ถูกพ่วง 18 ล้อบรรทุกดินเหยียบดับสยอง ลากติดคาล้อไปไกลกว่า 50 เมตรจนสิ้นใจตายอย่างทรมาน ขณะคนขับอ้างเด็กหญิงผู้เคราะห์ร้ายขับย้อนศรสวนทางมา พร้อมยันมีพยานพบเห็นเหตุการณ์

วันที่ 16 ม.ค.63 ร.ต.อ.มานิตย์ บุญแต่ง รองสารวัตรสอบสวนเวร สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อ เหยียบรถจักรยานยนต์ ทำให้มีคนเจ็บนอนหายใจรวยรินติดคาล้อรถถูกลากไปไกลถึงกว่า 50 เมตร ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่หมดหนทางจะให้การช่วยเหลือออกมาได้อย่างทรมาน เป็นเวลานานถึงกว่า 40 นาที ก่อนที่ผู้เคราะห์ร้ายจะสิ้นใจลงในที่สุด

โดยเหตุเกิดขึ้นที่บริเวณหน้าร้านธานีอะไหล่ยนต์ เลยจากสี่แยกสัญญาณไฟจราจรท่าสะอ้าน มุ่งหน้าไปยังทางตัวเมืองฉะเชิงเทรา ประมาณ 100 เมตร บนถนนสาย 314 ฉะเชิงเทรา-บางปะกง (สิริโสธร) พื้นที่ ม.6 ต.ท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปสอบสวนยังในที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุบนพื้นถนนห่างจากบริเวณสี่แยกสัญญาณไฟจราจรไปประมาณ 60 เมตร พบมีรอยคราบเลือดและชิ้นส่วนเนื้อมนุษย์ ถูกลากถูไปตามพื้นจนเห็นเป็นแผ่นเส้นตรงไปตามล้อรถเป็นทางไกลถึงกว่า 50 เมตร บนขอบช่องทางที่ 2 จากซ้ายสุด โดยมีรถยนต์บรรทุกพ่วงแบบ 18 ล้อสภาพเก่า ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียนหัวลาก 80-9172 พระนครศรีอยุธยา ทะเบียนหางพ่วง 81-4167 พระนครศรีอยุธยา จอดอยู่ในที่เกิดเหต

ที่เพลาล้อคู่หน้าด้านซ้ายของส่วนหางพ่วง พบมีร่างของผู้ได้รับบาดเจ็บติดแน่นอยู่กับพื้นถนนที่ด้านหน้าของล้อ สภาพถูกเหยียบจนเละลำตัวถูกบดเกือบขาดไปจากกันแบบครึ่งท่อน นอนหายใจรวยริน โดยมีชาวบ้านและอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยฯ ได้พยายามที่จะช่วยกันนำแม่แรงมายกเพลาล้อขึ้นจากพื้นเป็นเวลานานถึงกว่า 40 นาที จนทำให้ผู้ได้รับบาดเจ็บทนความเจ็บปวดจากบาดแผลไม่ไหว และเสียชีวิตลงในที่สุด

จากการสอบถาม นายมนตรี ธาราภูมิ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/1 ม.3 ต.ขยาย อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา คนขับรถพ่วง เล่าว่า ขณะที่ตนขับรถออกมาจากถนนสายเลียบมอเตอร์เวย์ สาย 7 กรุงเทพ-พัทยา โดยมาจากฝั่ง จ.ชลบุรี และได้ขับไปวนรถกลับมาที่สี่แยกสัญญาณไฟท่าสะอ้าน จนมาเข้าทางตรงเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อที่จะขับต่อไปยังบนถนนสายเลียบมอเตอร์เวย์อีกครั้ง มุ่งหน้าไปยังในเขตพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ช่วงหลัก กม.ที่ 34-35 ของถนนสายมอเตอร์เวย์

ได้มีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีแดง ทะเบียนฉะเชิงเทรา ขับย้อนศรสวนมาตามเส้นทาง และเสียหลักจากการหักหลบรถยนต์ที่จอดอยู่ในเลนซ้ายสุด ไปชนเข้ากับบังโคลนหน้าของล้อรถด้านซ้ายในส่วนหางพ่วงที่ตนลากมา จนทำให้ถูกล้อรถเหยียบเสียชีวิตดังกล่าว โดยมีคนขับรถจักรยานยนต์ที่ขับตามหลังกันมาเห็นเหตุการณ์พอดี เล่าให้ฟัง พร้อมกับได้ให้หมายเลขโทรศัพท์ในการติดต่อไว้ หากต้องการพยานพบเห็นเหตุการณ์ เนื่องจากตนนั้นขับมาทางตรงอย่างถูกต้อง นายมนตรี กล่าว

หลังเกิดเหตุได้มีพี่ชายของผู้เสียชีวิตวัยประมาณ 20 ปี ได้มายืนร้องไห้ โดยมีผู้เป็นป้าคอยปลอบให้กำลังใจ พร้อมเล่าว่า น้องสาวของตน  อายุ 13 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.1 ที่โรงเรียนในจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยในวันนี้เป็นวันหยุดเรียนเนื่องจากเป็นวันครู น้องสาวได้ขับรถ จยย.ออกมาจากบ้านพักภายในซอยสวัสดี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุเมื่อช่วงเช้า จนมาถูกรถบรรทุกพ่วงเหยียบเสียชีวิตดังกล่าว

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามชาวบ้านในบริเวณที่เกิดเหตุจำนวนหลายราย ส่วนใหญ่ไม่มีใครพบเห็นเหตุการณ์ เนื่องจากร้านค้าส่วนใหญ่ยังไม่ได้เปิดหน้าร้าน โดยได้ยินเพียงแต่เสียงดังที่เกิดขึ้นจากการชน และเสียงลากตัวรถและคนขับมาบนพื้นถนนเท่านั้น และเมื่อขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด ที่มีอยู่ในร้านค้ารายหนึ่ง พบว่าเห็นเหตุการณ์เพียงเฉพาะในช่วงที่รถบรรทุกได้เฉี่ยวชนและลากคนเจ็บมาไกลแล้วเท่านั้น เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ไกลเกินกว่าที่กล้องจะจับภาพไว้ได้