
SHORT CUT
ปั้นเงินสำรอง 6 เดือนสู้ทุกวิกฤตเศรษฐกิจ แนะเทคนิครีดเงินเก็บฉบับเร่งด่วน พร้อมวิธีบริหารเงินสดและสภาพคล่องให้รอดจริง ในวันที่โลกหมุนไวและไม่แน่นอน
ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด ข่าวการเตือนให้มีเงินสำรอง 3-6 เดือนกลายเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ หัวใจสำคัญไม่ใช่การกักตุนสินค้าจนเงินขาดมือ แต่คือการ ‘รักษาสภาพคล่องทางการเงิน’ เพื่อให้เรามีทางเลือกมากที่สุดในวันที่โลกไม่แน่นอน
ในภาวะวิกฤตหรือสงคราม สิ่งที่จะตามมาคือ ‘เงินเฟ้อ’ หรือการที่ของกินของใช้แพงขึ้นอย่างรวดเร็ว การมีเงินก้อนจะช่วยให้เรา มีกำลังซื้อในวันที่ค่าครองชีพสูงขึ้น, ไม่ต้องกู้เงินนอกระบบหากรายได้สะดุดกะทันหันและมีความมั่นคงทางใจในการตัดสินใจแก้ไขปัญหา
ถ้าตอนนี้ยังไม่มีเงินก้อน ต้องเริ่ม ‘หยุดรั่ว’ ของกระเป๋าเงินทันที
หยุดจ่ายค่าความสะดวก: การสั่งอาหารผ่านแอปฯ มีต้นทุนแฝงสูงมาก ลองเปลี่ยนมาหุงข้าวเองและซื้อกับข้าวปากซอย หรือทำเมนูง่ายๆ กินเองที่บ้าน จะเห็นเงินเหลือทันทีตั้งแต่เดือนแรก
กฎ No Buy: ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่นิ่ง ให้ระงับการซื้อของตามกระแส ลบแอปฯ ช้อปปิ้งออกจากเครื่องเพื่อลดแรงกระตุ้น และจำกัดการเข้าคาเฟ่หรือมื้อพิเศษให้เหลือน้อยที่สุด
สุขภาพคือต้นทุน: ลดค่าขนมและของหวาน นอกจากจะประหยัดเงินได้หลักพันแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วย ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่อาจมาถึงโดยไม่คาดคิด
แม้เราจะคุ้นชินกับสังคมไร้เงินสด แต่ในภาวะฉุกเฉิน ‘เงินสดในมือ’ คือสิ่งที่แน่นอนที่สุด
เพิ่มสัดส่วนเงินสด: แบ่งเงินสำรองส่วนหนึ่งเป็นเงินสด เก็บไว้ในจุดที่ปลอดภัย เผื่อระบบชำระเงินดิจิทัลหรือธนาคารขัดข้องชั่วคราว
บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูงแบบถอนได้: เลือกเก็บไว้ในบัญชีดิจิทัลที่ให้ดอกเบี้ยดีแต่ไม่มีเงื่อนไขในการถอนเพื่อให้เงินทำงานไปพร้อมกับที่ยังเรียกใช้ได้ทันที
การบริหารเงินที่ดีที่สุดคือการไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป ติดตามข่าวจากแหล่งที่เชื่อถือได้
ไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินออมทั้งหมดไปซื้อของกักตุนที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้ เน้นสะสม ‘สภาพคล่อง’ ไว้ให้มากที่สุด เพราะในยามวิกฤต คนที่มีเงินสดในมือคือคนที่มีโอกาสรอดสูงสุด
การเตรียมพร้อมด้านการเงินไม่ใช่เรื่องของการมองโลกในแง่ร้าย แต่มันคือการสร้างเกราะป้องกัน ให้ชีวิต เงินสำรองที่แข็งแรงจะช่วยให้คุณและครอบครัวก้าวข้ามทุกวิกฤตไปได้อย่างมั่นคง
ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย และ SET