“แม่ขอโทษ” ยายพลั้งมือแทงลูกดับ! หลังขโมยข้าวเปลือกขาย ซื้อเหล้ากิน(มีคลิป)

24 มี.ค. 2563 เวลา 6:21 น.

สะเทือนใจ ตำรวจคุมตัวยายวัย 67 ปี ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังพลั้งมือคว้ามีดหั่นหมากแทงลูกขี้เมาดับ เพราะเข้ามาขโมยข้าวเปลือกไปขายซื้อเหล้ากิน ชาวบ้านต่างสงสารมาให้กำลังใจยาย

จากกรณีที่นางตึ่ง อายุ 67 ปี ชาว ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ตกเป็นผู้ต้องหาเพราะพลั้งมือใช้มีดปลายแหลมที่ใช้สำหรับหั่นหมากพลู แทงนายสมศักดิ์ อายุ 46 ปี ลูกชายของตัวเอง ขณะที่เข้าไปห้ามและต่อว่าลูกชายไม่ให้ขโมยข้าวเปลือกในยุ้งไปขายซื้อเหล้าดื่ม แต่ลูกชายไม่พอใจพยายามจะทำร้ายแม่ จึงคว้ามีดจากตะกร้าหมากแทงสวนออกไปจนโดนบริเวณใต้ราวนมข้างซ้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส

 

แต่ต่อมาลูกชายไม่ยอมไปรักษาตัวกลับไปนั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนต่อ แล้วกลับไปนอนเสียชีวิตที่บ้าน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดช่วงเย็นของวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา และทางญาติก็ได้ประกอบพิธีฌาปนกิจศพของนายสมศักดิ์ ลูกชายที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อช่วงบ่ายวันที่ (19 มี.ค.63)

 

ล่าสุดวันนี้ 22 มี.ค.63  ร.ต.อ.พิทักษ์ สิงห์คำ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.คูเมือง เจ้าของคดี ควบคุมตัวยายตึ่ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว ไปทำแผนชี้จุดเกิดเหตุบริเวณถนนหน้ายุ้งข้าว และจุดที่ลูกชายกลับมานอนเสียชีวิตเพื่อประกอบสำนวนคดี

 

ซึ่งถือเป็นคดีอุฉกรรจ์แต่ไม่ต้องใช้กำลังตำรวจในการรักษาความสงบเรียบร้อย เพราะส่วนใหญ่ชาวบ้านจะเห็นใจยายที่ตกเป็นผู้ต้องหา โดยขณะทำแผนคุณยาย ก็มีสีหน้าที่ค่อนข้างกังวล ซึ่งก็มีลูกสาวคนโต และเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวมารอให้กำลังใจคุณยายด้วย เพราะต่างเห็นใจและสงสารที่ยายต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ และเชื่อว่ายายไม่ได้มีเจตนาจะแทงลูกชายจนเสียชีวิต แต่เป็นการป้องกันตัวที่ลูกชายพยายามจะเข้ามาทำร้ายมากกว่าซึ่งหลังเกิดเหตุผู้เป็นแม่ก็พยายามบอกให้ลูกไปหาหมอหลายครั้ง แต่ตัวลูกเองดื้อรั้นไปดื่มเหล้ากับเพื่อนต่อ ไม่ยอมไปหาหมอที่ รพ. แล้วกลับมานอนเสียชีวิตที่บ้านในที่สุด

 

โดยนายสมัย ชุมไธสง ซึ่งเป็น ส.อบต.ในหมู่บ้านที่มาดูการทำแผนชี้จุดเกิดเหตุด้วย ก็ถึงกับร้องไห้เพราะความสงสารยาย ที่ต้องตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าลูกตัวเอง พร้อมกล่าวว่า สงสารยายมากที่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ที่ผ่านมาลูกชายจะชอบมาขู่บังคับเอาเงินยายไปกินเหล้าประจำ และยายไม่มีเงินให้ก็จะขโมยข้าวเปลือกในยุ้งที่ลูกสาวคนโตแบ่งมาไว้ให้กินไปขาย

 

จนเป็นที่เอือมระอาของชาวบ้าน และคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นการพลั้งมือหรืออุบัติเหตุมากกว่า ก็อยากจะวอนเจ้าหน้าที่ให้ความเมตตาและความเป็นธรรมกับยายด้วย และยืนยันว่าที่ผ่านมายายไม่เคยทำผิดมาก่อน และเป็นคนดีขณะที่ยายตึ่ง ก็ยอมรับว่า รู้สึกกังวลที่จะต้องถูกดำเนินคดีหรือติดคุกตอนแก่ แต่ยืนยันว่าไม่ได้เจตนาแทงลูกชายเป็นการป้องกันตัวและพลั้งมือเท่านั้น แต่หากศาลตัดสินว่าอย่างไรก็พร้อมจะน้อมรับก็แล้วแต่ศาลท่านจะเมตตา

 

ทั้งนี้ยายตึ่ง ยังเล่าให้ฟังว่าวันที่เผาศพลูกชายศพไหม้ไม่หมด ซึ่งคนเฒ่าคนแก่เชื่อว่าน่าจะยังมีห่วงอยู่ ตนจึงไปจุดธูปบอกกล่าวลูกชายว่าไม่ต้องเป็นห่วงอะไรและขออโหสิกรรมต่อกัน หลังจากนั้นก็เผาศพได้หมด จึงสามารถเก็บกระดูกไว้ทำบุญในเบื้องต้นยายตึ่ง ถูกแจ้งข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” ขณะนี้อยู่ระหว่างปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากยายไม่มีพฤติกรรมหลบหนีและรอมอบตัวเองตั้งแต่วันเกิดเหตุ