ข่าว

สั่งเด้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ 2 หน่วย หลังจับรถสิบล้อบรรทุกไม้ประดู่อายุกว่า 100 ปี คาด่าน

เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ร่วมกับ ทหารมณฑลทหารบกที่ 39 ตรวจยึดผู้ลักลอบตัดไม้ประดู่อายุกว่า 100 ปี ในเขตป่าสงวนเขากระยาง จ.พิษณุโลก เบื้องต้นได้สั่งย้ายหัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าและเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่ง

วันที่ 13 พ.ค. 63 พ.อ.วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 และรอง ผอ. กอ.รมน. จ.พิษณุโลก พร้อมด้วย นายธีรัชสิทธิ์ วงศ์วาน ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.พิษณุโลก นายอัครชัย อาสุ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางไปตรวจยึดรถบรรทุกสิบล้อยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-0895 อุตรดิตถ์ บริเวณด่านตรวจความมั่นคง บ้านกรดงาม สภ.วชิรบารมี จ.พิจิตร โดยมีนายวสันต์ อินทนิน อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ที่ 5 ต.งิ้วงาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เป็นคนขับ พร้อมบรรทุกไม้ประดู่ท่อน จำนวน 5 ท่อน โดยใช้ผ้าไบปิดปกคลุมเอาไว้อย่างมิดชิด แต่หลังตรวจสอบพบว่ามีการลักลอบตัดไม้ประดู่มาจากเขตพื้นที่ป่า สปก. และจากเขตป่าสงวนเขากระยาง จ.พิษณุโลก

 

สืบเนื่องจากก่อนหน้า นายอัครชัย อาสุ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้รับแจ้งรถยนต์บรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 70-1031 เพชรบูรณ์ พลิกคว่ำอยู่ข้างทาง โดยมีไม่ท่อนขนาดใหญ่จำนวนมาก แต่หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบไม่พบไม้อยู่ในบริเวณดังกล่าว แต่มีร่องรอยการขนย้ายไม้ท่อนออกจากพื้นที่ไปแล้ว พบเพียงนายสว่าง เทียนบัว อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101/1 หมู่ที่ 3 ต.ดงขลุย อ.ชนแดน จ. เพชรบูรณ์ เป็นผู้ขับรถบรรทุกสิบล้อคันดังกล่าว พร้อมอ้างว่ารับจ้างขน 14,000 บาท

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสว่าง เทียนบัว ให้การว่า ได้นำรถยนต์บรรทุก มารับจ้างบรรทุกไม้ประดู่ท่อน จำนวน 5 ท่อน ความยาวประมาณ 3-4 เมตร จากบ้านน้ำตาก หมู่ที่ 17 ต.หนองกะท้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เพื่อนำไปส่งที่ จ.ชลบุรี แต่ไม่ทราบว่าเป็นไม้ที่ได้มาโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และได้รับค่าจ้าง 20,000 บาท แต่ได้เกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง รถพลิกคว่ำเสียก่อน เจ้าหน้าที่ทำบันทึกรายละเอียดส่งพนักงานสอบสวน สภ.นครไทย เอาไว้เป็นหลักฐาน เพื่อจะได้สืบหาไม้และแหล่งที่มาของไม้ดังกล่าว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้วางแผนสกัดกั้นการนำไม้เคลื่อนที่ออกจากพื้นที่ โดยได้ประสานตำรวจประจำจุดตรวจ เจ้าหน้าที่ชุดสกัดกั้นอาชญากรรมและยาเสพติดเคลื่อนที่ตำรวจภูธรภาค 6 เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.14 (น้ำคลาด ) เจ้าหน้าที่ ปฏิบัติการพิเศษป่าไม้พิษณุโลก เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจพิเศษ สบอ.11 (พิษณุโลก) เจ้าหน้าที่ชุด ตำรวจ ปทส.ภ.จว.พิษณุโลกหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.7 (บ้านแยง) เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแควน้อย ชุดตำรวจกก.4 ปทส.สายตรวจพิษณุโลก-พิจิตร เพื่อตรวจสอบสกัดรถบรรทุกไม้ที่ต้องสงสัย ตามเส้นทางต่างๆ กระทั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสกัดกั้นอาชญากรรม และยาเสพติดเคลื่อนที่ตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมคณะได้ร่วมกันตรวจอายึดไม้ประดู่ท่อน จำนวน 6 ท่อน และรถยนต์บรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว  โดยมีนายวสันต์ อินทนิน อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ที่ 5 ต.งิ้วงาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เป็นคนขับ บริเวณด่านตรวจความมั่นคง บ้านกรดงาม สภ.วชิรบารมี จ.พิจิตร โดยนายวสันต์ ได้นำเอกสารหลักฐานการซื้อขายมาแสดงต่อคณะเจ้าหน้าที่ ทางเจ้าหน้าที่ได้ขออายัดรถยนต์และไม้ท่อนทั้งหมดเอาไว้ตรวจสอบ หลักฐานทั้งหมดว่าถูกต้องหรือไม่ พร้อมเชิญตัวคนขับและนำรถไม้ท่อนไปจอดไว้ที่ สภ.วชิรบารมี ชั่วคราว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานเอกสารทั้งหมด พบว่าเจ้าของที่ดิน และผู้ขายไม้ และผู้ใหญ่บ้านไม่ได้เซ็นลายมือชื่อให้กับใครและไม่เคยออกเอกสารใดๆทั้งสิ้น ส่วนพื้นที่ระบุต้นไม้ก็เป็นพื้นที่นาไม่มีต้นไม้ยืนต้นขึ้นหรือตอไม้ปรากฏแต่อย่างใด ทำให้เจ้าของที่ดิน ผู้จัดการมรดก และผู้ใหญ่บ้าน ม.8 ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.นครไทยไว้เป็นหลักฐาน เพราะเอกสารทั้งหมดเป็นเอกสารปลอม

นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบตอไม้ประดู่อายุกว่า100 ปี อยู่ในพื้นที่บ้านน้ำตาก หมู่ที่ 17 ต.หนองกะท้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ซึ่งอยู่เขตป่าสงวนเขากระยาง จ.พิษณุโลก ถูกตัดโค่น ได้ขนาด 295 เซนติเมตร 3-4 คนโอบ ลักษณะใหม่สด มีร่องรอยการแปรรูปโดยใช้เครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ ไม่พบรูปรอยดวงตราของพนักงานเจ้าหน้าที่ตีประทับไว้เป็นการอนุญาตแต่อย่างใด ซึ่งตรงกับไม้ประดู่ที่ยึดได้จากรถบรรทุกสิบล้อ ในพื้นที่ อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร ปริมาตร 11.35 ลูกบาศก์เมตร เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐาน ซึ่งเป็นขบวนการของนายทุน เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ล่าสุด ทางนายอัครชัย อาสุ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก ได้สั่งย้ายหัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.3 (หนองกะท้าว) และหัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.14 (น้ำคลาด) พร้อมกับจะย้ายเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่งออกนอกพื้นที่อีกด้วย โดยตั้งกรรมสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป