สลด! พ่อแจ้งความลูกวัย 4 ขวบถูกอดีตภรรยาและพ่อเลี้ยงทำร้ายอาการโคม่า

19 ส.ค. 2563 เวลา 1:31 น.

พ่อแจ้งความ ลูกชายวัย4ขวบถูกทำร้ายอาการสาหัส เป็นฝีมืออดีตภรรยา เผยเลิกราได้ 2 ปี ก่อนโทรมาบอกลูกลื่นล้มอ้างถูกตาทำร้าย เจ้าตัวไม่เชื่อ ระบุอดีตภรรยาโมโหร้าย-ชอบตบตี ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำ

วันที่18 ส.ค. ร.ต.อ.ธีระ หล้านามวงษ์ รองสว.(สอบสวน)สน.บางเขน รับแจ้งความจากนายเอ(นามสมมุติ) อายุ23ปี พ่อของด.ช.ต้น(นามสมมุติ) อายุ4ปี หลังทราบว่าลูกชายของตนถูกทำร้ายร่างกายจนอาการสาหัส ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่รพ.ภูมิพล

นายเอ กล่าวว่าตนได้เลิกรากับแม่ของเด็กมาประมาณ2 ปีแล้ว และไม่ได้ติดต่อกันเลย ส่วนลูกชายฝ่ายแม่เป็นผู้ดูแลอยู่ย่านนวลจันทร์ จนกระทั่งเมื่อวันที่16 ส.ค. ได้รับโทรศัพท์จากแฟนเก่าว่า ลูกชายลื่นล้มหัวฟาดพื้นในห้องน้ำ ต้องทำการผ่าตัดด่วนให้ช่วยหาเงินประมาณ1 แสนบาท

นานเอ กล่าวต่อว่าหลังจากนั้นตนได้พยามยามติดต่อแฟนเก่าเพื่อจะเข้าเยี่ยมลูกชาย แต่ฝ่ายหญิงปฏิเสธโดยอ้างว่าทางรพ.ไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมเนื่องจากกลัวติดเชื้อ ตนจึงพยายามสืบค้นข้อมูลว่าลูกชายตนอยู่ที่ใด จนทราบว่าพักรักษาตัวอยู่ที่รพ.ภูมิพลฯ จึงเดินทางไปเยี่ยมจึงพบว่าลูกชายตนถูกทำร้ายร่างกายอาการสาหัส โดยมีอาการ ซี่โครงหัก2 ซีก ไหปลาร้าหัก ตามตัวและใบหน้ามีบาดแผลใหม่และเก่ารวมกว่า20 แห่ง

นายเอ กล่าวอีกว่าตนจึงได้สอบถามไปยังแฟนเก่าว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทางฝ่ายหญิงบอกว่าลูกลื่นล้มในห้องน้ำตนจึงถามอยู่หลายครั้งจนกระทั่งฝ่ายหญิงกล่าวว่าตาเป็นคนทำร้ายร่างกายเด็ก ตนจึงเดินทางไปสอบถามยาย จึงทราบว่าตัวฝ่ายหญิงได้รับลูกไปเลี้ยงตั้งแต่เดือนพ.ค. ตนจึงมั่นใจว่าคนที่ทำร้ายร่างกายลูกชายตนคือแฟนเก่าตน เพราะแฟนเก่าเป็นคนโมโหร้าย เวลาไม่พอใจจะชอบตบตีตนด้วยตอนที่คบกัน ส่วนแฟนใหม่ของฝ่ายหญิงจะทำร้ายร่างกายด้วยไหมตนไม่แน่ใจ วันนี้จึงตัดสินใจเดินทางแจ้งความดังกล่าว

ขณะที่ฝ่ายสืบสวนได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัย คือพ่อเลี้ยงและแม่ เด็ก 4 ขวบ มาสอบปากคำ เบื้องต้น พ่อเลี้ยงให้การยอมรับว่าได้ลงมือทำร้ายร่างกายเด็กชายอายุ 4 ขวบจริง ภายในห้องเช่า ย่านนวลจันทร์ โดยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ เด็กชายอุจจาระใส่ที่นอน และนั่งเล่นอุจจาระตัวเอง ด้วยความโมโหจึงใช้สายยางฟาดเข้าตามลำตัวหลายครั้ง แต่อาการที่ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณศีรษะ ยืนยันว่าไม่ได้ลงมือทำ

ทั้งนี้ พ่อเลี้ยง คนดังกล่าวยังให้การยอมรับกับนายกฤษณ์ ทรงฤทธิ์ ซึ่งเป็นตาของเด็ก ตามที่ให้การกับตำรวจ แต่นายกฤษณ์ ไม่เชื่อคำรับสารภาพทั้งหมด เพราะทราบว่าที่ผ่านมาลูกสาวมักมีพฤติกรรมทะเลาะกับสามีเป็นประจำ ทั้งสามีเก่าและใหม่ อีกทั้งครั้งสุดท้ายที่เห็นหลานชายประมาณ 1 เดือนก่อน ก็ไม่เห็นมีอาการบาดเจ็บแต่อย่างใด มีเพียงอาการเศร้าซึมเท่านั้น

ทั้งนี้ตำรวจ ไม่สามารถพาตัวผู้ต้องสงสัยคือ พ่อเลี้ยงและแม่ ไป สน.โคกครามท้องที่เกิดเหตุได้ เนื่องจากเพื่อนและญาติของพ่อเด็ก ต่างเดินทางมาดูตัวผู้ต้องหาที่ สน.บางเขน อีกทั้งฝ่ายหญิงพึ่งตั้งครรภ์ได้5เดือน หากพาตัวไปแล้วมีเหตุการเข้ารุมประชาทัณฑ์ อาจทำให้หญิงสาวแท้งลูกได้ จึงต้องคุมตัวไว้ที่โรงพักก่อน เพื่อสอบปากคำต่อไป

จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่าได้ทำร้ายเด็กจริง เนื่องจากเด็กดื้อ และช่วงที่อยู่ด้วยกันมีการทะเลาะกันบ่อยมาก แล้วหลายครั้งก็ไปลงที่เด็ก เบื้องต้นตำรวจสน.บางเขนไม่สามารถพาตัวผู้ต้องขังไปสน.โคกครามท้องที่เกิดเหตุไม่ได้ เนื่องจากเพื่อนและญาติของพ่อเด็กเดินทางมาดูตัวผู้ต้องหาที่สน. อีกทั้งฝ่ายหญิงพึ่งตั้งครรภ์ได้5เดือน หากพาตัวไปแล้วมีเหตุการเข้ารุมประชาทัณฑ์ อาจทำให้หญิงสาวแท้งลูกได้ จึงต้องคุมตัวไว้ที่โรงพักก่อน เพื่อสอบปากคำต่อไป

อย่างไรก็ดีในเวลา03.10น. ทางตำรวจสน.บางเขนตัดสินใจพูดคุยกับคนที่มาล้อมสน. ก่อนจะพาผู้ต้องหาทั้งสองเดินออกที่ด้านหลังสน.พาขึ้นรถไปสน.โคกครามท้องที่เกิดเหตุตาใขั้นตอนกฎหมายต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด