svasdssvasds

‘ข้าวของราคาพุ่ง’ น้ำมันแพง แต่..เงินเดือนยังค้างที่เดิม วิกฤต ‘ค่าครองชีพ’ คนไทยปี 2569

‘ข้าวของราคาพุ่ง’ น้ำมันแพง แต่..เงินเดือนยังค้างที่เดิม วิกฤต ‘ค่าครองชีพ’ คนไทยปี 2569

'ขึ้นทุกอย่าง ยกเว้นเงินเดือน' ปัญหาค่าครองชีพปี 2569 คนไทยเดือดร้อนของแพง อัตราว่างงานยังเปราะบาง เสี่ยงถูกเลิกจ้างเพียบ!

SHORT CUT

  • ค่าครองชีพพุ่งสูง น้ำมัน สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้านำเข้าปรับขึ้น แต่เงินเดือนยังไม่โตตาม
  • แรงกดดันต่อแรงงาน แม้อัตราว่างงานต่ำ แต่มีความเสี่ยงเลิกจ้าง ตำแหน่งงานใหม่ชะลอตัว รายได้ไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่าย
  • คนไทยต้องปรับตัว ลดค่าใช้จ่าย หาสินค้าราคาประหยัด วางแผนการเงิน และมองหารายได้เสริมเพื่อรับมือวิกฤต

'ขึ้นทุกอย่าง ยกเว้นเงินเดือน' ปัญหาค่าครองชีพปี 2569 คนไทยเดือดร้อนของแพง อัตราว่างงานยังเปราะบาง เสี่ยงถูกเลิกจ้างเพียบ!

ในปี 2569 คนไทยกำลังเผชิญกับสภาวะค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนแทบทุกครัวเรือนต้องลำบากตั้งแต่เชื้อเพลิงไปจนถึงของกินของใช้ประจำวัน จากการที่รัฐบาลยกเลิกการตรึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ราคาน้ำมันทุกชนิดในประเทศปรับขึ้นรวดเดียวสูงถึงประมาณ 6 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาดีเซลแตะราว 38.94 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและต้นทุนการประกอบธุรกิจทั่วประเทศ

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นถูกส่งผ่านไปสู่ราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคต่างๆ จนของหลายรายการปรับตัวสูงขึ้น เช่น วัตถุดิบอาหารสด ผักผลไม้ และเนื้อสัตว์ตามต้นทุนโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนั้น ผลิตภัณฑ์อุปโภคอย่างสบู่ ผงซักฟอก และวัสดุก่อสร้างที่ต้องอาศัยการขนส่งด้วยเชื้อเพลิง เองก็ทยอยขยับราคาเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มต้นทุนพลังงาน

การปรับขึ้นราคาไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินค้าพื้นฐานเท่านั้น เมื่อพิจารณาจากดัชนีราคานำเข้า–ส่งออกของไทย พบว่าแทบทุกหมวดสินค้าที่ต้องอาศัยวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากต่างประเทศมีราคาสูงขึ้น อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชภัณฑ์ รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางส่วน ซึ่งบีบต้นทุนทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคให้รับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ

‘ข้าวของราคาพุ่ง’ น้ำมันแพง แต่..เงินเดือนยังค้างที่เดิม วิกฤต ‘ค่าครองชีพ’ คนไทยปี 2569

ผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นปรากฏให้เห็นชัดในชีวิตประจำวันที่คนไทยต้องจ่ายมากขึ้นทั้งค่าอาหารกลางวัน ค่าเดินทาง และบริการต่างๆ แม้บางภาคส่วนจะพยายามตรึงราคาไว้ก็ตาม แต่แรงกดดันต้นทุนเชื้อเพลิงและโลจิสติกส์ก็ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องทยอยปรับราคาสินค้าและบริการตามไปด้วย ทำให้คำว่า “ขึ้นทุกอย่าง ยกเว้นเงินเดือน” กลายเป็นคำพูดที่สะท้อนสภาพความเป็นจริงของคนทำงานในยุคนี้

ด้านตลาดแรงงาน ตัวเลขจาก TradingEconomics ระบุว่า อัตราการว่างงานของไทยในช่วงปลายปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำมาก โดยอัตราว่างงานเฉลี่ยอยู่ราว 0.7–0.8% ของกำลังแรงงาน ซึ่งสะท้อนภาพตลาดแรงงานที่ “ยังไม่พุ่งสูง” แต่มีความเสี่ยงด้านการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง แต่สัญญาณอื่นๆ จากศูนย์วิจัยด้านเศรษฐกิจระบุว่าแรงงานไทยยังเผชิญความเสี่ยงต่อการ “ตกงานและเลิกจ้าง” อย่างมีนัยยะ โดยมีการประเมินว่าอาจมีแรงงานไทยมากกว่า 40,000 คนต่อเดือนถูกเลิกจ้างในปีนี้ หากเศรษฐกิจยังอ่อนแอต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคการผลิต ค้าปลีก และก่อสร้าง ซึ่งเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงและการแข่งขันเชิงโครงสร้างในตลาด

ภาพรวมของสภาพตลาดแรงงานชี้ให้เห็นว่าแม้ตัวเลขว่างงานโดยรวมอาจยังไม่พุ่งสูงมาก แต่ความไม่แน่นอนและแรงกดดันด้านต้นทุนทำให้ โอกาสในการหางานใหม่ลดลง ปริมาณงานที่ดีลดลง และตำแหน่งงานทั่วไปชะลอตัว อย่างชัดเจน โดยหลายบริษัทเลือกที่จะยืนราคาเดิมของแรงงาน แทนการขึ้นเงินเดือนหรือการรับแรงงานใหม่ ขณะเดียวกันแรงงานจำนวนมากต้องเผชิญกับสภาพรายได้ที่ไม่โตตามค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

สำหรับประชาชนทั่วไป ภาระที่สูงขึ้นนี้ไม่ได้หมายถึงแค่การจ่ายเงินมากกว่าเดิม แต่ยังนำไปสู่การ “ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต” หลายด้าน ทั้งการเลือกซื้อสินค้าในราคาที่ถูกลง เลือกเส้นทางการเดินทางที่ประหยัดกว่า หรือการหางานเสริมเพื่อแบ่งเบาภาระ โดยเฉพาะในครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันและสินค้าที่สูงขึ้น

สถานการณ์ค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปี 2569 สะท้อนภาพรวมที่ท้าทายของเศรษฐกิจไทยในยุคที่ต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันราคา ขณะที่ รายได้หรือเงินเดือนของแรงงานส่วนใหญ่ยังคงไม่เติบโตตามภาระค่าใช้จ่ายนี้ ทำให้คำถามที่ถูกตั้งขึ้นในสังคมตอนนี้คือ:

ในวันที่ทุกอย่างปรับขึ้นยกเว้นเงินเดือน คุณปรับตัวอย่างไร เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตค่าครองชีพครั้งนี้?

related