บชน.ยันไม่ใช่ “แพทย์อาสา” แต่เป็น “ม็อบป่วน” ค้นรถพบเครื่องมือก่อเหตุ!

15 ก.พ. 2564 เวลา 13:40 น.

บชน. งัดข้อเท็จจริงสู้! ยืนยันคลิปอ้าง “แพทย์อาสา” ถูกเจ้าหน้าที่ล้อม ตรวจสอบพบเป็นผู้ร่วมก่อเหตุความรุนแรงโดยการขว้างปาสิ่งของ อาทิ พลุควัน ประทัดยักษ์ ขวดแก้ว ที่เกิดขึ้นบริเวณดังกล่าว จากการตรวจสอบเพิ่มภายในรถจักรยานยนต์ยังพบดิ้วเหล็กและมีดอยู่บริเวณที่เกิดเหตุและ "ไม่ได้เป็นแพทย์อาสา" ตามที่มีการกล่าวอ้าง ยืนยันตำรวจกระทำการโดยชอบด้วยกฎหมาย

วันนี้ (15 ก.พ.2564) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีกลุ่มราษฎรจัดกิจกรรม ‘นับหนึ่งให้ถึงล้าน คืนอำนาจประชาชน’ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กรุงเทพมหานคร เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัว 4 แกนนำ และมีการเดินขบวนมุ่งหน้าศาลหลักเมือง แต่ก็เกิดสถานการณ์ชุลมุนขึ้น หลังเกิดเสียงคล้ายระเบิดบริเวณหน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

โลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ภาพ คลิป และบทสัมภาษณ์ของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้ากระชับพื้นที่ และมีภาพของทีมแพทย์อาสาที่สวมเสื้อกั๊กสีเขียวบนรถจักรยานยนต์ที่ถอยร่นออกมาไม่ทัน ส่งผลให้บุคคลที่มีการกล่าวอ้างเป็นแพทย์อาสานั้น ตกอยู่ในวงล้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตามหลังมา ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาไล่หลังมา ก่อนจะมีการแชร์ภาพของชายที่สวมเสื้อกั๊กสีเขียวนอนหมดสติอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการแพร่ภาพดังกล่าวนั้น

บชน. งัดข้อเท็จจริงสู้! ยืนยันคลิปอ้าง “แพทย์อาสา” ถูกเจ้าหน้าที่ล้อม ตรวจสอบพบเป็นผู้ร่วมก่อเหตุความรุนแรงโดยการขว้างปาสิ่งของ อาทิ พลุควัน ประทัดยักษ์ ขวดแก้ว ที่เกิดขึ้นบริเวณดังกล่าว จากการตรวจสอบเพิ่มภายในรถจักรยานยนต์ยังพบดิ้วเหล็กและมีดอยู่บริเวณที่เกิดเหตุและ

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้มีการควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้ความรุนแรงได้ทั้งหมด 8 ราย ทราบชื่อ

1. นายจิตรกร อายุ 21 ปี มีประวัติเคยถูกดำเนินคดีข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ปี 2563 สน.คันนายาว

2.นายพรพรหม อายุ 34 ปี มีประวัติเคยถูกดำเนินคดีข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ปี 2558 สน.บวรมงคล

3. นายปัฐกรณ์ อายุ 19 ปี มีประวัติเคยถูกดำเนินคดีข้อหา พกอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยมิได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ปี 2560 สภ.เมืองนนทบุรี

4. นายทองนพเก้า อายุ 19  ปี มีประวัติเคยถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน หรือการกระทำอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ปี2563 สน.ชนะสงคราม

5. นายธนเดช อายุ 44 ปี ไม่พบประวัติเคยถูกดำเนินคดี

6. นายอดิศักดิ์ อายุ 28 ปี มีประวัติเคยถูกดำเนินคดีข้อหาขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ปี 2562 สภ.บัวเชด จว.สุรินทร์

7. นายชัยณรงค์ อายุ 41 ปี มีประวัติเคยถูกดำเนินคดีข้อหาเป็นผู้ขับขี่ในขณะมีสารเสพติดให้โทษในร่างกายฯ (ขับเสพ) ปี2561 สน.บางชัน

8.นายปุรพล อายุ 19 ปี ไม่พบประวัติเคยถูกดำเนินคดี

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงผู้ที่นอนหมดสติดังกล่าวคือ นายปุรพล อายุ 19 ปี เป็น 1 ใน 8 ผู้ต้องหา ที่ร่วมก่อเหตุความรุนแรงโดยการขว้างปาสิ่งของ อาทิ พลุควัน ประทัดยักษ์ ขวดแก้ว ที่เกิดขึ้นบริเวณดังกล่าว

บชน. งัดข้อเท็จจริงสู้! ยืนยันคลิปอ้าง “แพทย์อาสา” ถูกเจ้าหน้าที่ล้อม ตรวจสอบพบเป็นผู้ร่วมก่อเหตุความรุนแรงโดยการขว้างปาสิ่งของ อาทิ พลุควัน ประทัดยักษ์ ขวดแก้ว ที่เกิดขึ้นบริเวณดังกล่าว จากการตรวจสอบเพิ่มภายในรถจักรยานยนต์ยังพบดิ้วเหล็กและมีดอยู่บริเวณที่เกิดเหตุและ

จากการตรวจสอบเพิ่มภายในรถจักรยานยนต์พบดิ้วเหล็กและมีดอยู่บริเวณที่เกิดเหตุและไม่ได้เป็นแพทย์อาสาตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนสน.ชนะสงคราม แจ้งข้อกล่าวหา 6 ข้อหา

1. ร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9(2) ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 16 ลง 3 มกราคม 2564 โดยร่วมชุมนุม ทำกิจกรรม หรือมั่วสุม ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ตามประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เรื่องการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุมก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

2. ร่วมกันกระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไป ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ

3.ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง

4.เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดตาม ม.215 ให้เลิก แล้วไม่เลิก

5.ร่วมกันต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โดยได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป

6.ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ

เบื้องต้นได้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทั้ง 8 รายแล้ว โดยทั้ง 8 รายได้ยื่นประกันตัวไปทั้งหมด 35,000 บาท

ทั้งนี้ ทาง บช.น. ยืนยันว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำการโดยชอบด้วยกฎหมาย หากพบผู้กระทำความผิดเพิ่มเติม จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป