
SHORT CUT
มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. พาเปิดอินไซต์ผู้บริโภค สินค้าไลฟ์สไตล์ และของตกแต่งบ้าน ปี2569 คนรุ่นใหม่-แม่บ้าน คือตลาดที่สำคัญ สินค้าไลฟ์สไตล์ ราคาประหยัด แฟชั่น- สินค้าลิขสิทธิ์ มาแรง
ในยุคที่ไลฟ์สไตล์ผู้คนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามกระแสเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภค สินค้าในกลุ่มไลฟ์สไตล์และของตกแต่งบ้านจึงต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้ทันกับความต้องการของตลาดที่หมุนเร็วขึ้นกว่าที่เคย โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มแม่บ้าน ซึ่งถือเป็นฐานลูกค้าสำคัญที่มีกำลังซื้อ และมีอิทธิพลต่อทิศทางตลาดอย่างชัดเจน
ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้มองหาสินค้าเพียงเพื่อการใช้งานเท่านั้น แต่ยังต้องตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์ ความสวยงาม ความสะดวกสบาย รวมถึงการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการในตลาดนี้ต้องพัฒนาสินค้าให้มีความแตกต่าง สร้างประสบการณ์ใหม่ และออกแบบให้สอดรับกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งฟังก์ชันและสไตล์ในเวลาเดียวกัน
วันนี้ #SPRiNG จะพามาสำรวจอาณาจักร มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. ที่ถือว่าเป็นผู้นำตลาดอีกหนึ่งแบรนด์ที่ปักหมุดครบรอบ 10 ปีในไทย พูดคุยกับ ‘แอนดี้ ชิน’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โดยเขาบอกว่า ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย แต่ตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ และของตกแต่งบ้านกลับยังคงคึกคัก โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ความหลากหลายและราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้
โดย มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. (Mr. D.I.Y.) ได้เปิดเผยอินไซต์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งของคนไทยที่เปลี่ยนไปในปี2569 ว่า กลุ่มแม่บ้าน คือผู้กุมอำนาจการซื้อสินค้าเข้าบ้าน โดยกลุ่มลูกค้าหลักที่ทรงอิทธิพลที่สุดยังคงเป็นกลุ่มผู้หญิงและคุณแม่บ้านที่มีอายุระหว่าง 35-45 ปี ซึ่งเป็นผู้ควบคุมงบประมาณการใช้จ่ายภายในครอบครัว สินค้าที่กลุ่มนี้ให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ กลุ่มสินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือน (Houseware) เครื่องครัว และอุปกรณ์ทำสวน นอกจากนี้หากเป็นการช้อปปิ้งร่วมกับครอบครัว สินค้าในกลุ่มของเล่นและเครื่องเขียนก็จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ส่วนคนรุ่นใหม่คืออีกหนึ่งกลุ่มที่มาแรง และมีกำลังซื้อ ชอบคลั่งไคล้แฟชั่นและสินค้าลิขสิทธิ์ (IP Products) ในส่วนของกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ มีพฤติกรรมการเลือกซื้อที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน โดยเทรนด์ที่มาแรงคือ สินค้าแฟชั่น เครื่องประดับ (Accessories) และที่ขาดไม่ได้คือ สินค้ากลุ่มลิขสิทธิ์ (IP หรือ Intellectual Property) โดยปัจจุบันคนกลุ่มนี้มองหาความเอ็กซ์คลูซีฟในราคาประหยัด เช่น การคอลแลปส์ (Collaboration) กับแบรนด์ดังอย่างดิสนีย์ (Disney) หรือสินค้าลิขสิทธิ์เฉพาะอย่าง โอโมเหมียว (Omo Meow) และ บานานาน่า (Bananana) ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ดึงดูดใจคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี
พฤติกรรมการจับจ่ายเน้นคุ้มค่าตะกร้าละ 4 ชิ้น ผู้บริโภคมีค่าเฉลี่ยการซื้อต่อครั้ง (Basket Size) อยู่ที่ประมาณ 165 บาท โดยเฉลี่ยจะเลือกหยิบสินค้าประมาณ 4 ชิ้นต่อตะกร้า ซึ่งตกชิ้นละประมาณ 40 บาทเท่านั้น ของเราคือกลยุทธ์หลักที่มัดใจลูกค้าได้อยู่หมัดคือการรักษาคุณภาพคู่ไปกับ ราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดเฉลี่ยถึง 27%
นอกจากนี้ยังมีผลสำรวจว่า แชมป์ยอดขายและทำเลทอง คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานเนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุด ทำให้มีโอกาสในการเติบโตและขยายสาขาได้มากที่สุดในประเทศไทยแม้ว่าพฤติกรรมการซื้อพื้นฐานจะใกล้เคียงกันทั่วประเทศ แต่ปริมาณผู้บริโภคที่มหาศาลในภาคอีสานทำให้กลายเป็นสมรภูมิสำคัญของธุรกิจค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์
ส่วนกลยุทธ์การตลาดอื่นๆ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT ผู้นำธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ในไทย เดินหน้าฉลอง ครบรอบ 10 ปี ของการดำเนินธุรกิจ พร้อมประกาศแผนลงทุนครั้งใหญ่ในปี 2569 ด้วยงบกว่า 4,000 ล้านบาท เพื่อเร่งขยายสาขาใหม่ทั่วประเทศ และพัฒนาโครงการ คลังสินค้าอัตโนมัติ ยกระดับประสิทธิภาพซัพพลายเชน รองรับการเติบโตระยะต่อไปของธุรกิจค้าปลีก
การขยายตัวครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของบริษัทต่อศักยภาพตลาดค้าปลีกไทย หลังปี 2568 สร้างผลงานแข็งแกร่ง โดยทำ รายได้สูงสุดกว่า 20,000 ล้านบาท เติบโต 24% ขณะที่ กำไรสุทธิอยู่ที่ 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% จากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และยอดขายในสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้น
แอนดี้ ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีเป้าหมายชัดเจนในการทำให้ สินค้าอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์มีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย และสามารถหาซื้อได้สะดวกในทุกจังหวัดของประเทศไทย พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตในทศวรรษใหม่ผ่านการขยายสาขาอย่างมีวินัย และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้า เปิดสาขาใหม่ 210 สาขา โดยปัจจุบันได้จัดหาพื้นที่แล้วราว 70% ของแผนทั้งหมด การขยายสาขาครั้งนี้จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าในทั้งพื้นที่เมืองและชุมชนต่างจังหวัดปัจจุบัน มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. มี 1,127 สาขา ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด และให้บริการลูกค้ามากกว่า 120 ล้านครั้งต่อปี สะท้อนการเติบโตอย่างรวดเร็วของแบรนด์ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการเปิดตัว Store Format 2.0 ดีไซน์ร้านรูปแบบใหม่ที่ทันสมัยขึ้น โดดเด่นด้วยหน้าร้านสีเหลืองเอกลักษณ์ พร้อมปรับการจัดวางสินค้า ระบบแสงสว่าง และผังร้านให้เลือกซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งของลูกค้า
ปัจจุบันบริษัทมีสินค้ากว่า 16,000 รายการใน 6 หมวดหลัก โดยใช้จุดแข็งด้าน สินค้า Private Label และสินค้าลิขสิทธิ์ เพื่อสร้างความหลากหลายและควบคุมต้นทุน ทำให้สามารถรักษาคำมั่นสัญญาแบรนด์ “ราคาถูกคุ้มเสมอ” (Always Low Prices) ได้อย่างต่อเนื่อง ในโอกาสครบรอบ 10 ปี บริษัทเตรียมจัดมากกว่า 70 แคมเปญการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขาย ตลอดปี 2569 ทั้งโปรโมชันพิเศษ ความร่วมมือกับพันธมิตร และกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า
ขณะเดียวกัน มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. ยังเดินหน้ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืน โดยเตรียมติดตั้ง ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) ในสาขาใหม่รูปแบบสแตนด์อโลนทั้งหมด พร้อมกับการขยายธุรกิจที่คาดว่าจะสร้าง โอกาสการจ้างงานมากกว่า 2,000 ตำแหน่งทั่วประเทศ
จากสาขาแรกในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2559 สู่วันนี้ที่มีมากกว่า 1,100 สาขาทั่วประเทศ การเติบโตของเราเกิดจากความไว้วางใจของผู้บริโภคชาวไทย” แอนดี้ ชิน กล่าว พร้อมย้ำว่า ในทศวรรษที่สองของธุรกิจ บริษัทจะยังคงมุ่งเติบโตอย่างมีวินัย เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และส่งมอบความคุ้มค่าให้กับทุกครัวเรือนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง