ส่องโอกาส ‘โมเดลธุรกิจใหม่’ ท่ามกลางสงคราม เศรษฐกิจทรุด ไม่ได้มีแค่วิกฤต

ส่องโอกาส ‘โมเดลธุรกิจใหม่’ ท่ามกลางสงคราม เศรษฐกิจทรุด ไม่ได้มีแค่วิกฤต

'ออมสิน' ชี้ สงครามตะวันออกกลาง เศรษฐกิจไทยทรุด ไม่ได้เป็นแค่วิกฤต แต่… มีโอกาสซ่อนอยู่ แนะให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว ยกระดับการผลิต มองหาโมเดล ธุรกิจใหม่ๆ เพื่อความอยู่รอดระยะยาว

SHORT CUT

  • วิกฤตเศรษฐกิจจากสงครามและพลังงานแพง แม้กระทบหนัก แต่ยังมี “โอกาส” สำหรับธุรกิจที่ปรับตัวไว
  • ไทยมีแต้มต่อเรื่องทำเล ไม่อยู่ในพื้นที่ขัดแย้ง สามารถผลิตและส่งออกแทนประเทศที่ได้รับผลกระทบได้
  • ออมสินหนุนคนฐานรากและ SMEs เข้าถึงแหล่งทุน สร้างโมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อความอยู่รอดระยะยาว

'ออมสิน' ชี้ สงครามตะวันออกกลาง เศรษฐกิจไทยทรุด ไม่ได้เป็นแค่วิกฤต แต่… มีโอกาสซ่อนอยู่ แนะให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว ยกระดับการผลิต มองหาโมเดล ธุรกิจใหม่ๆ เพื่อความอยู่รอดระยะยาว

ท่ามกลางคลื่นลมเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ประเทศไทยในปี 2569 กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ กระทบราคาพลังงานและต้นทุนการผลิต ไปจนถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งออกสะดุด การบริโภคในประเทศแผ่วลงอย่างมีนัยสำคัญ ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงแรงสั่นสะเทือนครั้งนี้ได้

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตที่ดูเหมือนจะปิดประตูหลายบาน ยังมีอีกหลายมุมมองที่เชื่อว่า 'โอกาส' ยังคงซ่อนอยู่ในทุกจังหวะของความเปลี่ยนแปลง ผู้ประกอบการและนักธุรกิจที่สามารถปรับตัวได้ไว มองเกมขาด และเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก ยังคงมีพื้นที่ให้เติบโตได้ แม้ในวันที่เศรษฐกิจไม่เป็นใจ

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า 'เศรษฐกิจแย่แค่ไหน' แต่คือ 'ใครจะมองเห็นโอกาสก่อน' เพราะในโลกธุรกิจวันนี้ การอยู่รอดไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของทุนเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่ความสามารถในการเรียนรู้ วิเคราะห์ และคว้าโอกาสที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางวิกฤตได้อย่างทันท่วงที

พามาฟังโอกาสทางธุรกิจ ท่ามกลางสงคราม และภาวะเศรษฐกิจทรุด จากมุมมองของ ‘ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์’ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกกลางส่วนใหญ่มองว่าเป็นวิกฤต  แต่..ทุกวิกฤตคือโอกาสที่เกิดใหม่เสมอ ดังนั้นมองว่าหากใครที่จะทำธุรกิจใหม่ให้ศึกษาช่องทางการทำธุรกิจในช่วงสงครามแบบนี้ให้ได้ อาจเป็นโอกาสที่ดีก็อาจมีความเป็นไปได้ ประเทศไทยแม้วันนี้ค่าครองชีพจะพุ่ง น้ำมันจะแพง หรือเศรษฐกิจโลกจะผันผวน แต่ต้องไม่ลืมว่าปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่เจอ

ส่องโอกาส ‘โมเดลธุรกิจใหม่’ ท่ามกลางสงคราม เศรษฐกิจทรุด ไม่ได้มีแค่วิกฤต

 

โดยจุดแข็งที่ทำให้เราได้เปรียบคือ ‘ทำเลที่ตั้ง’ เพราะไทยไม่ได้อยู่ในเขตสู้รบและไม่มีความขัดแย้งโดยตรง ทำให้เรายังสามารถทำมาหากินและผลิตสินค้าส่งออกให้กับประเทศที่ไม่สามารถผลิตเองได้ในช่วงสงครามได้เช่นกัน นอกจากนี้ให้มองว่า ต่อให้ไม่มีสงคราม เราก็หนีการแข่งขันไม่พ้นอยู่ดี ยกตัวอย่างเช่นแพลตฟอร์มต่างชาติที่ส่งของจากจีนมาถึงไทยใน 2-3 วันด้วยราคาที่ถูกกว่า ดังนั้นวิกฤตครั้งนี้จึงเป็นตัวเร่งให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัว ยกระดับการผลิต และมองหาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพื่อความอยู่รอดในระยะยาว

สำหรับธนาคารออมสิน ยังมองอีกว่าปัจจุบันของเศรษฐกิจโลกที่มีปัจจัยเสี่ยงและความท้าทายส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ สะท้อนผ่านตัวเลข GDP ที่ลดต่ำแตะระดับ 1.4% ค่าเงินบาทแกว่งตัวสูงและอ่อนค่าลงอยู่ที่ประมาณ 31-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่น้ำมันดีเซลราคาเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 40.2 - 50.5 บาท/ลิตร ธนาคารออมสินกำหนดบทบาทชัดเจนพร้อมดูแลคนไทยทุกช่วงชีวิตให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรคความท้าทายครั้งนี้ไปด้วยกัน

โดยยึดหลักคิด “From Birth, to Legacy” เริ่มต้นที่กลุ่มวัยเด็กเล็ก (First Steps) ตั้งเป้าปลูกฝังวินัยการออม วางรากฐานการสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่ดีตั้งแต่ยังเยาว์วัย กลุ่มวัยเรียน (Education) โดยให้การสนับสนุนทางการเงินแก่นักเรียนนักศึกษา เพื่อเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง กลุ่มวัยสร้างตัว (Building) ธนาคารพร้อมเคียงข้างสนับสนุนการตั้งต้นชีวิตโดยสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพและริเริ่มทำธุรกิจ กลุ่มวัยเติบโต (Growing) คือการส่งเสริมให้คนกลุ่มวัยนี้มีการออมและการลงทุนที่เหมาะสมเพียงพอต่อการสร้างความมั่งคั่งที่มั่นคงในระยะยาว รองรับการวางแผนเกษียณ กลุ่มวัยเก็บเกี่ยว (Harvest) ธนาคารจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เกษียณให้สามารถบริหารจัดการทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีรายได้เพียงพอและสมดุลคุณภาพชีวิตที่คาดหวัง

ส่องโอกาส ‘โมเดลธุรกิจใหม่’ ท่ามกลางสงคราม เศรษฐกิจทรุด ไม่ได้มีแค่วิกฤต

และจนถึงช่วงวัยสุดท้ายของชีวิต คือ วัยส่งมอบ (Legacy) ที่ธนาคารออมสินจะเคียงข้างช่วยวางแผนการส่งต่อความมั่นคงมั่งคั่งไปสู่คนรุ่นหลัง โดยธนาคารตั้งเป้าหมายเป็นสถาบันการเงินที่สามารถสนับสนุนเป้าหมายทางการเงินสำหรับคนทุกกลุ่มทุกช่วงวัยนับตั้งแต่ก้าวแรก ไปตลอดทุกช่วงชีวิต และยังสนับสนุนนโยบายรัฐขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ธนาคารมุ่งเน้น 2 ภารกิจที่สำคัญ คือ 1) การช่วยเหลือคนตัวเล็ก รายย่อย กลุ่มฐานราก ให้ได้ลืมตาอ้าปาก และมีเงินออม โดยตั้งเป้าให้คนกลุ่มนี้ได้รับสิทธิประโยชน์จากธนาคารในมิติต่าง ๆ

เช่น การขยายโอกาสเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงินให้แก่คนฐานรากที่ส่วนใหญ่ขาดหลักประกันการกู้ เน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกหนี้ที่มีประวัติการผ่อนชำระดีให้ได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการแก้หนี้เชิงป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ต้องเสียประวัติเครดิต และช่วยสร้างวินัยทางการเงินที่ดี ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพเพื่อช่วยสร้างรายได้เพิ่ม เป็นต้น และภารกิจที่

2) การช่วยผู้ประกอบการรายเล็ก ธุรกิจ SMEs และ Supply Chain ของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้สามารถประคับประคองธุรกิจก้าวต่อได้ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีปัจจัยเสี่ยงหลากหลาย ผ่านการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ หรือ New Business Ecosystem ที่สามารถสนับสนุนการเชื่อมต่อนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เดินหน้าต่อเพื่อยกระดับการดำเนินงานมุ่งเป้าหมายการเป็น ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมครอบคลุมทุกช่วงชีวิตของคนไทย

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ธนาคารออมสิน ตั้งเป้าหมายสนับสนุนประชาชนฐานรากได้มากกว่า 1 ล้านคน เพิ่มสัดส่วนสินเชื่อใหม่แก่ผู้ประกอบการมากกว่าร้อยละ 40 ของสินเชื่อรวมในปี 2568 พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิต อาทิ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ที่สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน ทั้งที่เป็นการกู้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์และกู้เพื่อซื้อยานยนต์ไฟฟ้า การเปิดจำหน่ายสลากออมสินพิเศษในโอกาสครบรอบก่อตั้งธนาคาร 113 ปี รวมถึงผลิตภัณฑ์เงินฝากที่มีสิทธิประโยชน์ เช่น เงินฝากแบบมีประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ เพื่อส่งเสริมการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้คนไทยในทุกมิติ

 

 

 

 

 

 

 

related