
SHORT CUT
จากสงครามสู่สภาพอากาศ นักอุตุฯ เตือน ปรากฏการณ์ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' ปลายปีนี้ จะซ้ำเติมวิกฤตขาดแคลนพลังงาน ดันต้นทุนอาหารทั่วโลกแพงกว่าเดิม
นักอุตุนิยมวิทยาของสหรัฐฯ เตือนว่า มีมีแนวโน้มสูงมากที่จะเกิดปรากฏการณ์ เอลนีโญที่รุนแรงผิดปกติ หรือ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิทั่วโลกร้อนขึ้น ส่งผลให้วิกฤตความมั่นคงทางอาหารทวีความรุนแรงขึ้น ซ้ำเติมผลกระทบจากสงครามอิหร่านทำให้ปริมาณสินค้าปุ๋ยที่สำคัญลดลง
คริส จาคคารินี นักวิเคราะห์อาวุโส ด้านอาหารและการเกษตร จากหน่วยข่าวกรองด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ กล่าวว่า "ราคาอาหารทั่วโลก กำลังถูกกดดันจากทั้งสองด้าน" คือจากสภาพอากาศสุดขั้วที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตในพื้นที่เพาะปลูก และจากสงครามที่กระทบต่อปริมาณเชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้ต้นทุนราคาแก๊ส ปุ๋ย การขนส่ง และบรรจุภัณฑ์พุ่งสูงขึ้น
นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไม 'ซูเปอร์เอลนีโญ' จึงสร้างความกังวล เพราะมันสามารถเร่งความเสี่ยงด้านสภาพอากาศที่ไม่เสถียรอยู่แล้วจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์ ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมให้ภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยิ่งทวีความรุนแรง
โดยสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงเป็นพิเศษ คือ โกโก้ น้ำมันพืช ข้าว และน้ำตาล ที่มักจะมีราคาสูงขึ้นทุกครั้งที่เกิดเอลนีโญ นอกจากนี้เยังมีความเสี่ยงในวงกว้างสำหรับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่เขตร้อน เช่น กล้วย ชา กาแฟ ช็อกโกแลต และเนื้อสัตว์ที่เลี้ยงด้วยถั่วเหลือง
โดยประเทศที่ถูกคาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบจากเอลนีโญอย่างรุนแรง ได้แก่ อินเดีย ออสเตรเลีย บราซิล และอาร์เจนตินา รวมถึงอาจทำให้เกิดภาวะแห้งแล้งในเอธิโอเปีย ซูดาน และซูดานใต้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อฤดูกาลเพาะปลูกหลัก
ขณะที่โครงการอาหารโลก (WFP) ประเมินว่า จำนวนผู้คนที่เผชิญกับภาวะอดอยากอย่างรุนแรงอาจเพิ่มขึ้นถึง 45 ล้านคน หากสงครามในอิหร่านยืดเยื้อเกินเดือนมิถุนายน และราคาน้ำมันยังคงสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่หากเกิด 'ซูเปอร์เอลนีโญ' ซ้ำเติมในช่วงปลายปี ก็จะยิ่งเพิ่มจำนวนผู้คนที่ขาดแคลนอาหารทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีอยู่แล้วราว 318 ล้านคน