ถอดบทเรียน CLICX คนไทยแห่ใช้-บิด บททดสอบ Virtual Bank แรกไทยพร้อมจริงมั้ย?

ถอดบทเรียน CLICX คนไทยแห่ใช้-บิด บททดสอบ Virtual Bank แรกไทยพร้อมจริงมั้ย?

CLICX บททดสอบใหญ่! Virtual Bank แรกของไทย พร้อมจริงหรือ? เมื่อคนไทย ‘ร้อนเงิน’ สวนทางความเสี่ยง ‘นักบิด’ ที่ระบบการเงินต้องรับมือ

SHORT CUT

  • CLICX เปิดให้บริการในฐานะ Virtual Bank รายแรกของไทย ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย มุ่งเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อผ่านเทคโนโลยีและข้อมูลทางเลือก
  • ผู้ใช้แห่สมัครสินเชื่อจนระบบรองรับไม่ทัน ทำให้ CLICX ต้องปิดรับสมัครสินเชื่อใหม่ชั่วคราว พร้อมเร่งพิจารณาคำขอที่ค้างและปรับปรุงระบบให้รองรับผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น
  • CLICX ย้ำหลัก ‘Responsible Lending’ ยืนยันไม่ลดมาตรฐานการอนุมัติสินเชื่อ พร้อมเตือนการให้ข้อมูลเท็จหรือหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ อาจกระทบประวัติเครดิตและถูกดำเนินการตามกฎหมาย

CLICX บททดสอบใหญ่! Virtual Bank แรกของไทย พร้อมจริงหรือ? เมื่อคนไทย ‘ร้อนเงิน’ สวนทางความเสี่ยง ‘นักบิด’ ที่ระบบการเงินต้องรับมือ

การถือกำเนิดของ ‘ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา’ หรือ Virtual Bank ถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของการปฏิรูประบบการเงินไทย โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับ Financial Inclusion หรือการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพในการชำระหนี้ แต่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารแบบดั้งเดิม เช่น ฟรีแลนซ์ แรงงานอิสระ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ผู้ประกอบการรายย่อย และผู้มีรายได้ไม่ประจำ ผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) มาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ แทนการอาศัยเพียงเอกสารรายได้หรือหลักประกันเหมือนในอดีต

ผู้ที่เปิดประวัติศาสตร์หน้าแรกของวงการธนาคารไทย คือ ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ CLICX ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็น Virtual Bank รายแรกของประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือของ ธนาคารกรุงไทย (KTB), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS และ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อ 19 มิถุนายน 2569 หลังประกาศวิสัยทัศน์ ‘Bank in One CLICX’ เพื่อทำให้บริการทางการเงินเข้าถึงง่าย รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เพียงไม่นานหลังเปิดให้บริการ CLICX ก็ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ เมื่อประชาชนจำนวนมากหลั่งไหลเข้าใช้บริการ โดยเฉพาะการสมัครขอสินเชื่อ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง ค่าครองชีพสูง กำลังซื้อชะลอตัว และประชาชนจำนวนไม่น้อยกำลังต้องการสภาพคล่อง ส่งผลให้กระแสความต้องการสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัลพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในเวลาเดียวกัน โลกออนไลน์กลับเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีการเผยแพร่ข้อความและภาพการอนุมัติสินเชื่อจำนวนมาก พร้อมกับปรากฏโพสต์จากผู้ใช้งานบางส่วนที่แสดงเจตนาในลักษณะว่าจะ ‘เบี้ยวหนี้’ หรือไม่ชำระคืนเงินกู้ ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็มีกระแสข่าวเกี่ยวกับกลุ่ม ‘นักบิด’ หรือผู้ที่ตั้งใจสร้างหนี้โดยไม่คิดชำระ จนเกิดข้อกังวลว่า Virtual Bank จะสามารถบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพสินเชื่อได้มากน้อยเพียงใด

กระแสดังกล่าวสะท้อนว่า แม้เทคโนโลยีจะช่วยให้การเข้าถึงสินเชื่อง่ายขึ้น แต่ความท้าทายของ Virtual Bank ไม่ได้อยู่ที่การปล่อยกู้ได้รวดเร็วเพียงอย่างเดียว หากยังต้องรักษาสมดุลระหว่างการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน กับการคัดกรองลูกหนี้ที่มีความสามารถในการชำระหนี้อย่างแท้จริง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ CLICX ออกแถลงการณ์ชี้แจงต่อกระแสที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่า การเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงสินเชื่อ จะต้องดำเนินควบคู่กับหลักการ Responsible Lending หรือการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ การบริหารความเสี่ยง และการติดตามคุณภาพสินเชื่ออย่างใกล้ชิด

CLICX ระบุว่า แม้แพลตฟอร์มดิจิทัลจะช่วยให้การสมัครสินเชื่อสะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครทุกคนจะได้รับการอนุมัติ และธนาคารไม่มีนโยบายลดมาตรฐานการพิจารณาสินเชื่อแต่อย่างใด

 

พร้อมกันนี้ ธนาคารยังออกประกาศขออภัยผู้ใช้งาน หลังพบว่ามีผู้เข้าใช้งานระบบพร้อมกันจำนวนมากเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ระบบเกิดความล่าช้า และจำเป็นต้อง ปิดรับสมัครสินเชื่อใหม่เป็นการชั่วคราว เพื่อเร่งดำเนินการพิจารณาคำขอสินเชื่อที่ค้างอยู่ และปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบให้สามารถรองรับผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้ CLICX ยังย้ำว่า ธนาคารดำเนินธุรกิจภายใต้ใบอนุญาตและการกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยง และการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ พร้อมเตือนว่าไม่สนับสนุนการนำสินเชื่อไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือการหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อประวัติเครดิตและโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินในอนาคต รวมถึงหากพบการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ การใช้เอกสารไม่ถูกต้อง หรือพฤติกรรมที่เข้าข่ายทุจริต ธนาคารจะดำเนินการตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับ CLICX จึงไม่ได้เป็นเพียงปัญหาระบบล่าช้าจากจำนวนผู้ใช้งานที่เกินความคาดหมาย แต่กำลังสะท้อนภาพที่ใหญ่กว่านั้น คือความต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของคนไทยในภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ขณะเดียวกันก็เผยให้เห็นอีกด้านหนึ่งของความเสี่ยงด้านวินัยทางการเงิน ที่ผู้ให้บริการจำเป็นต้องบริหารควบคู่กับการขยายโอกาสทางการเงิน

ท้ายที่สุด คำถามสำคัญที่กำลังถูกจับตาจากทั้งภาคการเงิน นักลงทุน และผู้กำกับดูแล คือ CLICX จะสามารถพิสูจน์ตัวเองในฐานะ Virtual Bank รายแรกของประเทศไทยได้หรือไม่ เมื่อบททดสอบแรกไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีหรือจำนวนผู้ใช้งานเท่านั้น แต่คือการรับมือกับวันที่ ‘คนไทยร้อนเงิน’ พร้อมกับความเสี่ยงจากผู้กู้บางส่วนที่อาจตั้งใจ ‘บิดหนี้’ ตั้งแต่วันแรกของการเปิดให้บริการ ซึ่งอาจเป็นบทพิสูจน์สำคัญของโมเดล Virtual Bank ไทยในระยะยาว.