
SHORT CUT
ค้าปลีกไทยเร่งใช้ AI รับมือการแข่งขัน-ต้นทุนพุ่ง Wonder AI เปลี่ยนกล้อง CCTV เป็นข้อมูลเชิงลึก ดันยอดขายสูงสุด 40% พร้อมช่วยวางแผนสาขา ปรับโปรโมชั่น และ ลดต้นทุนการตลาด
ธุรกิจค้าปลีกไทยกำลังเผชิญทั้งการแข่งขันที่รุนแรง ต้นทุนดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น กำลังซื้อที่ผันผวน และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว ขณะที่ข้อมูลจากหน้าร้านยังมีช่องว่างสำคัญ เพราะระบบ POS อาจบอกได้ว่าสินค้าอะไรขายดีและขายได้เท่าไร แต่ไม่ได้อธิบายทั้งหมดว่าลูกค้าเข้าร้านแล้วทำอะไร สนใจสินค้าใด หรือเหตุใดจึงหยิบสินค้าแล้วไม่ซื้อ
โจทย์เหล่านี้กำลังถูกนำ AI เข้ามาช่วยแก้ โดย Wonder AI แพลตฟอร์ม AI สัญชาติไทย 100% ที่นำซอร์สโค้ดระดับโลกจากเกาหลีใต้มาพัฒนาต่อยอดให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคไทย ชูจุดเด่นการเปลี่ยนกล้อง IP Camera หรือ CCTV ที่ร้านค้ามีอยู่แล้ว ให้กลายเป็นเครื่องมือวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและข้อมูลเชิงธุรกิจ เสมือนดวงตาของ AI Store Manager ช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นภาพการทำงานภายในร้านได้ละเอียดขึ้น และนำข้อมูลไปใช้ตัดสินใจได้รวดเร็วกว่าเดิม
ล้วงอินไซต์ลูกค้า รู้ถึงเหตุผลที่หยิบแล้วไม่ซื้อ
Wonder AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของลูกค้า เช่น เพศและช่วงอายุ พร้อมติดตามเส้นทางการเดิน การมอง การยกมือ และการหยิบจับสินค้าบนชั้นวาง ทำให้ร้านค้ารู้ว่าลูกค้าให้ความสนใจกับพื้นที่หรือสินค้าใด และจุดไหนที่ลูกค้าออกจากกระบวนการซื้อก่อนตัดสินใจ
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจบริบทของลูกค้าได้มากขึ้น เช่น กรณีศึกษากลุ่มนักศึกษาอายุประมาณ 21 ปีที่เลือกซื้อผงซักฟอกแบบก้อนแทนแบบตัก เพราะพักอาศัยอยู่ในหอพัก ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ร้านสามารถเลือกสินค้าและจัดข้อเสนอให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ระบบยังช่วยวิเคราะห์ประสิทธิภาพพื้นที่ขาย การจัดวางสินค้า ผลตอบรับของโปรโมชั่น และประสิทธิภาพการให้บริการของพนักงาน เพื่อนำข้อมูลไปปรับผังร้าน การจัดวางสินค้า และการบริหารงานภายในสาขา
ลดต้นทุนการตลาด ปรับราคาและโปรโมชั่นได้แบบเรียลไทม์
อีกหนึ่งจุดที่ Wonder AI เข้ามาช่วยคือการบริหารโปรโมชั่นและราคา ผ่านระบบ Dynamic Pricing ที่ทำงานร่วมกับ Electronic Shelf Label หรือ ESL ซึ่งเป็นป้ายราคาอิเล็กทรอนิกส์แบบ E-ink
ระบบดังกล่าวช่วยลดภาระจากการพิมพ์ป้ายกระดาษใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนราคา หรือเปลี่ยนโปรโมชั่น รวมถึงลดค่าใช้จ่ายล่วงเวลา หรือ OT ของพนักงานที่ต้องเปลี่ยนป้ายสินค้า ขณะที่แบตเตอรี่ของป้ายราคาสามารถใช้งานได้นานประมาณ 5-10 ปี
เมื่อเชื่อมข้อมูลจากการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเข้ากับราคาและโปรโมชั่น ร้านค้าจึงสามารถนำข้อมูลมาปรับกลยุทธ์ได้ยืดหยุ่นมากขึ้น แทนการทำโปรโมชั่นแบบหว่านโดยไม่รู้ว่าลูกค้าตอบสนองอย่างไร
ไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่ช่วยวางแผนสาขาใหม่แบบมีข้อมูล
Wonder AI ยังขยายการใช้งานไปถึงการบริหารหน้าร้าน โดยมีระบบ Shelf Monitoring ตรวจสอบสินค้าบนชั้นวาง แจ้งเตือนเมื่อสินค้าหมดหรือวางผิดตำแหน่ง รวมถึงตรวจวัดอุณหภูมิตู้แช่เพื่อช่วยป้องกันความเสียหายของสินค้า และแจ้งเตือนพฤติกรรมที่อาจมีความเสี่ยงต่อการโจรกรรมไปยังผู้จัดการสาขา
สำหรับธุรกิจที่กำลังขยายสาขา ระบบสามารถนำข้อมูลด้านประชากรและพฤติกรรมของลูกค้าในพื้นที่เป้าหมายมาประกอบการตัดสินใจ ช่วยลดการเปิดสาขาแบบอาศัยการคาดการณ์เพียงอย่างเดียว
ด้านผลลัพธ์จากการทดสอบในเกาหลีใต้ พบว่าการใช้ AI ร่วมกับระบบแนะนำโปรโมชั่นสามารถช่วยเพิ่มยอดขายร้านค้าได้ 30-40% ภายใน 2 เดือน ขณะที่การทดสอบ POC กับร้านค้าที่เป็นบริษัทมหาชนในภาคเหนือของไทย สามารถเพิ่มยอดขายช่วงกลางคืนได้ 15%
จุดสำคัญคือร้านค้าไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อกล้องใหม่ เพราะ Wonder AI สามารถนำกล้อง IP Camera ที่มีอยู่แล้วมาประยุกต์ใช้งาน โดยค่าบริการซอฟต์แวร์เริ่มต้นประมาณ 300 บาทต่อกล้องต่อเดือน
เดินเกมพิสูจน์ผลลัพธ์ ก่อนขยายการลงทุน
วรกฤต ชัยสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วันเดอร์ เอไอ จำกัด ผู้ให้บริการระบบ Wonder AI เปิดเผยแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง 2569 ว่า บริษัทจะเร่งสร้างตลาดและการยอมรับ Wonder AI ในประเทศไทย โดยเน้นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่มีหน้าร้านและหลายสาขา ทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีกเฉพาะทาง ร้านสุขภาพและความงาม รวมถึงศูนย์การค้า
กลยุทธ์หลักคือการพิสูจน์ผลลัพธ์ก่อนขยายการลงทุน ผ่านโครงการ POC และโครงการต้นแบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการเห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจจากการใช้งานจริง ทั้งอัตราการเปลี่ยนผู้เข้าร้านเป็นผู้ซื้อ ประสิทธิภาพพื้นที่ขาย ความสนใจต่อสินค้า ผลตอบรับของโปรโมชั่น และประสิทธิภาพการให้บริการของพนักงาน
วรกฤตระบุว่า Wonder AI ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงระบบวิเคราะห์ภาพ แต่ต้องการยกระดับร้านค้าออฟไลน์ให้เป็น Smart AI Retail โดยนำข้อมูลจากกล้อง CCTV มาวิเคราะห์จำนวนลูกค้า ช่วงเวลาที่ลูกค้าเข้าร้าน เส้นทางการเดิน พื้นที่และสินค้าที่ได้รับความสนใจ รวมถึงระยะเวลาในการเลือกซื้อ ก่อนนำข้อมูลไปช่วยปรับราคา โปรโมชั่น พื้นที่ขาย และการดำเนินงานภายในร้าน
ผนึก AWS-TBSP สร้างระบบนิเวศ Smart Retail
Wonder AI ยังเดินหน้าสร้างระบบนิเวศ Smart Retail ร่วมกับพันธมิตร โดยมี AWS สนับสนุนด้าน Cloud Infrastructure สำหรับการประมวลผล ความมั่นคงปลอดภัย และการขยายระบบหลายสาขา ขณะที่ TBSP เข้ามาสนับสนุนด้าน Electronic Shelf Label หรือ ESL และ System Integration เพื่อให้ Wonder AI สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเดิมของลูกค้าได้
เป้าหมายคือสร้างระบบตั้งแต่การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล การค้นหาโอกาสทางธุรกิจ ไปจนถึงการนำผลวิเคราะห์ไปปรับราคา โปรโมชั่น พื้นที่ขาย และการดำเนินงานภายในร้าน พร้อมติดตามผลเพื่อวัดประสิทธิภาพและพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง
สำหรับปี 2570 บริษัทมีแผนยกระดับ Wonder AI จาก Wonder Insight ซึ่งเป็นระบบวิเคราะห์ข้อมูลภายในร้าน ไปสู่ AI Store Manager ที่สามารถตรวจจับความผิดปกติ ค้นหาปัญหา วิเคราะห์สาเหตุ จัดลำดับความสำคัญ และเสนอ Recommended Action ให้ผู้บริหารและผู้จัดการร้านนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ
จากค้าปลีก สู่หลายอุตสาหกรรม
แม้ธุรกิจค้าปลีกจะเป็นตลาดนำร่อง แต่ Wonder AI ไม่ได้จำกัดการใช้งานไว้เพียงธุรกิจดังกล่าว โดยมีแผนต่อยอดไปยังศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ โชว์รูม โรงพยาบาล คลินิก ธนาคาร สนามบิน สถานีขนส่ง สถานศึกษา อาคารสำนักงาน โรงงาน คลังสินค้า งานแสดงสินค้า และพื้นที่บริการประชาชน
แนวคิดสำคัญคือการนำข้อมูลจากกล้อง CCTV ที่องค์กรมีอยู่แล้วมาเปลี่ยนเป็นข้อมูลเชิงลึก เช่น จำนวนผู้ใช้บริการ ระยะเวลารอคอย การเคลื่อนไหว ช่วงเวลาที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น ประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ และพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้จากข้อมูลจริง
อย่างไรก็ตาม การนำระบบไปใช้งานจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด และรูปแบบการวิเคราะห์ให้เหมาะกับแต่ละธุรกิจ รวมถึงคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ตั้งเป้า 20 บริษัทในปี 2569 ก่อนทะยานสู่ 100 บริษัท
Wonder AI ตั้งเป้าภายในสิ้นปี 2569 จะมีลูกค้านำระบบไปใช้งานไม่ต่ำกว่า 20 บริษัท ครอบคลุมพื้นที่ติดตั้งไม่น้อยกว่า 100 สาขา จากนั้นปี 2570 ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนลูกค้าเป็น 100 บริษัท และขยายพื้นที่ใช้งานครอบคลุมไม่น้อยกว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศ
การเติบโตจะมาจากการเปลี่ยนโครงการ POC ที่พิสูจน์ผลลัพธ์ได้ให้เป็นการใช้งานเชิงพาณิชย์ การขยายระบบจากสาขาทดลองไปสู่เครือข่ายหลายสาขา การเพิ่มลูกค้าใหม่ในกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีกเฉพาะทาง และศูนย์การค้า รวมถึงการพัฒนาจาก Store Insight ไปสู่ AI Store Manager
ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น Wonder AI จึงวางบทบาทตัวเองเป็น Business Solution ที่เข้ามาช่วยเติมช่องว่างข้อมูลของร้านค้าออฟไลน์ จากเดิมที่รู้เพียงว่าขายอะไรและขายได้เท่าไร ไปสู่การมองเห็นว่าลูกค้าเข้ามาทำอะไร สนใจอะไร และหลุดออกจากกระบวนการซื้อที่จุดใด
เป้าหมายของบริษัทจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การนำ AI มานับจำนวนลูกค้าหรือวิเคราะห์ภาพย้อนหลัง แต่ต้องการให้ข้อมูลจากกล้อง CCTV กลายเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มยอดขาย ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่และบุคลากร และช่วยให้ผู้ประกอบการค้าปลีกตัดสินใจได้เร็วขึ้นในยุคที่การแข่งขันของธุรกิจไม่มีพรมแดน