
SHORT CUT
สหรัฐฯ สั่ง Tesla ตอบคำถาม ชี้เส้นตาย 30 ก.ย. นี้ หลังนำ Cybercab ไร้พวงมาลัยและแป้นเบรก ออกทดสอบวิ่งรับส่งผู้โดยสารในเท็กซัส หวั่นขัด 'มาตรฐานความปลอดภัย'
NHTSA มีคำสั่งให้ Tesla ตอบข้อซักถามอย่างละเอียดภายในวันที่ 30 กันยายน นี้ เกี่ยวกับกระบวนการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้วยตนเอง ของยานยนต์ไร้คนขับรุ่นใหม่อย่าง Cybercab
คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง Tesla เริ่มปล่อยรถแท็กซี่ไร้คนขับ (Cybercab) ทดสอบให้บริการเชิงพาณิชย์จำนวนหนึ่งในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส ไปเมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมวางแผนขยายพื้นที่และเพิ่มจำนวนรถอย่างต่อเนื่อง
แต่ว่าดีไซน์ของ Cybercab กลับตัดอุปกรณ์ควบคุมดั้งเดิมออกทั้งหมด ทั้งพวงมาลัย, แป้นเบรก, แป้นคันเร่ง ตลอดจนกระจกมองหลัง ซึ่งขัดกับมาตรฐานความปลอดภัยยานยนต์ของรัฐบาลกลาง ที่ยังบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน
Weird #cybercab situation! When I got in the vehicle, the display was in a different configuration with a virtual joystick for manual driving! I have a feeling I wasn’t supposed to see this… but I try to manually drive the vehicle anyway! 😂 @wholemars @DirtyTesLa @DavidMoss… pic.twitter.com/mQsoDFDbEJ
— Matthew Skrzypczak (@MatthewSkrzypc1) September 7, 2026
NHTSA กำลังเร่งเข้าตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิคที่ Tesla นำมาใช้อ้างอิง โดยตั้งคำถามสำคัญว่า Cybercab มีอุปกรณ์ควบคุมสำหรับมนุษย์ติดตั้งชั่วคราวหรือไม่ และผู้โดยสารสามารถควบคุมการเคลื่อนที่ผ่านหน้าจอทัชสกรีนได้หรือไม่ รวมถึงขอรายละเอียดเรื่องการจำกัดความเร็วสูงสุด ขอบเขตพื้นที่ และช่วงเวลาการให้บริการ
แม้ Tesla และผู้พัฒนารถไร้คนขับรายอื่น เช่น Waymo ของกูเกิล กำลังผลักดันให้รัฐบาลสหรัฐฯ ปรับแก้กฎระเบียบเพื่อเอื้อต่อรถยนต์ไร้คนขับโดยสมบูรณ์ แต่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญและนักวิจารณ์ยังคงคัดค้าน โดยย้ำว่า 'ไม่ควรผ่อนปรนกฎเกณฑ์จนกว่าผู้ผลิตจะพิสูจน์ความปลอดภัยได้'
ซึ่งตามกฎหมายปัจจุบัน ผู้ผลิตสามารถขอข้อยกเว้นพิเศษเพื่อนำรถไร้พวงมาลัยวิ่งบนถนนจริงได้ไม่เกินปีละ 2,500 คัน ดังเช่นที่ Zoox ของ Amazon เคยได้รับอนุมัติไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
การตรวจสอบของ NHTSA ครั้งนี้ ไม่ได้ชี้ชะตาแค่ Tesla แต่ยังสะเทือนถึงอนาคตของรถยนต์ไร้คนขับทั้งอุตสาหกรรม คำชี้แจงภายในสิ้นเดือน ก.ย. นี้ จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า 'นวัตกรรมไร้คนขับ' จะก้าวผ่านกำแพงกฎหมายความปลอดภัย ได้หรือไม่ นี่คือก้าวสำคัญของวงการยานยนต์ที่ทั่วโลกต้องจับตา
ที่มา : REUTERS