svasdssvasds

IDC เผยยอดขายสมาร์ทโฟนปี 2026 ดิ่ง 12.9% เซ่นพิษชิป-แรมขาดแคลน

IDC เผยยอดขายสมาร์ทโฟนปี 2026 ดิ่ง 12.9% เซ่นพิษชิป-แรมขาดแคลน

IDC เผยยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกปี 2026 ดิ่ง 12.9% ต่ำสุดในรอบทศวรรษ เหตุวิกฤตแรมขาดแคลน ดันราคาเฉลี่ยพุ่ง 14% กระทบหนักแบรนด์มือถือราคาประหยัด

SHORT CUT

  • ตลาดสมาร์ทโฟนโลกปี 2026 หดตัว 12.9% เหลือ 1.1 พันล้านเครื่อง อันเป็นผลโดยตรงจากวิกฤตชิปหน่วยความจำ (RAM) ขาดแคลนอย่างหนัก
  • ต้นทุนชิ้นส่วนที่แพงขึ้นทำให้มือถือกลุ่มราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ไม่สามารถทำกำไรได้อีกต่อไป ส่งผลกระทบหนักต่อแบรนด์เล็กๆ ขณะที่ยักษ์ใหญ่อย่าง Apple และ Samsung มีแนวโน้มรอดพ้นวิกฤตและอาจชิงส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้น
  • แม้ยอดขายรวมจะตก แต่ราคาขายเฉลี่ยของสมาร์ทโฟน จะทำสถิติใหม่ขยับไปอยู่ที่ 523 ดอลลาร์ (ราว 16,500 บาท) ก่อนที่สถานการณ์ตลาดจะเริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในปี 2027-2028

IDC เผยยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกปี 2026 ดิ่ง 12.9% ต่ำสุดในรอบทศวรรษ เหตุวิกฤตแรมขาดแคลน ดันราคาเฉลี่ยพุ่ง 14% กระทบหนักแบรนด์มือถือราคาประหยัด

บริษัทวิจัยตลาดชั้นนำ IDC ออกรายงานฉบับล่าสุด ชี้สถานการณ์ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกในปี 2026 ว่าจะเผชิญกับภาวะหดตัวอย่างรุนแรงถึง 12.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY)

โดยคาดการณ์ยอดจัดส่งรวมจะร่วงลงไปแตะระดับ 1.1 พันล้านเครื่อง ซึ่งถือเป็น 'ตัวเลขรายปีที่ต่ำที่สุดในรอบกว่าสิบปีที่ผ่านมา' สาเหตุหลักมาจาก 'วิกฤตการขาดแคลนหน่วยความจำ' ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

IDC เผยยอดขายสมาร์ทโฟนปี 2026 ดิ่ง 12.9% เซ่นพิษชิป-แรมขาดแคลน

 

Francisco Jeronimo รองประธานฝ่าย Client Devices ของ IDC ระบุว่า ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงปัญหาชั่วคราว แต่เป็นเหมือน 'คลื่นสึนามิ' ในห่วงโซ่อุปทานหน่วยความจำที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่ออุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด

แบรนด์เล็ก-เจ็บหนัก แต่ Apple และ Samsung ได้เปรียบ

ผลกระทบจากราคาต้นทุนแรมที่พุ่งสูงขึ้น จะสร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนักต่อตลาดสมาร์ทโฟนระบบ Android โดยเฉพาะกลุ่มที่เน้นแข่งขันในตลาดระดับล่าง (Low-end) เนื่องจากต้นทุนของแรมคิดเป็นสัดส่วนที่สูงมากเมื่อเทียบกับราคาขาย

ผู้ผลิตเหล่านี้จะถูกบีบให้ต้องผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคผ่านการขึ้นราคา ซึ่งจะส่งผลให้ยอดขายชะลอตัวลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

IDC เผยยอดขายสมาร์ทโฟนปี 2026 ดิ่ง 12.9% เซ่นพิษชิป-แรมขาดแคลน

ในทางกลับกัน แบรนด์พรีเมียมที่มีสายป่านยาวและมีอำนาจต่อรองสูงอย่าง Apple และ Samsung กลับอยู่ในจุดที่สามารถรับมือกับวิกฤตนี้ได้ดีกว่า นอกจากจะไม่ได้รับผลกระทบหนัก แต่ยังมีโอกาสที่จะขยายส่วนแบ่งการตลาดของตนเองเพิ่มขึ้นในช่วงที่คู่แข่งรายย่อยกำลังหาทางออก 

Nabila Popal ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยอาวุโสของ IDC เน้นย้ำว่า วิกฤตครั้งนี้จะเป็น การปรับโครงสร้างตลาดใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมหน้าของตลาดรวม และสัดส่วนผลิตภัณฑ์ในระยะยาว เราอาจได้เห็นการควบรวมกิจการหรือการล้มหายตายจากของแบรนด์รายย่อย

อีกหนึ่งสถิติที่น่าสนใจคือ แม้ยอดจัดส่งรวมจะลดลงมหาศาล แต่ ราคาขายเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนในปีนี้กลับพุ่งขึ้นถึง 14% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 523 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 16,500 บาท)

ส่งผลให้สมาร์ทโฟนในกลุ่มราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ซึ่งเคยมียอดจัดส่งถึง 171 ล้านเครื่องต่อปี) กลายเป็นเซกเมนต์ที่ 'ไม่คุ้มค่าในเชิงต้นทุน' อีกต่อไป และอาจหายไปจากตลาดอย่างถาวร

ตลาดสมาร์ทโฟนราคาประหยัดได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา คาดว่าจะมียอดจัดส่งลดลงถึง 20.6% ขณะที่ตลาดใหญ่อย่างเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่นและจีน) และจีน จะหดตัว 13.1% และ 10.5% ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม IDC คาดการณ์ว่าราคาแรมจะเริ่มกลับมาทรงตัวได้ในช่วงกลางปี 2027 ซึ่งจะช่วยให้ตลาดสมาร์ทโฟนฟื้นตัวกลับมาเติบโตได้เล็กน้อยที่ 2% ก่อนจะดีดตัวขึ้น 5.2% ในปี 2028 แต่ถึงกระนั้น อุตสาหกรรมนี้ก็จะไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไป

ที่มา : IDC

related