
SHORT CUT
TrendForce เผยยอดผลิตสมาร์ทโฟนปี 2025 ทะลุ 1.25 พันล้านเครื่อง Apple-Samsung ครองแชมป์ร่วม จับตาปี 2026 ตลาดส่อหดตัว 10% เหตุต้นทุนพุ่งกระเทือนราคามือถือ
TrendForce เผยตัวเลขที่น่าสนใจของวงการสมาร์ทโฟนระดับโลกในปี 2025 โดยพบว่าตลาดรวมมีการฟื้นตัว ด้วยยอดการผลิตทะลุ '1.254 พันล้านเครื่อง' เติบโตขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ไฮไลต์สำคัญประจำปีตกเป็นของศึกชิงบัลลังก์ผู้นำ เมื่อ Apple และ Samsung ทำผลงานได้อย่างสูสีจนเข้าป้ายในฐานะ 'ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 1 ของโลกร่วมกัน' โดยทั้งสองค่ายมียอดการผลิตแตะระดับ 240 ล้านเครื่องตลอดทั้งปี
TrendForce วิเคราะห์ว่า ตลาดในช่วงครึ่งปีแรกได้รับแรงหนุนหลักจากโครงการอุดหนุนของรัฐบาลจีนที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ ขณะที่ช่วงครึ่งปีหลังเป็นผลพวงจากฤดูกาลเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Apple ที่เร่งเครื่องทำยอดได้อย่างก้าวกระโดดในช่วงปลายปี
การเปิดตัวของไลน์อัป iPhone 17 ส่งผลให้ยอดการผลิตของ Apple ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 พุ่งสูงขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
ปัจจัยแห่งความสำเร็จนี้มาจากการตั้งราคาขายปลีกที่ตอบโจทย์ตลาด ซึ่ง TrendForce ชี้ว่าหาก Apple ยังคงใช้กลยุทธ์ด้านราคาที่ดุดันต่อไปในปี 2026 ก็มีโอกาสสูงที่จะรักษาสถานะผู้นำทั้งในแง่การผลิตและยอดขายไว้ได้
ตลาดส่อหดตัว 10% แม้ปี 2025 จะจบลงด้วยตัวเลขที่สวยงาม แต่นักวิเคราะห์มองว่าอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนกำลังเผชิญกับ แรงกดดันด้านต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะ ราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้คาดการณ์ว่า ยอดการผลิตสมาร์ทโฟนทั่วโลกในปี 2026 อาจร่วงลงอย่างน้อย 10% เหลือเพียงราว 1.135 พันล้านเครื่อง
ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจะต้องเผชิญหน้ากับทางแยกที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ระหว่าง 'การขึ้นราคาขาย' เพื่อรักษากำไร หรือ 'การลดสเปกชิ้นส่วน' เพื่อพยุงยอดขายไว้ โดยกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ 'สมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น'
เจาะอันดับผู้ผลิตรายอื่นๆ ในตลาดโลก นอกเหนือจากสองยักษ์ใหญ่แล้ว แบรนด์ชั้นนำจากจีนยังคงยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ในตารางอันดับโลก นำโดย Xiaomi (รวม Redmi และ POCO) ที่รั้งอันดับ 3 ด้วยยอดผลิตราว 170 ล้านเครื่อง ตามมาด้วย OPPO (รวม OnePlus และ Realme) ในอันดับ 4 ที่ 143 ล้านเครื่อง ส่วน Vivo ครองอันดับ 5
ด้าน Transsion (เจ้าของแบรนด์ TECNO, Infinix และ itel) อยู่ในอันดับที่ 6 หลังต้องลดกำลังการผลิตลงในช่วงปลายปีเพื่อปรับสมดุลสต็อกสินค้า ขณะที่ Honor เร่งเครื่องแซงขึ้นมาอยู่อันดับ 7 และปิดท้าย Top 8 ด้วย Lenovo (รวม Motorola) ที่มียอดผลิตราว 61 ล้านเครื่อง
ที่มา : trendforce