svasdssvasds

จริงไหมที่ Facebook อาจเป็นแหล่งรวมของ 'โฆษณาหลอกลวง'

จริงไหมที่ Facebook อาจเป็นแหล่งรวมของ 'โฆษณาหลอกลวง'

เมื่อไหร่มิจฉาชีพจะหมดไป เมื่อหนึ่งในแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Facebook อาจกลายเป็นแหล่งรวม 'โฆษณาหลอกลวง' ซึ่งอาจสร้างรายได้กว่าหลายพันล้าน

SHORT CUT

  • เอกสารที่รั่วไหลเผยว่า Facebook เป็นแหล่งที่มาของการหลอกลวงบนโซเชียลมีเดียมากที่สุด โดยข้อมูลจาก SafelyHQ ระบุว่า 85% ของเหยื่อถูกหลอกผ่านโฆษณาบนแพลตฟอร์มนี้
  • Meta ถูกวิจารณ์ว่าให้ความสำคัญกับผลกำไรมากกว่าการปกป้องผู้ใช้งาน โดยมีการคาดการณ์ว่าบริษัทอาจมีรายได้ถึง 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 10% ของรายได้ทั้งหมดจากโฆษณาหลอกลวง
  • นโยบายการจัดการโฆษณาหลอกลวงถูกมองว่าหละหลวม เช่น การแบนบัญชีต้องมีความแน่นอนในการฉ้อโกงสูงถึง 95% และการเก็บค่าโฆษณาสูงขึ้นจากผู้ลงโฆษณาที่น่าสงสัย ซึ่งถูกมองว่าเป็นการเปิดช่องให้มิจฉาชีพ

เมื่อไหร่มิจฉาชีพจะหมดไป เมื่อหนึ่งในแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Facebook อาจกลายเป็นแหล่งรวม 'โฆษณาหลอกลวง' ซึ่งอาจสร้างรายได้กว่าหลายพันล้าน

เอกสารที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ได้สร้างความฮือฮาให้กับบรรดานักวิเคราะห์และนักวิจารณ์ เมื่อพวกเขาพบว่า แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมอย่าง Facebook ได้กลายเป็นแหล่งที่มาของการหลอกลวงบนโซเชียลมีเดียมากที่สุด พร้อมตำหนิว่าผู้บริหารอย่าง มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก อาจกำลังมุ่งเน้นไปที่การทำกำไรมากกว่าการปกป้องลูกค้า

โดยเอกสารระบุว่า เมื่อปีที่แล้ว Meta บริษัทแม่ของ Facebook คาดการณ์ว่าจะทำเงินได้ 16 พันล้านดอลลาร์ หรือ 10% ของรายได้ทั้งหมด จากการลงโฆษณาหลอกลวง ทำให้นักวิจารณ์กล่าวว่า ตัวเลขที่น่าตกใจนี้เป็นเหมือนหลักฐานยืนยันว่าการฉ้อโกงได้กลายเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจของบริษัทไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Facebook มีผู้ใช้งานมากกว่า 3 พันล้านคนในทุกๆ เดือน

เอกสารเปิดเผยว่า Meta จะลงโทษโฆษณาหลอกลวงด้วยการแบนบัญชีก็ต่อเมื่อระบบตรวจพบว่ามีโอกาสอย่างน้อย 95% ที่บัญชีนั้นจะกระทำการฉ้อโกง ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่สูงเกินจริงและเปิดโอกาสให้ผู้กระทำการฉ้อโกงเข้ามากระทำการโดยมีการควบคุมน้อยมาก 

นอกจากนี้ยังมีระบบที่ว่า ยิ่งผู้ซื้อโฆษณามีความน่าสงสัยมากเท่าไหร่ ค่าธรรมเนียมในการลงโฆษณาก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นมาตรการที่ควรจะเป็นการป้องกันพฤติกรรมที่ไม่ดี แต่กลับกลายเป็นเหมือนการ "จ่ายเงินเพื่อรอดจากการตรวจจับ" มากกว่า

จริงไหมที่ Facebook อาจเป็นแหล่งรวมของ 'โฆษณาหลอกลวง'

เอริน เวสต์ อดีตอัยการรัฐแคลิฟอร์เนียผู้ก่อตั้งองค์กรไม่แสวงผลกำไรเพื่อต่อสู้กับการหลอกลวงทางออนไลน์ กล่าวว่า เอกสารดังกล่าว นับเป็นการพิสูจน์ได้ว่า Meta เพิกเฉยต่อการฉ้อโกงเพราะมันเป็น "แหล่งรายได้หลัก" ของบริษัท พร้อมย้ำว่า  “การที่  Facebook รับรู้เรื่องนี้และยังยอมปล่อยผ่านไป ทั้งยังยังเรียกเก็บค่าปรับเพิ่มเติมจากผู้กระทำผิดร้ายแรงที่สุด นับเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก”

SafelyHQ แพลตฟอร์มรายงานการฉ้อโกง ได้รวบรวมคำร้องเรียนที่ได้รับการตรวจสอบแล้วกว่า 50,000 รายการจากเหยื่อการหลอกลวงทางออนไลน์ และพบว่า 85% ของเหยื่อเหล่านั้น ถูกลองลวงผ่านโฆษณาบน Facebook ส่วนแพลตฟอร์มอื่นๆ รวมถึง Instagram , Google, TikTok และ X ครองส่วนแบ่งที่เหลืออีก 15%

ขณะที่หลายฝ่ายต่างประณามและเรียกร้องให้ Meta ใส่ใจกับปัญหาการฉ้อโกง การหลอกลวง และกิจกรรมที่ผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มของพวกเขาให้มากขึ้น และเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแล เริ่มปฏิบัติต่อผู้ให้บริการโฆษณาปริมาณมากอย่าง Meta ให้เทียบเท่ากับการตรวจสอบสถาบันการเงิน ไม่ใช่เพียงบริษัทโซเชียลมีเดียเท่านั้น

แอนดี้ สโตน โฆษกของ Meta อ้างว่า เอกสารที่รั่วไหลออกมานั้น นำเสนอข้อมูลเพียงบางส่วน ซึ่งบิดเบือนแนวทางของ Meta ในการจัดการกับการฉ้อโกงและการหลอกลวง เพราะการที่ Meta คิดค่าธรรมเนียมการโฆษณาของมิจฉาชีพสูงกว่าปกตินั้น ส่งผลให้รายงานการฉ้อโกงลดลงอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อเร็วๆ ยังได้ขยายความพยายามในการตรวจสอบผู้ลงโฆษณาให้มากขึ้นด้วย