
SHORT CUT
กลายเป็นประเด็นร้อนบนลานน้ำแข็งในโอลิมปิกฤดูหนาวที่อิตาลี เมื่อคู่พี่น้องนักกีฬาไอซ์แดนซ์จากสาธารณรัฐเช็ก เปิดตัวด้วยการใช้ดนตรีที่สร้างด้วย AI แม้ไม่ผิดกติกา แต่โดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความเหมาะสมอย่างหนัก
เคทเธอรินา มราซโควา (Kateřina Mrázková) และ ดาเนียล มราเซ็ก (Daniel Mrázek) คู่พี่น้องนักกีฬาไอซ์แดนซ์จากสาธารณรัฐเช็ก เปิดตัวบนเวทีโอลิมปิกฤดูหนาว เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ถือเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่ต้องอาศัยความทุ่นเทและการฝึกฝนมาตลอดชีวิต
ในแสดงระหว่างการแข่งขันประเภท ‘Rhythm Dance’ โจทย์ของปีนี้คือธีม ‘ดนตรีและอารมณ์ยุค 90s’ ในขณะที่คู่แข่งคนอื่นเลือกใช้ผลงานตัวแม่ตัวพ่อ อย่างสหราชอาณาจักร เลือกสดุดีวง Spice Girls ขณะที่ตัวเต็งจากสหรัฐฯ เลือกใช้เพลงเมดเลย์รวมฮิตของ ‘Lenny Kravitz’ ศิลปินร็อกชาวอเมริกันในการแข่งขัน แต่ด้วยเหตุผลบางประการ อาจเป็นเรื่องลิขสิทธิ์ ทำให้คู่พี่น้องเช็กกลับเลือกใช้เพลงชื่อ ‘One Two’ ซึ่งเป็นดนตรีที่สร้างด้วย AI ให้มีกลิ่นอายแบบ Bon Jovi ก่อนจะตบเข้าเพลงจริงอย่าง ‘Thunderstruck’ ของวง AC/DC
โดยระหว่างที่มราเซ็กหมุนตัวน้องสาวในท่าตีลังกาข้างผสมการยกตัวอันน่าทึ่งและควรเป็นที่จดจำ ผู้บรรยายของสถานีโทรทัศน์ NBC คนหนึ่งกล่าวขึ้นว่า ช่วงแรกของดนตรีถูกสร้างขึ้นด้วย AI ซึ่งคำพูดดังกล่าวสร้างความประหลาดใจยิ่งกว่าท่ากายกรรมท้าทายแรงโน้มถ่วงที่ทั้งคู่แสดงออกมา
นักข่าว ชานา บาร์เทลส์ เคยตั้งข้อสังเกตไว้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เช่น ท่อน “raise your hands, set the night on fire” ก็ปรากฏอยู่ในเพลง ‘Raise Your Hands’ ของ Bon Jovi ทั้งที่เพลงนั้นไม่ใช่ผลงานจากยุค 90 ด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ก่อนถึงโอลิมปิกฤดูหนาว ทั้งคู่ได้เปลี่ยนเพลงสำหรับการแข่งขันไอซ์แดนซ์ โดยสลับเนื้อเพลงที่คล้ายกับของวง New Radicals ออก แล้วแทนที่ด้วยเนื้อร้องที่สร้างโดย AI ซึ่งมีโทนเสียงและเนื้อเพลงที่ฟังดูคล้ายกับเพลงของ Bon Jovi ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเพลง ‘Thunderstruck’ ของ AC/DC เพลงจริงจากจากยุค 90 ที่แต่งโดยคนจริงๆ ในเวลาต่อมา
ก่อนหน้านี้ คู่พี่น้องชาวเช็กเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการใช้เพลงที่สร้างโดย AI ซึ่งมีเนื้อร้องคล้ายกับเพลงฮิตยุค 90 สำหรับการแสดงของพวกเขา อย่าง ‘You Get What You Give’ ของวง New Radicals ด้วย
แม้ยังไม่ชัดเจนว่าทีมงานใช้ซอฟต์แวร์ใดในการสร้างดนตรี AI นี้ แต่กระบวนการดังกล่าวสะท้อนการทำงานของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่ได้รับการเทรนจากคลังดนตรีขนาดใหญ่ ซึ่งหลายครั้งได้มาอย่างคลุมเครือด้านข้อกฎหมาย และเมื่อได้รับคำสั่ง โมเดล LLM จะสร้างคำตอบที่มีความเป็นไปได้ทางสถิติมากที่สุดสำหรับข้อมูลที่ป้อนเข้าไป ซึ่งมีประโยชน์เมื่อเขียนโค้ด แต่หมายความว่า เพลงในสไตล์ของ Bon Jovi ก็อาจลงเอยด้วยการใช้ผลงานต้นฉบับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
AI กับ อุตสาหกรรมดนตรี
ถึงกระนั้น อุตสาหกรรมดนตรีก็ดูจะหลงใหลในแนวคิดของ ‘นักดนตรีที่ไม่ใช่มนุษย์จริง’ อยู่ไม่น้อย เห็นได้จากการที่ ‘เทลิชา โจนส์’ หญิงวัย 31 ปีจากรัฐมิสซิสซิปปีของสหรัฐฯ ใช้ Suno แต่งทำนองให้บทกวีของตังเองภายใต้นามแฝง Xania Monet และสามารถคว้าสัญญาแผ่นเสียงมูลค่า 3 ล้านดอลลาร์ไปครองได้
อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ความสำเร็จของนักกีฬาไอซ์แดนซ์ชาวเช็กคู่นี้ในการได้ขึ้นเวทีการแข่งขันสเก็ตน้ำแข็งในโอลิมปิก อาจถูกบดบังด้วยกระแสถกเถียงเกี่ยวกับการใช้ดนตรีที่สร้างโดย AI เพราะท้ายที่สุดแล้ว กีฬาประเภทนี้ก็ควรเป็นพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่หรือ?
ที่มา