สรุปเหตุการณ์ TSD ถูกแฮกข้อมูล ยืนยัน 'พอร์ตหุ้น-เงิน' ยังปลอดภัย

สรุปเหตุการณ์ TSD ถูกแฮกข้อมูล ยืนยัน 'พอร์ตหุ้น-เงิน' ยังปลอดภัย

TSD แจ้งเตือนผู้ใช้งาน Investor Portal ข้อมูลส่วนบุคคล-บัญชีธนาคารรั่วไหล ยืนยันพอร์ตหุ้นและการซื้อขายยังปลอดภัย เตือนระวังมิจฉาชีพสวมรอยหลอกลวง

SHORT CUT

  • TSD ถูกแฮกข้อมูลส่วนบุคคลระดับที่อ่อนไหว เช่น ชื่อ-นามสกุล, เบอร์โทร, เลขบัตรประชาชน, ข้อมูลบัญชีธนาคาร และเลขพอร์ตหุ้น
  • หุ้นและทรัพย์สินยังปลอดภัย เนื่องจากระบบของ TSD ทำหน้าที่เป็นเพียงนายทะเบียนเก็บข้อมูล ไม่ใช่ระบบที่สามารถทำธุรกรรมซื้อขายหรือโอนย้ายหลักทรัพย์ได้โดยตรง
  • นักลงทุนต้องเพิ่มความระมัดระวังหากมีการติดต่อจากบุคคลที่รู้ข้อมูลส่วนตัวของเรา ห้ามเปิดเผยรหัสผ่าน, รหัส OTP หรือคลิกลิงก์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือโดยเด็ดขาด และควรตรวจสอบตัวตนกับช่องทางทางการเสมอ

TSD แจ้งเตือนผู้ใช้งาน Investor Portal ข้อมูลส่วนบุคคล-บัญชีธนาคารรั่วไหล ยืนยันพอร์ตหุ้นและการซื้อขายยังปลอดภัย เตือนระวังมิจฉาชีพสวมรอยหลอกลวง

บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) ได้ส่งอีเมลแจ้งเตือนด่วนไปยังกลุ่มผู้ใช้งานระบบ TSD Investor Portal ถึงเหตุการณ์การถูกโจมตีทางไซเบอร์ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีข้อมูลส่วนบุคคลสำคัญของผู้ใช้บริการรั่วไหล

สรุปเหตุการณ์ TSD ถูกแฮกข้อมูล ยืนยัน 'พอร์ตหุ้น-เงิน' ยังปลอดภัย

จากการประสานงานร่วมกับตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) TSD ระบุว่าข้อมูลที่ได้รับผลกระทบประกอบไปด้วย ชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, เลขบัตรประจำตัวประชาชน, ที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์, อีเมล รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอย่าง ชื่อบริษัทหลักทรัพย์, เลขบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์, ชื่อธนาคาร และเลขที่บัญชีธนาคาร

นักลงทุนคลายกังวล 'หุ้นและทรัพย์สินยังอยู่ครบ'

แม้จะมีข้อมูลสำคัญรั่วไหล แต่ทาง TSD ได้ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่า ยังไม่พบข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ และข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่ระบุว่า

บทบาทของ TSD คือการเป็น 'นายทะเบียน' ที่ดูแลระบบหลังบ้าน ไม่ใช่ระบบซื้อขายหลักทรัพย์ออนไลน์ การสูญเสียหุ้นหรือการถูกโอนย้ายหลักทรัพย์จึงไม่มีความเสี่ยงในจุดนี้

 

ยกระดับความปลอดภัย เตือนระวังภัยมิจฉาชีพสวมรอย TSD ได้ดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึงระบบที่ผิดปกติและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูงสุด พร้อมแสดงความขออภัยต่อผู้ใช้บริการ อย่างไรก็ตาม

สิ่งที่นักลงทุนต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษนับจากนี้ คือการที่มิจฉาชีพอาจนำข้อมูลที่รั่วไหลไปใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวง ซึ่งอาจมาในรูปแบบของการโทรศัพท์ ส่งข้อความ (SMS) หรืออีเมลที่แอบอ้างเป็น TSD, บริษัทหลักทรัพย์ หรือหน่วยงานทางการเงิน เพื่อหลอกขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือให้โอนเงิน

แม้ทาง TSD และผู้เชี่ยวชาญจะออกมายืนยันชัดเจนว่า 'หุ้นยังอยู่ครบ และไม่มีใครทำธุรกรรมแทนได้' แต่เหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลครั้งนี้ ยังคงมีรอยรั่วที่นักลงทุนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ข้อมูลที่หลุดไปคือ 'กุญแจยืนยันตัวตน' ไม่ใช่แค่ชื่อหรืออีเมล ทั้งเลขบัตรประชาชน, วันเกิด, บัญชีธนาคาร และเลขพอร์ตหุ้น ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ยืนยันตัวตนในระบบต่างๆ

แม้จะยังไม่มีความเสียหายเป็นตัวเงินโดยตรง แต่ฐานข้อมูลของ TSD ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของประเทศ เหตุการณ์นี้จึงตอกย้ำถึงคำถามสำคัญเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ของไทย

ความน่ากลัวของการถูกหลอกลวงไม่ได้หยุดอยู่แค่การสูญเสียทรัพย์สิน แต่สามารถลุกลามไปถึงการสูญเสียชีวิต ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ได้เกิดโศกนาฏกรรมกับแม่ค้าวัย 51 ปี ชาว จ.ฉะเชิงเทรา ที่ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงลงทุน

จุดเริ่มต้นมาจากโฆษณาชวนลงทุนบนเฟซบุ๊ก ที่ชักจูงให้เธอเข้าไปในกลุ่มไลน์และหลอกให้ลงทุนผ่าน 'เพจ TSD ปลอม' รวมถึงการอ้างว่าเป็นการซื้อขายหุ้นทองคำ เมื่อเธอต้องการถอนเงินแต่ทำไม่ได้ ความโหดร้ายยังไม่จบแค่นั้น เพราะมิจฉาชีพอีกกลุ่มได้สวมรอยทำทีเป็น 'ทนายความและเจ้าหน้าที่ DSI' เข้ามาหลอกซ้ำ อ้างว่าจะช่วยรวมกลุ่มผู้เสียหายตามคดีให้ แต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมดำเนินการหลักแสนบาท

เหตุการณ์นี้ทำให้เธอต้องสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิตและเป็นหนี้สินญาติพี่น้อง จนนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าและตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสามีนำหลักฐานสลิปการโอนเงินถึง 7 บัญชีไปแจ้งความ กลับถูกตำรวจปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่า 'หลักฐานยังไม่เพียงพอ'

การรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวจาก TSD ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่นักลงทุนทุกคนต้องระมัดระวัง เพื่อปกป้องทั้งทรัพย์สินของตนเองและป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยขึ้นอีก

ที่มา : SET

related