svasdssvasds

เบื้องหลังจุดกำเนิด เทคโนโลยีบาร์โค้ด ใช้ลดขั้นตอนในการคีย์ข้อมูล ซื้อ-ขาย สินค้า

เบื้องหลังจุดกำเนิด เทคโนโลยีบาร์โค้ด ใช้ลดขั้นตอนในการคีย์ข้อมูล ซื้อ-ขาย สินค้า

เบื้องหลังจุดกำเนิด เทคโนโลยีบาร์โค้ด ใช้ลดขั้นตอนในการคีย์ข้อมูล, ชำระเงิน, ซื้อ-ขาย สินค้า และ ลดความผิดพลาดของมนุษย์

SHORT CUT

  • เทคโนโลยีบาร์โค้ดมีจุดกำเนิดจากแนวคิดที่ได้แรงบันดาลใจจากรหัสมอร์ส เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าและความผิดพลาดในการคีย์ข้อมูลราคาสินค้าด้วยมือ
  • การใช้งานจริงเกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1974 หลังจากการพัฒนาเทคโนโลยีเลเซอร์และคอมพิวเตอร์ โดยสินค้าชิ้นแรกที่ถูกสแกนคือหมากฝรั่ง เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพ
  • ประโยชน์หลักของบาร์โค้ดคือการลดขั้นตอนและความผิดพลาดในการซื้อขาย ทำให้การชำระเงินรวดเร็วขึ้น และปฏิวัติการจัดการสต็อกสินค้าด้วยข้อมูลแบบเรียลไทม์

เบื้องหลังจุดกำเนิด เทคโนโลยีบาร์โค้ด ใช้ลดขั้นตอนในการคีย์ข้อมูล, ชำระเงิน, ซื้อ-ขาย สินค้า และ ลดความผิดพลาดของมนุษย์

ในโลกยุคปัจจุบัน แถบสีขาวดำเล็กๆ ที่เราเรียกว่า "บาร์โค้ด" (Barcode) ปรากฏอยู่แทบทุกที่ ตั้งแต่ห่อหมากฝรั่งราคาไม่กี่บาทไปจนถึงสินค้ามูลค่ามหาศาล จนเราแทบจะลืมสังเกตมันไปแล้ว แต่ภายใต้เส้นสายที่ดูเรียบง่ายนี้ คือนวัตกรรมที่เคยเปลี่ยนโฉมหน้าโลกธุรกิจและการใช้ชีวิตของเราไปตลอดกาล และเชื่อหรือไม่ว่า จุดเริ่มต้นของมันเกิดจากการขีดเขียนเล่นๆ บนหาดทรายเมื่อกว่า 70 ปีก่อน

วันที่ 26 มิถุนายน 1974 ณ เมืองเล็กๆ ชื่อ ทรอย (Troy) ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐฯ  ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการค้าปลีกได้ถือกำเนิดขึ้นที่ซูเปอร์มาร์เก็ต Marsh

ชารอน บูคานัน แคชเชียร์สาว หยิบสินค้าชิ้นแรกขึ้นมา—มันคือ หมากฝรั่งริกลีย์ รสจูซซี่ฟรุต (Wrigley’s Juicy Fruit) แพ็ค 10 ชิ้น เธอรูดมันผ่านลำแสงเลเซอร์ เสียง "ติ๊ด" ดังขึ้น พร้อมกับราคาที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์

การเลือกหมากฝรั่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไคลด์ ดอว์สัน ผู้บริหารของ Marsh ต้องการพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า แม้แต่สินค้าที่มีขนาดเล็กและพิมพ์ลายยากที่สุด บาร์โค้ดก็ยังทำงานได้ และนั่นคือจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของยุคสมัยแห่งดิจิทัลในร้านค้าปลีก

จุดกำเนิดที่แท้จริง: ปัญหาคอขวดและรหัสบนผืนทราย

แต่กว่าจะมาถึงเช้าวันนั้น วันที่มีการยิง "บาร์โค้ด" (Barcode) โลกต้องรอคอยเทคโนโลยีนี้มานานหลายทศวรรษ

บาร์โค้ด เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาอะไร?

ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1930-1940 ปัญหาใหญ่ของซูเปอร์มาร์เก็ตคือ "ความล่าช้าและความผิดพลาด" พนักงานต้องจดจำราคาสินค้าและกดแป้นพิมพ์ด้วยมือ ซึ่งช้าและนำไปสู่ความผิดพลาดทางบัญชี การเช็กสต็อกสินค้าเป็นฝันร้ายที่กินเวลานานและทำลายกำไรของร้านค้า ผู้จัดการร้านค้าต่างโหยหาวิธีที่จะระบายลูกค้าออกจากร้านให้เร็วขึ้น

เบื้องหลังจุดกำเนิด เทคโนโลยีบาร์โค้ด ใช้ลดขั้นตอนในการคีย์ข้อมูล, ชำระเงิน, ซื้อ-ขาย สินค้า และ ลดความผิดพลาดของมนุษย์ Credit ภาพ AFP

ไอเดียจากรหัสมอร์ส 

ในปี 1948 เบอร์นาร์ด ซิลเวอร์ นักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีเดร็กเซล ได้ยินเสียงบ่นของผู้บริหารซูเปอร์มาร์เก็ต จึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาเพื่อนนักประดิษฐ์ชื่อ โจ วูดแลนด์

โจ วูดแลนด์ หมกมุ่นกับปัญหานี้จนลาออกจากงานไปหมกตัวอยู่ที่ไมอามีบีช วันหนึ่งในเดือนมกราคม 1949 ขณะที่เขานั่งทอดอารมณ์และจิ้มนิ้วลงบนผืนทราย เขานึกถึง "รหัสมอร์ส" ที่เขาเคยเรียนสมัยลูกเสือ

"ผมจำได้ว่ากำลังคิดถึงเรื่องจุดและขีด ผมลากนิ้ว 4 นิ้วลงบนทรายแล้วดึงเข้าหาตัว... ผมคิดว่า 'ว้าว! ถ้าผมมีเส้นกว้างและเส้นแคบ แทนที่จะเป็นจุดและขีดล่ะ?'"

นั่นคือวินาที บรรลุไอเดีย ของวูดแลนด์ เขาเปลี่ยนจุดและขีดของรหัสมอร์ส ให้กลายเป็นแถบเส้นหนาและบาง นี่คือต้นกำเนิดทางทฤษฎีของบาร์โค้ด แม้ว่าในสิทธิบัตรฉบับแรกปี 1952 เขาจะออกแบบมันเป็นรูป "เป้าหน้าวัว" (Bull's-eye) หรือวงกลมซ้อนกัน เพราะเชื่อว่าจะทำให้อ่านได้จากทุกทิศทาง

การรอคอยเทคโนโลยี 

แม้จะมีไอเดียที่ล้ำ ดีงาม และน่าจะเป็นประโยชน์มากๆ แต่โลกในยุค 1950 ยังขาดจิ๊กซอว์สำคัญ 2 ชิ้น คือ คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก และ แสงที่สว่างพอจะอ่านรหัสได้ เครื่องต้นแบบของวูดแลนด์ต้องใช้หลอดไฟ 500 วัตต์ที่ร้อนจี๋และมีขนาดเท่าโต๊ะทำงาน มันจึงถูกมองว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ "มาก่อนกาลเวลา" ถึง 20 ปี

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อมีการค้นพบ "เลเซอร์" ในปี 1960 ซึ่งทำให้การอ่านค่ามีความแม่นยำสูง และเมื่อเทคโนโลยีพร้อม สงครามรูปแบบบาร์โค้ดก็เริ่มขึ้นระหว่าง RCA (ที่เชียร์แบบวงกลมเป้าหน้าวัว) และ IBM

บาร์โค้ด สี่เหลี่ยมผืนผ้า 

จอร์จ ลอเรอร์ วิศวกรจาก IBM (ซึ่งโจ วูดแลนด์ ทำงานอยู่ด้วยในขณะนั้น) คือผู้เปลี่ยนเกม เขาพบว่าบาร์โค้ดแบบวงกลมมีปัญหาหมึกเลอะเวลาพิมพ์ ทำให้เครื่องอ่านไม่ได้ เขาจึงเสนอแบบ "สี่เหลี่ยมผืนผ้า" (Rectangular) ที่เราคุ้นตาในปัจจุบัน ซึ่งพิมพ์ง่ายกว่า และชนะใจคณะกรรมการคัดเลือกสัญลักษณ์ในปี 1973 ด้วยคะแนนเอกฉันท์

เบื้องหลังจุดกำเนิด เทคโนโลยีบาร์โค้ด ใช้ลดขั้นตอนในการคีย์ข้อมูล, ชำระเงิน, ซื้อ-ขาย สินค้า และ ลดความผิดพลาดของมนุษย์ Credit ภาพ AFP

ประโยชน์ของบาร์โค้ด: มากกว่าแค่การคิดเงิน

เมื่อบาร์โค้ด (ในระบบ UPC และ EAN) ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย มันไม่ได้แค่ช่วยให้คิวจ่ายเงินเร็วขึ้น แต่มันคือการปฏิวัติข้อมูล

  • ความเร็วและความแม่นยำ: ลดความผิดพลาดของมนุษย์ (Human Error) ในการป้อนราคา และทำให้กระบวนการชำระเงินรวดเร็วขึ้นมหาศาล
  • การบริหารจัดการสต็อก (Inventory Management): ร้านค้าสามารถรู้ยอดคงเหลือแบบ Real-time ตัดสต็อกได้ทันทีที่ขายออก
  • ขุมทรัพย์ข้อมูล (Data Analytics): นี่คือประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด บาร์โค้ดทำให้เรารู้ว่า "อะไรขายดี อะไรขายไม่ออก" มันเปลี่ยนโฉมการวิจัยตลาด ทำให้ผู้ผลิตรู้พฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ
  • ภาษาเดียวกันทั่วโลก: ระบบมาตรฐาน (เช่น EAN-13 ที่ใช้ในไทย) ทำให้สินค้าสามารถส่งออกและวางขายได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องติดป้ายราคาใหม่

เบื้องหลังจุดกำเนิด เทคโนโลยีบาร์โค้ด ใช้ลดขั้นตอนในการคีย์ข้อมูล, ชำระเงิน, ซื้อ-ขาย สินค้า และ ลดความผิดพลาดของมนุษย์ Credit ภาพ REUTERS

เกร็ดความรู้: รหัส 13 หลักบอกอะไร?

ในประเทศไทย เราใช้ระบบ EAN-13 ซึ่งตัวเลขแต่ละชุดมีความหมายเฉพาะ:

หลักที่ 1-3: รหัสประเทศ (ไทยคือ 885)
หลักที่ 4-7: รหัสโรงงานผู้ผลิต
หลักที่ 8-12: รหัสสินค้า
หลักที่ 13: ตัวเลขตรวจสอบความถูกต้อง (Check Digit)

จากนิ้วมือที่ลากลงบนทรายที่หาดไมอามี สู่เลเซอร์ที่ยิงลงบนห่อหมากฝรั่ง และกลายเป็นมาตรฐานที่ธุรกิจทั่วโลกขาดไม่ได้ บาร์โค้ดคือเครื่องพิสูจน์ว่า ไอเดียที่เรียบง่ายที่สุด หากมาถูกที่และถูกเวลา ก็สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้

บาร์โค้ด เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ เป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก อยู่รอบตัวเราตลอดเวลา จนหลายครั้งเราก็มองผ่านไป

ที่มา : smithsonianmag drexel.edu katu 

related