
SHORT CUT
สงครามอิหร่านยืดเยื้อดันราคาน้ำมันโลกพุ่ง กระทบหนักถึงยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ Amazon ประกาศชาร์จค่าเชื้อเพลิงเพิ่ม 3.5% สะเทือนผู้ค้าในสหรัฐฯ และแคนาดา
วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่บานปลายและก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 กำลังส่งแรงกระเพื่อมอย่างหนักต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก
ล่าสุดยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอย่าง Amazon หลีกหนีผลกระทบไม่พ้น เตรียมประกาศเรียกเก็บ 'ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงและโลจิสติกส์' เพิ่มเติมอีก 3.5% จากผู้ค้าบุคคลที่สาม (Third-party sellers) ที่ใช้บริการคลังสินค้าและการจัดส่งของบริษัท (FBA) ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา โดยจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 17 เมษายนนี้
การตัดสินใจครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนว่าสงครามในอิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ส่งมอบเดือนมิถุนายนพุ่งขึ้นกว่า 6% แตะระดับ 107.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ในจดหมายแจ้งเตือนถึงผู้ขาย Amazon ระบุว่า "ต้นทุนด้านการจัดส่งและโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น ได้เพิ่มต้นทุนการดำเนินงานในภาพรวมของทั้งอุตสาหกรรม ที่ผ่านมาเราได้แบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ไว้ แต่เมื่อต้นทุนยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง เราจึงจำเป็นต้องใช้มาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมชั่วคราว เพื่อชดเชยต้นทุนที่แท้จริงบางส่วนที่เรากำลังเผชิญ เช่นเดียวกับที่บริษัทขนส่งรายใหญ่อื่นๆ ได้ดำเนินการไปแล้ว"
ทางด้าน แอชลีย์ วานิเชก โฆษกของ Amazon ออกมาเน้นย้ำว่า ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นนี้จะคำนวณจาก 'ค่าบริการจัดส่ง' เท่านั้น ไม่ได้คำนวณจากราคาขายของสินค้า โดยเฉลี่ยแล้วจะตกอยู่ที่ประมาณ 17 เซนต์ต่อชิ้น สำหรับสินค้าที่ใช้บริการ Fulfillment by Amazon (FBA) ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามขนาดและสัดส่วนของสินค้า ทั้งนี้ บริษัทยืนยันว่าอัตราดังกล่าวยังถือว่า 'ต่ำกว่ามาก' เมื่อเทียบกับค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมของบริษัทขนส่งรายใหญ่อื่นๆ
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตห่วงโซ่อุปทานระดับโลกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามอย่างชัดเจน โดย Amazon ซึ่งมีผู้ขายบนแพลตฟอร์มกว่า 2 ล้านราย ไม่ใช่บริษัทเดียวที่ต้องปรับตัวรับมือกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
บริษัทขนส่งระดับโลกอย่าง UPS และ FedEx ต่างก็ทยอยปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงไปแล้วตั้งแต่ช่วงต้นของสงครามอิหร่าน ในขณะที่ไปรษณีย์สหรัฐฯ (USPS) ก็ได้ประกาศเตรียมเก็บค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงสำหรับพัสดุในวันที่ 26 เมษายนนี้เช่นกัน เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการขนส่งในตลาดโลกที่เปลี่ยนไป
ที่มา : CNBC