
SHORT CUT
Nvidia (NVDA) ประกาศงบไตรมาส 4 เติบโตเหนือคาด รายได้รวมพุ่ง 6.8 หมื่นล้านดอลลาร์ รับอานิสงส์ AI บูม ดัน Data Center โตกระฉูด 75% พร้อมลุยชิปใหม่ Vera Rubin
NVIDIA รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ประจำปีงบประมาณ 2026 ซึ่งออกมาสูงกว่าที่ตลาดวอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ในทุกมิติ ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นผู้รับประโยชน์สูงสุดจากกระแสความตื่นตัวของ AI ทั่วโลก
ตัวเลขที่น่าสนใจในไตรมาสนี้คือ รายได้รวมที่ทะยานขึ้นถึง 73% แตะ 68.13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 66.21 พันล้านดอลลาร์) ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเป็น 43 พันล้านดอลลาร์
แรงหนุนสำคัญมาจาก 'Data Center' ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนกว่า 91% ของยอดขายทั้งหมด โดยทำรายได้ไปถึง 62.3 พันล้านดอลลาร์ หรือเติบโตสูงถึง 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ กลุ่มลูกค้ารายใหญ่อย่าง Alphabet, Amazon, Meta และ Microsoft ยังคงเดินหน้าลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าเม็ดเงินลงทุน รวมของบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่เหล่านี้อาจพุ่งแตะ '700 พันล้านดอลลาร์' ในปีนี้ ส่งผลดีโดยตรงต่อยอดขายอุปกรณ์เครือข่ายของ NVIDIA ที่พุ่งขึ้นถึง 263%
ก้าวต่อไปของ NVIDIA ล่าสุดได้เริ่มจัดส่งตัวอย่างระบบโครงข่ายชิปรุ่นใหม่อย่าง 'Vera Rubin' ซึ่งเป็นรุ่นสืบทอดต่อจาก Grace Blackwell ให้กับลูกค้าแล้ว โดยตั้งเป้าที่จะเริ่มการผลิตจริงในครึ่งหลังของปีนี้
ชิป Vera Rubin ได้รับการคาดหวังว่าจะให้ประสิทธิภาพต่อวัตต์สูงขึ้นถึง 10 เท่า ซึ่งจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านการใช้พลังงานในศูนย์ข้อมูลได้อย่างตรงจุด
เพื่อรองรับการเติบโตที่ก้าวกระโดด NVIDIA ยังได้ประกาศขยายฐานซัพพลายเชนออกจากเอเชีย โดยเริ่มผลิตชิป Blackwell ที่โรงงานแห่งใหม่ของ TSMC ในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา และประกอบระบบตู้เซิร์ฟเวอร์ที่โรงงานขนาดใหญ่ของ Foxconn ในประเทศเม็กซิโก เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ธุรกิจเกมมิ่ง อาจเผชิญกับความท้าทายจากภาวะขาดแคลนหน่วยความจำทั่วโลก ซึ่งอาจกระทบต่อการผลิตในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027
นอกจากนี้ ซีอีโอ Jensen Huang ยังได้เผยความคืบหน้าถึงการเจรจาดีลมูลค่าแสนล้านดอลลาร์กับ OpenAI ว่าเข้าใกล้ความจริงแล้ว แม้จะยังไม่มีการลงนามอย่างเป็นทางการก็ตาม