svasdssvasds

Adobe แพ้คดียอมจ่าย 75 ล้านดอลฯ ยุติคดียกเลิกบริการ Creative Cloud

Adobe แพ้คดียอมจ่าย 75 ล้านดอลฯ ยุติคดียกเลิกบริการ Creative Cloud

Adobe ยอมจ่ายค่าปรับ 75 ล้านดอลลาร์ และชดเชยบริการฟรีอีก 75 ล้านดอลลาร์ ยุติคดีกับทางการสหรัฐฯ ปมซ่อนค่าธรรมเนียมยกเลิกสมาชิก Creative Cloud แบบไม่โปร่งใส

SHORT CUT

  • Adobe ยินยอมจ่ายค่าปรับ 75 ล้านดอลลาร์ และให้สิทธิใช้บริการฟรีอีก 75 ล้านดอลลาร์ เพื่อยุติคดีที่ถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ฟ้องร้อง
  • คดีนี้เกิดจากการที่ Adobe ซ่อนเงื่อนไขการเก็บค่าปรับ 50% เมื่อลูกค้ายกเลิกแพ็กเกจรายปี รวมถึงการสร้างขั้นตอนการยกเลิกที่ซับซ้อนยุ่งยาก
  • Adobe ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่มองว่าการยอมจ่ายเพื่อยุติคดีเป็นทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งเงินจำนวนนี้แทบไม่กระทบต่อกำไรมหาศาลของบริษัทที่ได้จากระบบ Subscription

Adobe ยอมจ่ายค่าปรับ 75 ล้านดอลลาร์ และชดเชยบริการฟรีอีก 75 ล้านดอลลาร์ ยุติคดีกับทางการสหรัฐฯ ปมซ่อนค่าธรรมเนียมยกเลิกสมาชิก Creative Cloud แบบไม่โปร่งใส

Adobe บริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก ได้บรรลุข้อตกลงยุติคดีความกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Adobe แพ้คดียอมจ่าย 75 ล้านดอลฯ ยุติคดียกเลิกบริการ Creative Cloud

โดยตกลงจ่ายค่าปรับเป็นเงิน 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเสนอสิทธิการใช้งานฟรีมูลค่ารวมอีก 75 ล้านดอลลาร์ให้แก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการยกเลิกบริการที่ไม่เป็นธรรม

ย้อนกลับไปในปี 2024 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้อง Adobe โดยกล่าวหาว่าบริษัทละเมิดกฎหมายคุ้มครองความเชื่อมั่นของผู้บริโภคออนไลน์ ประเด็นหลักคือการที่ Adobe ซ่อนเงื่อนไขค่าธรรมเนียมการยกเลิกบริการไว้ในตัวหนังสือขนาดเล็กหรือซ่อนไว้หลังลิงก์ที่สังเกตยาก

CREDIT : REUTERS

ผู้ใช้งานที่ต้องการยกเลิกแพ็กเกจแบบรายปี มักจะตกใจเมื่อพบว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสูงถึง 50% ของระยะเวลาสัญญาที่เหลืออยู่ ซึ่งอาจคิดเป็นมูลค่าหลายร้อยดอลลาร์ นอกจากนี้ บริษัทยังถูกกล่าวหาว่าสร้างระบบการยกเลิกผ่านโทรศัพท์ที่ซับซ้อนเหมือนเขาวงกต เพื่อสร้างความลำบากและยื้อไม่ให้ลูกค้ายกเลิกบริการได้ง่ายๆ

ท่าทีของ Adobe และการเยียวยาผู้บริโภค แม้จะยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินก้อนโตเพื่อยุติคดี แต่ Adobe ยังคงยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุในแถลงการณ์ว่า "แม้เราจะไม่เห็นด้วยกับข้อกล่าวหาของรัฐบาลและขอปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิดใดๆ แต่เราก็ยินดีที่ได้ยุติเรื่องนี้ลง"

สำหรับการชดเชยด้วยบริการฟรีมูลค่า 75 ล้านดอลลาร์นั้น บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนว่าใครจะมีสิทธิ์ได้รับบ้างและจะได้รับบริการรูปแบบใด แต่สื่อคาดการณ์ว่ากลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้ใช้งานที่เคยถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการยกเลิกไปแล้ว โดยบริษัทจะติดต่อลูกค้าที่เข้าข่ายโดยตรง หลังจากจัดการเอกสารทางศาลเสร็จสิ้น

ทิศทางในอนาคตของยักษ์ใหญ่ซอฟต์แวร์ นักวิเคราะห์มองว่า ค่าปรับ 75 ล้านดอลลาร์ถือเป็นการจ่ายที่คุ้มค่าและเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับผลกำไรสุทธิกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ที่ Adobe ทำได้ในปีที่ผ่านมา

จากความสำเร็จในการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจมาเป็นระบบสมัครสมาชิก (Subscription) ตั้งแต่ปี 2013 ทั้งนี้ Adobe ยืนยันว่าได้ดำเนินการปรับปรุงระบบการขายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพื่อให้ลูกค้าเห็นเงื่อนไขการยกเลิกบริการได้อย่างชัดเจนและโปร่งใสยิ่งขึ้นตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อแล้ว

ที่มา : arstechnica

related