svasdssvasds

หากไทยพลังงานไม่พอ ส่อดับฝันธุรกิจ AI-ดาต้าเซ็นเตอร์ ชี้อาจกระจุกตัวจังหวัดมีเคเบิ้ลใต้น้ำ

หากไทยพลังงานไม่พอ ส่อดับฝันธุรกิจ AI-ดาต้าเซ็นเตอร์ ชี้อาจกระจุกตัวจังหวัดมีเคเบิ้ลใต้น้ำ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ หากไทยพลังงานไม่พอส่อดับฝันธุรกิจ AI-ดาต้าเซ็นเตอร์ ชี้ อาจกระจุกตัวจังหวัดที่เคเบิ้ลใต้น้ำ เผย Direct PPA ไฟฟ้า คือทางรอดเดียวที่ต้องปลดล็อก

SHORT CUT

  • ไทยเสี่ยงพลาดโอกาสเป็นฮับ Data Center และ AI เพราะ ‘ไฟฟ้าไม่พอในพื้นที่จริง’ แม้กำลังผลิตสำรองจะสูง
  • การลงทุนกระจุกตัวเฉพาะจังหวัดที่มี ‘เคเบิ้ลใต้น้ำ’ และพื้นที่อย่าง EEC ยังต้องรอคิวใช้ไฟ โครงข่ายรองรับไม่ไหว
  • ทางรอดคือ ‘ปลดล็อก Direct PPA’ และปรับโครงสร้างระบบไฟฟ้า เพื่อรองรับพลังงานสะอาดและความต้องการของบิ๊กเทค

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ หากไทยพลังงานไม่พอส่อดับฝันธุรกิจ AI-ดาต้าเซ็นเตอร์ ชี้ อาจกระจุกตัวจังหวัดที่เคเบิ้ลใต้น้ำ เผย Direct PPA ไฟฟ้า คือทางรอดเดียวที่ต้องปลดล็อก

นาทีนี้คงไม่มีอะไรฮอตไปกว่ากระแสการลงทุนในธุรกิจ Data Center และ AI ที่กำลังเป็นความหวังใหม่ของเศรษฐกิจไทย แต่เบื้องหลังตัวเลขเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจาก BOI ที่เราเห็นกันนั้น ความจริงที่น่ากังวลเริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของไทยอาจ "รับมือไม่ไหว" กับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงมหาศาลของอุตสาหกรรมเหล่านี้ แม้ตัวเลขไฟฟ้าสำรองของประเทศจะดูเหมือนว่าสูงกว่า 30% แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่าการดึงไฟไปใช้ในจุดที่ต้องการลงทุนจริงนั้นทำได้ยากยิ่ง

‘บุรินทร์ อดุลวัฒนะ’ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ปัญหาสำคัญที่ทำให้การลงทุน Data Center ในไทยเริ่มสะดุดคือเรื่อง ‘ไฟฟ้าไม่พอ’ ในพื้นที่เฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีศักยภาพการสื่อสารอย่างจังหวัดที่มีสถานีเคเบิ้ลใต้น้ำ (Undersea Cable) เนื่องจาก Data Center ต้องการการเชื่อมต่อข้อมูลที่รวดเร็วและเสถียรสูงสุด ทำให้การลงทุนมีแนวโน้มจะกระจุกตัวอยู่แค่ไม่กี่จุด หากจังหวัดไหนไม่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านเคเบิ้ลที่พร้อม การจะขยายการลงทุนไปที่นั่นแทบเป็นไปไม่ได้เลย

และแม้แต่ในพื้นที่เนื้อหอมอย่าง EEC เอง ผู้ประกอบการหลายรายยังต้องเผชิญกับภาวะรอคิว เพราะโครงข่ายไฟฟ้าในพื้นที่รองรับการใช้งานหนักพร้อมกันไม่ไหว จนต้องเลื่อนแผนก่อสร้างออกไปอย่างไม่มีกำหนด ทางออกที่กลุ่มนักลงทุนเรียกร้องมาตลอดคือการปลดล็อก Direct PPA (Direct Power Purchase Agreement) หรือการอนุญาตให้ซื้อขายไฟฟ้าได้โดยตรงจากผู้ผลิตโดยไม่ผ่านรัฐ

โดยเฉพาะพลังงานสะอาดอย่างโซลาร์ฟาร์ม ซึ่งเป็นเงื่อนไขหลักของบิ๊กเทคระดับโลกที่ต้องการบรรลุเป้าหมาย Net Zero แต่ปัญหาในปัจจุบันคือโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าทั้งหมดเป็นสมบัติของรัฐ การจะให้เอกชนมาเช่าใช้เพื่อส่งไฟตรงให้กันยังติดข้อจำกัดเรื่องกฎหมายและทางเทคนิคที่รัฐกังวลว่าพลังงานหมุนเวียนที่ผันผวนจะกระทบต่อเสถียรภาพของระบบส่วนรวม หากไทยต้องการรักษาโอกาสนี้ไว้ รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างตลาดไฟฟ้าครั้งใหญ่ ตั้งแต่การกำหนดอัตราค่าบริการการใช้สายส่ง (Wheeling Charge) ที่เป็นธรรม และการอัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้าให้เป็น Smart Grid เพื่อรองรับพลังงานสะอาด

ปัจจุบันธุรกิจทำได้เพียงแค่ Private PPA หรือการผลิตไฟใช้เองในพื้นที่จำกัด ซึ่งไม่ตอบโจทย์ความต้องการขนาดใหญ่ของ Data Center ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูงื หากยังติดล็อกอยู่ที่กฎหมายเดิมๆ และต้นทุนค่าไฟที่ยังสูงจากโครงสร้างแบบเก่า ฝันที่จะเห็นไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคก็อาจเป็นได้แค่ทางผ่านของสายเคเบิ้ลที่ข้ามไปลงประเทศเพื่อนแทนอย่างน่าเสียดาย

related