svasdssvasds

OpenAI ประกาศปิดตัว Sora ยอมปฎิเสธดีลยักษ์ Disney มุ่งตลาดองค์กร

OpenAI ประกาศปิดตัว Sora ยอมปฎิเสธดีลยักษ์ Disney มุ่งตลาดองค์กร

OpenAI ประกาศปิดตัว Sora อย่างกะทันหัน ยุติดีล 1 พันล้านดอลลาร์กับ Disney หันหัวเรือลุยตลาดองค์กร เครื่องมือเขียนโค้ด และมุ่งหน้าสู่ AGI อย่างเต็มกำลัง

SHORT CUT

  • OpenAI ยุติการพัฒนาแพลตฟอร์มวิดีโอ Sora ทั้งหมด ล้มดีลข้อตกลงมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์กับ Disney สะท้อนให้เห็นว่าโมเดลธุรกิจที่พึ่งพาวิดีโอ AI อาจยังไม่คุ้มค่ากับการลงทุนในสเกลระดับโลก ณ เวลานี้
  • การสร้างวิดีโอ AI ที่มีความแม่นยำสูงใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์และเงินทุนมหาศาล OpenAI จึงเลือกที่จะตัดต้นทุนและนำทรัพยากรที่เหลือไปทุ่มให้กับโปรเจกต์ที่สร้างรายได้จริงและแก้ปัญหาให้ลูกค้าองค์กรได้
  • การแข่งขันของบิ๊กเทคในเฟสถัดไป จะไม่ใช่แค่การโชว์ภาพหรือวิดีโอสวยๆ อีกต่อไป แต่คือการแย่งชิงกลุ่มนักพัฒนาโปรแกรมและองค์กรธุรกิจ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้าง AGI ที่ทำงานแทนมนุษย์ได้จริง

OpenAI ประกาศปิดตัว Sora อย่างกะทันหัน ยุติดีล 1 พันล้านดอลลาร์กับ Disney หันหัวเรือลุยตลาดองค์กร เครื่องมือเขียนโค้ด และมุ่งหน้าสู่ AGI อย่างเต็มกำลัง

OpenAI ประกาศยุติการให้บริการ Sora แอปพลิเคชันและ API สร้างวิดีโอจากข้อความที่เคยสร้างกระแสไปทั่วโลก การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ชนิดที่ว่าทีมงานของ OpenAI และ Disney ประชุมร่วมกันเสร็จเพียง 30 นาที ก่อนที่คำสั่งนี้จะถูกส่งลงมา

CREDIT : OpenAI

การปิดตัวของ Sora ส่งผลกระทบโดยตรงต่อดีลมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่าง OpenAI และ Walt Disney Co. ที่ประกาศไปเมื่อปลายปี 2025

โดยแผนเดิมคือการนำตัวละครของ Disney กว่า 200 ตัวมาสร้างสรรค์เป็นวิดีโอ AI บนแพลตฟอร์ม อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่าข้อตกลงนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์และยังไม่มีการจ่ายเงินกันจริง ทำให้ทาง Disney ต้องถอยทัพและมองหาพาร์ทเนอร์ด้าน AI รายใหม่แทน

CREDIT : Sora

ทำไม OpenAI ยุติบริการ Sora ทั้งที่กำลังไปได้สวย?

เบื้องหลังการตัดสินใจที่ดูเหมือนจะขัดใจผู้ใช้งาน มีปัจจัยสำคัญด้าน 'ต้นทุน' เข้ามาเกี่ยวข้อง

  • ทรัพยากรประมวลผลมหาศาล : การรันโมเดลสร้างวิดีโอต้องใช้พลังงานประมวลผลสูงมาก ทำให้ไปดึงทรัพยากรจากทีมอื่น ๆ ของ OpenAI
  • ปัญหาด้านลิขสิทธิ์และข่าวปลอม : แม้แอปพลิเคชันจะได้รับความนิยมจนพุ่งติดชาร์ต App Store แต่ก็แลกมาด้วยเสียงวิจารณ์อย่างหนักเรื่องลิขสิทธิ์ และความเสี่ยงในการสร้างเนื้อหาบิดเบือน (AI slop)

การหักดิบครั้งนี้สะท้อนให้เห็นทิศทางใหม่ของ OpenAI ที่ต้องการทิ้งเครื่องมือต้นทุนสูง เพื่อไปโฟกัสในสิ่งที่ทำกำไรได้จริงและยั่งยืนกว่า นั่นคือ ตลาดลูกค้าองค์กรและเครื่องมือช่วยเขียนโค้ด

Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI เพิ่งประกาศ 'Code Red' เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เพื่อรับมือกับคู่แข่งอย่าง Anthropic ที่กำลังครองใจนักพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย Claude Code รวมถึงการแข่งขันที่ดุเดือดจาก Google Gemini

CREDIT : REUTERS

นอกจากนี้ OpenAI ยังเตรียมรวบรวมฟีเจอร์เด่น ๆ เข้าด้วยกันเป็น 'Super-app' บนเดสก์ท็อป และปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้บริหารเพื่อมุ่งสู่การสร้างปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AGI) และการจำลองโลกทางกายภาพสำหรับวิทยาการหุ่นยนต์

'AI' ในอนาคตต้องสามารถตอบโจทย์ลูกค้าระดับองค์กรและนักพัฒนาได้จริง 'ทรัพยากรประมวลผล' คือขุมทรัพย์ชี้เป็นชี้ตาย บิ๊กเทคพร้อมหั่นทิ้งโปรเจกต์ต้นทุนสูงที่เสี่ยงปัญหาลิขสิทธิ์เป้าหมายสูงสุดของวงการถูกยกระดับจากการสร้างแอปฯ ไปสู่การพัฒนา AGI และหุ่นยนต์อัจฉริยะที่โต้ตอบได้จริง

ที่มา : REUTERSCNNThe VergeCNET

related