เนสท์เล่ ตั้งโรงงาน 2.3 หมื่นล้าน ใช้ AI-หุ่นยนต์ ดันไทย Hub อาเซียน

เนสท์เล่ ตั้งโรงงาน 2.3 หมื่นล้าน ใช้ AI-หุ่นยนต์ ดันไทย Hub อาเซียน

เนสท์เล่ทุ่ม 2.3 หมื่นล้าน ผุดโรงงานเนสกาแฟอัจฉริยะที่สมุทรปราการ ชูเทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์ ดันไทยเป็นฐานผลิตใหญ่อาเซียน พร้อมหนุนรายได้เกษตรกรไทย

SHORT CUT

  • เนสท์เล่ทุ่มงบ 2.3 หมื่นล้านบาท สร้างโรงงานเนสกาแฟและศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ที่ จ.สมุทรปราการ (เริ่มผลิตปลายปี 2571) กำลังการผลิต 1.7 แสนตันต่อปี เพื่อเป็นฐานการผลิตหลักของอาเซียน
  • เนสท์เล่ ยกระดับสู่โรงงานอัจฉริยะเต็มรูปแบบ นำร่องใช้เทคโนโลยี AI, ระบบหุ่นยนต์, คลังสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) และเทคโนโลยีการสกัด-เก็บรักษากลิ่นกาแฟที่ล้ำสมัยที่สุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพการผลิตสูงสุด
  • โครงการนี้จะสร้างงานทักษะสูงกว่า 520 ตำแหน่ง และใช้วัตถุดิบในประเทศมูลค่ากว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและอุตสาหกรรมเกษตรไทยอย่างยั่งยืน

เนสท์เล่ทุ่ม 2.3 หมื่นล้าน ผุดโรงงานเนสกาแฟอัจฉริยะที่สมุทรปราการ ชูเทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์ ดันไทยเป็นฐานผลิตใหญ่อาเซียน พร้อมหนุนรายได้เกษตรกรไทย

Nestle (เนสท์เล่) ตั้งฐานการผลิตแห่งใหม่ในไทย ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต

หลังจากการยุติสัญญาร่วมทุนกับบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส (QCP) บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ได้เดินหน้าตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย ด้วยการประกาศเมกะโปรเจกต์ลงทุนมูลค่ากว่า 23,000 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิต 'เนสกาแฟ' (Nescafé) แห่งใหม่แบบครบวงจร ณ นิคมอุตสาหกรรมอารยะ จังหวัดสมุทรปราการ

เนสท์เล่ ตั้งโรงงาน 2.3 หมื่นล้าน ใช้ AI-หุ่นยนต์ ดันไทย Hub อาเซียน

โรงงานแห่งนี้ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ (BOI) โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตสูงถึง 170,000 ตันต่อปี ครอบคลุมทั้งกาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผสม 3 in 1 และกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องผลิตได้ในช่วงปลายปี 2571 เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตหลักของภูมิภาคอาเซียน

CREDIT : REUTERS

ส่องเทคโนโลยี 'โรงงานอัจฉริยะ' ของ Nestle 

ความน่าสนใจหลักของโครงการนี้คือการยกระดับสู่ 'โรงงานอัจฉริยะ' ที่บูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับกระบวนการผลิตและลอจิสติกส์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพ และความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม ดังนี้

  • Artificial Intelligence (AI) : ระบบปัญญาประดิษฐ์และระบบควบคุมกระบวนการทำงานขั้นสูง (Advanced Process Control) ช่วยรักษาเสถียรภาพและยกระดับมาตรฐานคุณภาพในทุกขั้นตอนการผลิต
  • Robotics & Automation : นำระบบหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติขั้นสูงมาใช้ในสายการผลิต เพื่อความแม่นยำ รวดเร็ว และลดข้อผิดพลาด
  • ระบบ ASRS (Automated Storage) : คลังสินค้าอัตโนมัติสำหรับจัดเก็บและเลือกหาสินค้า เสริมประสิทธิภาพให้ศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ภายในพื้นที่โครงการ
  • Advanced Extraction Technology : เทคโนโลยีการสกัดกาแฟที่ล้ำสมัยที่สุดของเนสท์เล่ ช่วยดึงรสชาติและคุณภาพสูงสุดจากเมล็ดกาแฟ
  • Aroma Retention Technology : เทคโนโลยีการเก็บรักษากลิ่นกาแฟที่ทันสมัย เพื่อส่งมอบประสบการณ์และอรรถรสที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภค

CREDIT : REUTERS

หนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น ขับเคลื่อนโมเดล BCG

นอกเหนือจากความล้ำสมัยด้านเทคโนโลยี เนสท์เล่ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทย โครงการนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ Bio-Circular-Green Economy (BCG) ของประเทศ โดยจะมีการจัดซื้อวัตถุดิบทางการเกษตรภายในประเทศ ทั้งเมล็ดกาแฟ น้ำตาล และน้ำนมดิบ มูลค่าสูงถึง 4,300 ล้านบาทต่อปี

CREDIT : Nestle Thailand

พร้อมกันนี้ ยังช่วยสร้างงานใหม่ในสายวิศวกรรม เทคโนโลยี และแรงงานทักษะสูงกว่า 520 ตำแหน่ง ควบคู่ไปกับการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟโรบัสต้าไทยผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และขยายพื้นที่เพาะปลูก เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน

related