
SHORT CUT
Intel ประกาศเข้าร่วมโปรเจกต์ใหญ่ 'Terafab' กับ Tesla, SpaceX และ xAI มุ่งผลิตชิปประมวลผลขั้นสูงเพื่ออนาคตของ AI และอวกาศ ตั้งเป้าบรรลุเป้าหมายการผลิต 1 Terawatt ต่อปี
ยักษ์ใหญ่ด้านเซมิคอนดักเตอร์อย่าง Intel ประกาศเข้าร่วมโครงการ 'Terafab' ของ Elon Musk อย่าง Tesla, SpaceX และ xAI
การประกาศในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Elon Musk ได้เดินทางไปพบปะกับ Lip-Bu Tan ซีอีโอของ Intel ถึงสำนักงานใหญ่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยเป้าหมายหลักของ Intel คือการนำความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ผลิต และแพ็กเกจชิปขั้นสูงมาช่วยยกระดับและปฏิวัติวงการการผลิตซิลิคอน เพื่อให้ Terafab บรรลุเป้าหมายการผลิตกำลังการคำนวณระดับ 1 Terawatt ต่อปี
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Tesla จำเป็นต้องพึ่งพาโรงงานผลิตชิปอย่าง TSMC และ Samsung มาโดยตลอด (รวมถึงดีลมูลค่ามหาศาล 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สำหรับผลิตชิป AI6 กับ Samsung ล่าสุด)
แต่การดึง Intel เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ในครั้งนี้ ทำให้ Elon Musk มีพันธมิตรระดับท็อปของอุตสาหกรรมครบมือ ซึ่งเป็นการการันตีว่าบริษัทในเครือของเขาจะไม่ต้องเผชิญกับปัญหาคอขวดด้านซัพพลายเชนอีกต่อไป
Terafab ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ Giga Texas ในเมืองออสติน ไม่ใช่แค่โรงงานผลิตชิ้นส่วนธรรมดา แต่ถูกออกแบบให้เป็น 'Advanced Technology Fab' ที่สามารถจัดการวงจรการผลิตชิปได้แบบเบ็ดเสร็จในที่เดียว
ตั้งแต่ส่วนลอจิก หน่วยความจำ ไปจนถึงเทคโนโลยีการแพ็กเกจจิ้งขั้นสูง ซึ่งจะทำให้วิศวกรสามารถสร้าง ทดสอบ และปรับปรุงแก้ไขชิปได้ภายในเวลาไม่กี่วัน แทนที่จะต้องรอนานหลายเดือนเหมือนในอดีต
สเกลความยิ่งใหญ่ของ Terafab นั้นเหนือกว่ามาตรฐานปัจจุบันไปไกลมาก โดย Elon Musk เคยระบุว่ากำลังการผลิตของโรงงานทั่วโลกรวมกันในปัจจุบัน ยังเทียบได้แค่ 2% ของเป้าหมายที่เขาต้องการ หากมนุษยชาติต้องการสร้างหุ่นยนต์ Optimus ถึง 1 พันล้านตัว หรือก้าวไปสู่การเป็นอารยธรรมหลายดาวเคราะห์ การผลิตฮาร์ดแวร์ก็ต้องก้าวกระโดดตามไปด้วย
โครงการนี้จะแบ่งศูนย์ปฏิบัติการออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่
ขณะนี้ Tesla ได้เริ่มเดินหน้าจ้างงานผู้เชี่ยวชาญในเมืองออสตินเพื่อดูแลการออกแบบและก่อสร้างโรงงานแล้ว ในมุมของ Intel ดีลนี้นับเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของหน่วยธุรกิจ 'Intel Foundry' ที่กำลังพยายามพิสูจน์ตัวเองว่าพร้อมรองรับลูกค้าที่มีความต้องการสูงสุดในโลก หลังจากที่เคยตามหลังในศึกชิงเจ้าตลาด AI
Lip-Bu Tan ซีอีโอของ Intel ได้กล่าวชื่นชมวิสัยทัศน์นี้ว่า "Elon Musk มีผลงานในการพลิกโฉมหลายอุตสาหกรรม และนี่คือสิ่งที่วงการผลิตเซมิคอนดักเตอร์กำลังต้องการ
ในยุคที่ Tesla กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงบริษัทรถยนต์ ไปสู่ขุมพลังด้าน AI และหุ่นยนต์ การควบคุมกระบวนการผลิตซิลิคอนด้วยตัวเองจึงไม่ใช่แค่ 'ทางเลือก' อีกต่อไป แต่เป็น 'ทางรอด' เดียวที่จะนำไปสู่ยุคแห่งความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนตามที่ Musk ได้วาดฝันไว้"
ที่มา : X