GISTDA ชู GeoHealth นำเทคโนโลยีอวกาศยกระดับชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำผู้คน

GISTDA ชู GeoHealth นำเทคโนโลยีอวกาศยกระดับชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำผู้คน

แนวคิด GeoHealth จาก GISTDA ผสานเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ สู่แอป LifeDee และ Digital Twin ฝาแฝดบนโลกดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสังคมไทยอย่างยั่งยืน

SHORT CUT

  • GISTDA ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศในโครงการ "GeoHealth" เพื่อแก้ปัญหาสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
  • พัฒนาแอปพลิเคชัน "LifeDee" เพื่อแจ้งเตือนข้อมูลสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น PM2.5 และดัชนีความร้อน โดยออกแบบให้ทุกคนรวมถึงกลุ่มเปราะบางเข้าถึงได้ง่ายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
  • นำเทคโนโลยี "Digital Twin" มาสร้างแบบจำลองเมืองเสมือนจริง เพื่อช่วยให้ผู้บริหารสามารถวางแผนจัดการมลพิษ ภัยพิบัติ และบริการสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แนวคิด GeoHealth จาก GISTDA ผสานเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ สู่แอป LifeDee และ Digital Twin ฝาแฝดบนโลกดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสังคมไทยอย่างยั่งยืน

 เมื่ออวกาศไม่ได้อยู่แค่บนฟ้าแต่นำมาใช้แก้ปัญหาบนพื้นดิน 

ท่ามกลางความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม, การขยายตัวของเมืองใหญ่ในโลกทุกวันนี้ ไทยกำลังเผชิญกับมลภาวะทางอากาศ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ การแสวงหาทางออกที่ยั่งยืนจึงเป็นวาระเร่งด่วนระดับชาติ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ในฐานะหน่วยงานหลักด้านเทคโนโลยีอวกาศ เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลง ด้วยการนำเทคโนโลยีอวกาศและข้อมูลภูมิสารสนเทศที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการ "GeoHealth" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการนำวิทยาศาสตร์ชั้นสูงมาบูรณาการเข้ากับระบบสาธารณสุขและการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ
 

 GeoHealth: นิยามใหม่ของการดูแลความมั่นคงทางสังคม 

การถือกำเนิดแนวคิด GeoHealth ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างระบบฐานข้อมูล แต่เป็นการสร้าง "เกราะป้องกัน" ทางสุขภาพให้แก่ประชาชน ดร.ฌานิกา สุขวัฒนวิจิตร หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงทางสังคม GISTDA ได้ให้คำจำกัดความไว้อย่างน่าสนใจว่า “คำว่า GeoHealth หมายถึงการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ที่จะเข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งในแง่มุมของสุขภาพ ในแง่มุมของการบริหารจัดการเมือง และแง่มุมของสังคมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง” แนวคิดนี้นำไปสู่การจัดตั้งฝ่ายความมั่นคงทางสังคมขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อผลักดันเทคโนโลยีอวกาศให้เข้าถึงมือประชาชนและเกิดการใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด

ดร.ฌานิกา สุขวัฒนวิจิตร หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงทางสังคม GISTDA
 

LifeDee: แอปเพื่อสุขภาพที่ครอบคลุมและเท่าเทียม 

หนึ่งในผลผลิตที่โดดเด่นที่สุดของโครงการ GeoHealth คือแอปพลิเคชัน "LifeDee" (ไลฟ์ดี) ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นให้เป็นศูนย์รวมข้อมูลด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายบนสมาร์ทโฟน แอปพลิเคชันนี้ทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยส่วนตัวในการเฝ้าระวังสุขภาพ โดยมีฟังก์ชันการแจ้งเตือนฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 แบบรายชั่วโมงในความละเอียดระดับ 1 ตารางกิโลเมตร และระบบแจ้งเตือนดัชนีความร้อน (Heat Index) ที่ทำงานร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อป้องกันภาวะฉุกเฉินจากความร้อนอย่างฮีทสโตรก

นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงการวางแผนการออกกำลังกาย การค้นหาสถานพยาบาลฉุกเฉินพร้อมระบบนำทาง คลินิกมลพิษออนไลน์ และการค้นหาห้องปลอดฝุ่น

สิ่งที่ทำให้ LifeDee ได้รับการยกย่องในระดับชาติ คือความมุ่งมั่นที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง GISTDA ได้ขยายกลุ่มเป้าหมายจากประชาชนทั่วไปสู่ "กลุ่มเปราะบาง" 

โดยการปรับปรุงระบบให้เป็น Universal Design เพื่อรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่ตาบอดสี แอปพลิเคชันนี้สามารถระบุตำแหน่งสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ เช่น ทางลาด ที่จอดรถสำหรับผู้พิการ และห้องน้ำเฉพาะกลุ่ม ความทุ่มเทนี้ส่งผลให้ LifeDee ได้รับ "รางวัลเลิศรัฐ" สาขานวัตกรรมการบริการประชาชนระดับดี ประจำปี 2567 และรางวัล "TAB Digital Inclusive Award" ประจำปี 2569 จากสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในฐานะแอปพลิเคชันยอดเยี่ยมที่เข้าถึงได้ง่าย

LifeDee: แอปเพื่อสุขภาพที่ครอบคลุมและเท่าเทียม


Digital Twin: โลกดิจิทัลเสมือนจริงเพื่อการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ 


ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพระดับบุคคล โครงการ GeoHealth ยังได้พัฒนาระบบ "Digital Twin" หรือเทคโนโลยีคู่เสมือนจริง ซึ่งเป็นการจำลองเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในโลกดิจิทัล โดยเริ่มต้นนำร่องร่วมกับเทศบาลเมืองชลบุรี ระบบนี้เชื่อมต่อข้อมูลดาวเทียม กล้อง CCTV และ IoT เข้าด้วยกัน เพื่อวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์แบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้บริหารเมืองสามารถวางแผนและประเมินผลกระทบในโลกเสมือนก่อนลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งช่วยประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณแผ่นดิน
เทคโนโลยี Digital Twin นี้ ประกอบด้วยฟีเจอร์หลัก 5 มิติที่ตอบโจทย์การบริหารเมืองยุคใหม่ ได้แก่:

การจัดการมลพิษทางอากาศ: ใช้กล้อง CCTV กว่า 200 จุด ตรวจวัดความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 และคำนวณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากยานพาหนะบริเวณทางแยก เพื่อจัดการจราจรและมลพิษ
ความปลอดภัยต่อทรัพย์สิน: วิเคราะห์การกระจุกตัวของอาชญากรรม และสามารถจำลองมุมมองของกล้อง CCTV ในระบบ 3 มิติ เพื่อวางแผนติดตั้งกล้องเพิ่มเติมโดยไม่ต้องลงพื้นที่จริง
การผลิตไฟฟ้าบนหลังคา (Solar Rooftop): ฟีเจอร์แนว CSR ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนใช้ระบบ 3 มิติประเมินศักยภาพการรับแสงอาทิตย์ของอาคารตนเอง เพื่อคำนวณความคุ้มทุนก่อนตัดสินใจติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์
การบริหารจัดการน้ำท่วม: ตรวจสอบและแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย รวมถึงจัดทำแผนที่เส้นทางอพยพ โดยสามารถดึงภาพจากกล้อง CCTV ย้อนหลังเพื่อยืนยันสถานการณ์จริงได้ทันที
การเข้าถึงบริการสาธารณะ (GeoSocial): เก็บพิกัดสถานที่สำคัญและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุอย่างละเอียด เพื่อสร้างสังคมที่ทุกคนเดินทางและใช้ชีวิตได้อย่างเท่าเทียม

GISTDA ชู GeoHealth นำเทคโนโลยีอวกาศยกระดับชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำผู้คน

GISTDA ชู GeoHealth นำเทคโนโลยีอวกาศยกระดับชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำผู้คน


ฟันเฟืองเล็กๆ ที่ขับเคลื่อนสังคม 

สิ่งที่เกิดขึ้นจากนวัตกรรมเหล่านี้ ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปรัชญาการทำงานที่มุ่งเน้นการทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ดร.ฌานิกา สุขวัฒนวิจิตร ได้กล่าวเน้นย้ำถึงจุดยืนของ GISTDA ไว้อย่างลึกซึ้งว่า “การที่ GISTDA ดูแลเรื่องข้อมูลของประเทศ ไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นผู้ที่มีอำนาจสั่งการใคร ไม่ใช่เลยค่ะ เราแค่เป็นฟันเฟืองตัวเล็กๆ เราอยากจะช่วยท้องถิ่นเมืองต่างๆ ในการขับเคลื่อน เราอยากเป็นผู้สนับสนุนที่ดี... เราอยากให้นำเทคโนโลยีที่เรามี ไปใช้ได้จริงและส่งต่อถึงมือประชาชน” คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความถ่อมตนและความตั้งใจจริงของทีมนักวิจัย ที่พร้อมจะนำองค์ความรู้ระดับอวกาศลงมารับใช้สังคมและชุมชนอย่างแท้จริง


อนาคตแห่งคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน 

การผนวกรวมข้อมูลจากอวกาศเข้ากับแอปพลิเคชัน LifeDee และเทคโนโลยี Digital Twin ไม่เพียงแต่ช่วยให้ประชาชนสามารถรับมือกับมลภาวะและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศได้ดียิ่งขึ้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เคารพในความหลากหลายของผู้คน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง การก้าวเดินของนวัตกรรมนี้จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่า เทคโนโลยีที่ดีที่สุด คือเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตได้จริง และไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

related