เศษจรวด SpaceX จ่อชนดวงจันทร์บริเวณหลุมอุกกาบาตไอน์สไตน์ 5 ส.ค.นี้

เศษจรวด SpaceX จ่อชนดวงจันทร์บริเวณหลุมอุกกาบาตไอน์สไตน์ 5 ส.ค.นี้

นักดาราศาสตร์เผยเศษชิ้นส่วนของจรวด SpaceX จะพุ่งชนพื้นผิวดวงจันทร์ในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ ใกล้ขอบหลุมอุกกาบาตไอน์สไตน์ แเต่คาดว่าไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ แต่สะท้อนถึงปัญหาขยะอวกาศที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน

SHORT CUT

  • ชิ้นส่วนจรวดฟัลคอน 9 ของ SpaceX มีกำหนดพุ่งชนดวงจันทร์ในวันที่ 5 สิงหาคม เวลาประมาณ 13.44 น. ตามเวลาประเทศไทย
  • จุดตกกระทบคาดว่าจะอยู่บริเวณขอบหลุมอุกกาบาตไอน์สไตน์ (Einstein Crater) ด้วยความเร็ว 2.43 กิโลเมตรต่อวินาที
  • เศษจรวดดังกล่าวเป็นส่วนบนของจรวดที่มาจากภารกิจปล่อยยานสำรวจดวงจันทร์บลูโกสต์ (Blue Ghost)
  • เหตุการณ์นี้ไม่น่าจะสังเกตเห็นได้จากโลก และคาดว่าจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงใดๆ

นักดาราศาสตร์เผยเศษชิ้นส่วนของจรวด SpaceX จะพุ่งชนพื้นผิวดวงจันทร์ในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ ใกล้ขอบหลุมอุกกาบาตไอน์สไตน์ แเต่คาดว่าไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ แต่สะท้อนถึงปัญหาขยะอวกาศที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ขยะอวกาศพุ่งชนดวงจันทร์ ดาวบริวารของโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บิล เกรย์ จาก “โปรเจ็กต์ พลูโต (Project Pluto) ใช้ซอฟต์แวร์ติดตามวัตถุทางดาราศาสตร์และข้อมูลการสังเกตการณ์ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ในการคำนวณวงโคจรของขยะอวกาศและพบว่า เศษชิ้นส่วนจากจรวดฟัลคอน 9 (Falcon 9) ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) กำลังจะพุ่งชนดวงจันทร์ในวันที่ 5 สิงหาคม เวลาประมาณ 02.44 น. ตามเขตเวลาตะวันออก (EDT) หรือเวลาประมาณ 13.44 น. ตามเวลาในประเทศไทย

ชิ้นส่วนจากจรวดดังกล่าวคาดว่าจะตกลงบริเวณขอบของหลุมอุกกาบาตไอน์สไตน์ (Einstein Crater) แม้ว่าตำแหน่งที่แน่นอนอาจเปลี่ยนแปลงได้ด้วยแรงดันจากรังสีของดวงอาทิตย์ เนื่องจากแสงอาทิตย์สามารถผลักดันวัตถุต่าง ๆ ที่ลอยอยู่ในอวกาศได้ คล้ายกับหลักการใบเรือสุริยะ (Solar Sail) เทคโนโลยีขับเคลื่อนยานอวกาศที่ใช้ความดันจากการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ และถึงแม้ว่าแรงดังกล่าวจะอ่อนมากสำหรับวัตถุที่ไม่ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ แต่ก็ยังมีผลต่อวิถีการเคลื่อนที่อย่างมีนัยสำคัญ

เศษจรวด SpaceX จ่อชนดวงจันทร์บริเวณหลุมอุกกาบาตไอน์สไตน์ 5 ส.ค.นี้

ชิ้นส่วนจรวดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของจรวดฟอลคอน 9 ส่วนบนและมีหมายเลขกำกับว่า 2025-010Dมาจากภารกิจการปล่อยจรวดบลูโกสต์ (Blue Ghost) ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของบริษัทไฟร์ฟลาย แอโรสเปซ (Firefly Aerospace) ที่ประสบความสำเร็จในการลงจอดบริเวณภูมิภาคมาเรล คริสเซียม (Mare Crisium) หรือทะเลแห่งวิกฤต แอ่งที่ราบต่ำขนาดใหญ่บนดวงจันทร์ด้านใกล้โลก เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ปี 2025 ถือเป็นการลงจอดแบบนุ่มนวลบนดวงจันทร์โดยภาคเอกชนที่ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์เป็นครั้งแรก

ชิ้นส่วนของจรวดคาดว่าจะพุ่งชนดวงจันทร์ด้วยความเร็ว 2.43 กิโลเมตรต่อวินาท (ราว 5,400 ไมล์ต่อชั่วโมง) และมีความเป็นไปได้น้อยที่จะสังเกตเห็นได้จากโลก ขณะนี้คาดว่าการชนจะเกิดขึ้นบริเวณขอบด้านใกล้ของดวงจันทร์ที่หันเข้าหาโลก แต่ในช่วงเวลาดังกล่าวดวงจันทร์จะอยู่ในระยะข้างแรมและบริเวณที่จะเกิดการชนจะสว่างอย่างเต็มที่ ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยไม่เอื้อต่อการสังเกตจากโลก

เศษจรวด SpaceX จ่อชนดวงจันทร์บริเวณหลุมอุกกาบาตไอน์สไตน์ 5 ส.ค.นี้

สิ่งที่นักดาราศาสตร์อาจได้เห็นมากกว่า คือ ผลลัพธ์หลังการชน ตัวอย่างเช่น เมื่อจรวดของจีนพุ่งชนดวงจันทร์ในเดือนมีนาคม ปี 2022 นั้น ยาน Lunar Reconnaissance Orbiter ยานสำรวจดวงจันทร์แบบไร้คนขับขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือนาซา (NASA) ตรวจพบหลุมอุกกาบาตคู่ที่มีลักษณะแปลกประหลาด โดยในกรณีนั้น นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า ส่วนประกอบขนาดใหญ่ 2 ส่วนของจรวด ซึ่งด้านหนึ่งเป็นส่วนบรรทุกสัมภาระและอีกด้านหนึ่งเป็นเครื่องยนต์ อาจเป็นสาเหตุของการเกิดหลุมอุกกาบาตคู่ โดยหลุมหนึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 18 เมตรและอีกหลุมหนึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 16 เมตร อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่น่าจะก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงใด ๆ

“เกรย์” กล่าวในรายงานฉบับละเอียดที่แสดงข้อมูลทุกสิ่งที่รู้เกี่ยวกับชิ้นส่วนจรวดและจุดหมายปลายทางของเศษซากดังกล่าวว่า จริง ๆ แล้วไม่คิดว่าจะต้องกังวลอะไรมาก ถ้าจะมีอะไรที่น่ากังวล ก็คงเป็นวัตถุแบบเดียวกันอีกจำนวนมากที่ไม่ได้พุ่งชนดวงจันทร์ แต่กลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศชั้นบนของโลกมากกว่า

เศษจรวด SpaceX จ่อชนดวงจันทร์บริเวณหลุมอุกกาบาตไอน์สไตน์ 5 ส.ค.นี้

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า แม้ปัญหาขยะอวกาศจะเป็นประเด็นที่น่าเป็นกังวลอย่างยิ่ง แต่ “เกรย์” ชี้ว่า ควรให้ความสำคัญกับวัตถุในวงโคจรต่ำของโลก (Low-Earth Orbit) มากกว่า

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มในอุตสาหกรรมอวกาศคือการไม่ได้คำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับจรวดหลังจากที่ปล่อยสัมภาระออกไปแล้ว

ที่มา: IFL Science

 

 

 

related