Nintendo และ Sony เซ่นพิษ AI ราคาแรมพุ่ง ฉุดกำไรหด ปรับขึ้นราคาเกม

Nintendo และ Sony เซ่นพิษ AI ราคาแรมพุ่ง ฉุดกำไรหด ปรับขึ้นราคาเกม

Nintendo และ Sony กำลังเผชิญวิกฤตราคาหน่วยความจำพุ่งสูงจากกระแส AI ที่แย่งชิงซัพพลาย ส่งผลให้ต้นทุนผลิตพุ่ง จนต้องตัดสินใจปรับขึ้นราคาเครื่องเล่นเกมทั่วโลก

SHORT CUT

  • ความต้องการชิปหน่วยความจำมหาศาลจากภาค AI ทำให้เกิดสภาวะขาดแคลนในตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบพุ่งขึ้นเกินกว่าที่บริษัทผู้ผลิตเกมจะแบกรับได้เอง
  • ทั้ง Nintendo และ Sony จำใจต้องผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคผ่านการปรับราคาฮาร์ดแวร์ (Switch 2 และ PS5) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายเครื่องในช่วงที่สภาพเศรษฐกิจโลกยังคงมีความผันผวน
  • เมื่อกำไรจากฮาร์ดแวร์ลดลง ทั้งสองค่ายจึงต้องหันไปโฟกัสที่การออกเกมคุณภาพสูงเพื่อดึงกำไรจากยอดขายซอฟต์แวร์มาช่วยพยุงภาพรวมธุรกิจในปีงบประมาณหน้า

Nintendo และ Sony กำลังเผชิญวิกฤตราคาหน่วยความจำพุ่งสูงจากกระแส AI ที่แย่งชิงซัพพลาย ส่งผลให้ต้นทุนผลิตพุ่ง จนต้องตัดสินใจปรับขึ้นราคาเครื่องเล่นเกมทั่วโลก

อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังเผชิญกับสภาวะ 'ขาดแคลน' อย่างหนัก เมื่อความต้องการ 'หน่วยความจำ' จากศูนย์ข้อมูล AI ทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ส่งผลให้ราคาชิปในไตรมาสแรกของปีพุ่งสูงขึ้นถึง '2 เท่า' และมีแนวโน้มจะขยายตัวเพิ่มอีก '63%' ในไตรมาสปัจจุบัน แม้ผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Samsung และ SK Hynix จะเร่งเพิ่มกำลังการผลิต แต่กว่าสายการผลิตใหม่จะพร้อมทำงานก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีกหนึ่งปี

Nintendo และ Sony เซ่นพิษ AI ราคาแรมพุ่ง ฉุดกำไรหด ปรับขึ้นราคาเกม

Nintendo กับการเดิมพันครั้งสำคัญของ Switch 2

Nintendo ออกมายอมรับว่าต้นทุนส่วนประกอบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะหน่วยความจำ และผลกระทบจากภาษีศุลกากร จะทำให้บริษัทมีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นถึง 1 แสนล้านเยน (ประมาณ 638 ล้านดอลลาร์) ในปีงบประมาณนี้

ความกดดันดังกล่าวสะท้อนออกมาในการตัดสินใจ 'ปรับขึ้นราคา' ของเครื่องรุ่นใหม่อย่าง Switch 2 โดยโมเดลในญี่ปุ่นจะปรับขึ้นเป็น 59,980 เยน และในสหรัฐฯ จะขยับขึ้นอีก 50 ดอลลาร์ ไปอยู่ที่ 499.99 ดอลลาร์

ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่านี่เป็นการสะท้อนว่า Nintendo ไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้เองอีกต่อไป อย่างไรก็ตามความท้าทายหลักอยู่ที่กลุ่มลูกค้าของ Nintendo ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อราคาสูง ทำให้บริษัทต้องเร่งเข็นเกมอย่าง Pokémon Pokopia และ Star Fox ออกมาเพื่อดึงดูดใจผู้เล่น

Sony หวังพึ่ง GTA VI ปรับขึ้นราคา PS5 

ทางด้าน Sony เองก็ได้ประกาศปรับราคา PS5 ในสหรัฐฯ ขึ้นอีก 100 ดอลลาร์ เป็น 649.99 ดอลลาร์ ไปเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แม้จะสามารถจัดหาซัพพลายหน่วยความจำได้เพียงพอในปีนี้ แต่ CEO Hiroki Totoki คาดการณ์ว่าราคาส่วนประกอบจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า

เพื่อรักษาสภาพคล่องและสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน Sony เตรียมทุ่มเงินกว่า 5 แสนล้านเยนเพื่อซื้อหุ้นคืน พร้อมตั้งความหวังไว้กับซอฟต์แวร์ระดับ Blockbuster อย่าง 'Grand Theft Auto VI' ที่มีกำหนดวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า

Take-Two ยืนยันวางจำหน่าย GTA 6 บน PS5 และ Xbox ก่อนเวอร์ชัน PC ถือเป็นชัยชนะเชิงกลยุทธ์ของ Sony อย่างมาก เพราะจะเกิดปรากฏการณ์ 'ซื้อ PS5 เพื่อเล่น GTA 6' โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เล่นที่รอคอยมานานกว่า 8 ปี ยอดขายที่คาดการณ์ไว้กว่า 25 ล้านชุดในวันแรก จะช่วยกระตุ้นยอดขายเครื่อง PS5 ในช่วงปลายวงจรชีวิต (ปีที่ 6) ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

ซึ่งคาดว่าเกมในตำนานภาคใหม่อย่าง GTA 6 ว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนกำไรมหาศาลจากยอดขายเกมและบริการในระบบนิเวศของ PlayStation เพื่อชดเชยส่วนต่างกำไรของฮาร์ดแวร์ที่ลดลง

วันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ จะไม่ใช่แค่การเปิดตัวเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่จะเป็นวันที่ Sony เริ่มต้นศักราชใหม่ของผลกำไรที่อาจจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ท่ามกลางวิกฤตชิปขาดแคลนก็ตาม

ที่มา : REUTERS

related