
SHORT CUT
Sony Pictures จับมือ Pop Mart ประกาศสร้างหนัง Labubu ดึงผู้กำกับ Paddington สู่จอเงินในรูปแบบ Live-action ผสม CGI สุดสมจริงที่แฟนๆ ทั่วโลกรอคอย!
จาก Art toy สู่จอเงิน! Sony Pictures ประกาศสร้างหนัง ‘Labubu’ ผนึกกำลังผู้กำกับ Wonka ปั้นจักรวาล The Monsters สู่ฮอลลีวูด
กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนทั้งวงการของสะสมและโลกภาพยนตร์ เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งฮอลลีวูดอย่าง Sony Pictures Entertainment ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Pop Mart แบรนด์อาร์ตทอยอันดับหนึ่งจากจีน นำคาแรกเตอร์สุดฮอตอย่าง ลาบูบู้ (Labubu) มาโลดแล่นบนแผ่นฟิลม์เป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนจากของเล่นตั้งโชว์เป็นดาราระดับโลกอย่างเต็มตัว
สิ่งที่ทำให้แฟนๆ เชื่อมั่นในโปรเจกต์นี้ อาจจะเป็นเพราะได้ตัว Paul King ผู้กำกับฝีมือฉกาจที่เคยฝากผลงานตราตรึงใจอย่าง Paddington 1,2 และล่าสุดกำกับ Wonka มานั่งแท่นกำกับและร่วมเขียนบท ซึ่งเครดิตของ Paul King นั่นขึ้นชื่อเรื่องการถ่ายทอดเรื่องราวที่อบอุ่น หัวใจพองโต และการสร้างตัวละครที่มีเสน่ห์จนคนหลงรักได้ไม่ยาก
นอกจากนี้ยังได้ Steven Levenson มือเขียนบทระดับรางวัลจาก Dear Evan Hansen และ Tick, Tick…Boom มาร่วมเติมเต็มเนื้อเรื่อง โดยตัวภาพยนตร์จะถูกสร้างในรูปแบบ Live-action hybrid ซึ่งเป็นการใช้คนแสดงจริงร่วมกับ CGI ที่ทันสมัยที่สุด เพื่อให้เส้นขนฟูๆ และสีหน้าท่าทางสุดกวนของ Labubu ออกมาสมจริงราวกับมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้จริงๆ
สาเหตุที่ Sony Pictures กล้าทุ่มทุนสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้มาจากความน่ารักเพียงอย่างเดียว แต่มาจากฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงปีที่ผ่านมาที่ Labubu ได้กลายเป็นไอเทมที่ต้องมีสำหรับคนทุกเพศทุกวัย
ความสำเร็จนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มนักสะสม แต่ได้ขยายวงกว้างออกไปสู่ระดับ Global โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ พลังของ Lisa effect
ลิซ่าและจุดเปลี่ยนทำให้คนหันมาสนใจเจ้า Labubu
หากจะพูดถึงความดังของ Labubu คงไม่สามารถข้ามชื่อของ ลิซ่า (ลลิษา มโนบาล) ไปได้ การที่ศิลปินระดับโลกอย่างเธอโพสต์ภาพถือกล่องจุ่มหรือการนำ Labubu Macaron มาห้อยกระเป๋าแบรนด์เนมได้สร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลจนเกิดภาวะ ของขาดตลาด ไปทั่วโลก
อิทธิพลของลิซ่าทำให้ Labubu ไม่ได้เป็นเพียงตุ๊กตาตั้งโชว์ แต่กลายเป็น Bag Charm หรือเครื่องประดับแฟชั่นที่ดาราและเซเลบรีตี้ทั่วโลกต้องหามาครอบครอง อีกทั้งยังมีการนำ Labubu มาใส่ชุดคอสตูม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตัวละครนี้มีบุคลิกที่ชัดเจน
และทั้งหมดนี้เป็นผลทำให้ความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นทำให้ราคาในตลาดรีเซลพุ่งไปหลายเท่าตัว ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า Labubu มีมูลค่าทางแบรนด์สูงพอจะถูกนำไปต่อยอดเป็นภาพยนตร์ระดับ Blockbuster
การประกาศสร้างหนังครั้งนี้คือการประกาศทางธุรกิจที่ชัดเจนของ Pop Mart ที่ต้องการจะยกระดับตัวเองจากผู้ผลิตของเล่นสู่การเป็นอาณาจักรความบันเทิง เช่นเดียวกับที่ Disney เคยทำสำเร็จกับ Mickey Mouse หรือ Sanrio ทำกับ Hello Kitty
การมีภาพยนตร์เป็นของตัวเองจะช่วยขยายจักรวาล The Monsters ให้กว้างขวางขึ้น เราอาจจะได้เห็นเรื่องราวปูมหลังของ Zimomo, Tycoco, Spooky ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม และนี่จะเป็นการสร้างความผูกพันระหว่างตัวละครกับแฟนๆให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีกลับมาที่ยอดขายอาร์ตทอยและสินค้าลิขสิทธิ์ต่างๆในอนาคต
แม้ว่าโปรเจกต์ภาพยนตร์ Labubu จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นพัฒนาและยังไม่มีกำหนดฉายที่แน่นอน แต่การรวมตัวกันของสตูดิโอระดับโลก ผู้กำกับมือทอง และตัวละครที่มีอิทธิพลต่อ Pop Culture สุงสุดในขณะนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่คนทั่วโลกรอคอยมากที่สุดในรอบทศวรรษ