
SHORT CUT
เปรียบเทียบวิสัยทัศน์ สิงคโปร์ปั้นทักษะ 'รู้เท่าทัน AI' ก่อนให้สิทธิฟรี สวนทางไทยทุ่ม 1.6 พันล้านเข็น TH-AI Passport เน้นแจกให้ใช้ แบบไหนยกระดับประเทศได้จริง?
การก้าวเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้รัฐบาลทั่วโลกต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ สำหรับภูมิภาคอาเซียน 'สิงคโปร์' และ 'ไทย' ต่างมีนโยบายผลักดันเรื่องนี้อย่างชัดเจน
แต่เมื่อเจาะลึกถึงแนวทางปฏิบัติ กลับพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่าง 'ยุทธศาสตร์การสอน' เพื่อสร้างองค์ความรู้ และการ 'แจก' เพื่อเพิ่มการเข้าถึง
รัฐบาลสิงคโปร์ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ลอว์เรนซ์ หว่อง ได้ประกาศทิศทางงบประมาณปี 2026 โดยอัดฉีดเม็ดเงินมหาศาลเพื่อพัฒนา AI อย่างเป็นระบบ
แนวทางของสิงคโปร์ไม่ใช่แค่การแจกเครื่องมือให้ใช้ฟรี แต่คือการสร้าง 'การรู้เท่าทัน AI (AI Literacy)'
มาตรการเด่นคือการให้เงินอุดหนุนประชาชนวัยทำงานโดยเฉพาะกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไปเพื่อเรียนรู้ทักษะใหม่ ควบคู่ไปกับการให้สิทธิภาคธุรกิจนำค่าใช้จ่ายด้าน AI มาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 400%
ที่น่าสนใจคือ รัฐบาลจะแจกสิทธิใช้งาน AI ระดับพรีเมียมฟรี 6 เดือนให้เฉพาะ 'ผู้ที่ผ่านการอบรมหลักสูตร AI' เท่านั้น ซึ่งเป็นกุศโลบายที่กระตุ้นให้ประชาชนเกิดความเข้าใจในเครื่องมือก่อนนำไปใช้งานจริง
ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับข้อถกเถียงเรื่องการผลักดันโครงการ 'TH-AI Passport' ด้วยงบประมาณ 1,600 ล้านบาท โดยเป้าหมายหลักคือการกระจายโอกาสให้คนไทยทุกระดับสามารถเข้าถึง AI ได้อย่างเท่าเทียม
ผู้สนับสนุนโครงการมองว่านี่คือการมอบโอกาสให้เด็กไทยมีผู้ช่วยส่วนตัวในการเรียนรู้ 24 ชั่วโมง และช่วยให้กลุ่มอาชีพต่างๆ เช่น เกษตรกร หรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ มีเครื่องมือช่วยวางแผนและทำการตลาด
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์บางส่วนได้ตั้งข้อสังเกตว่า การทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อ 'แจกให้ใช้' โดยเน้นเพียงการขยายฐานผู้ใช้งาน อาจไม่คุ้มค่าและไม่สามารถยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ หากผู้คนยังขาดทักษะในการต่อยอดเชิงธุรกิจ
เมื่อเปรียบเทียบทั้งสองแนวทาง จะเห็นว่านโยบายของไทยเน้นการผลักดันประชาชนเข้าสู่ระดับ 'ผู้ใช้งาน (AI Usage)' ซึ่งตอบโจทย์การลดช่องว่างทางดิจิทัลในระยะสั้น
แต่ความท้าทายสำคัญคือ หากเราพึ่งพาเพียงการแจกเครื่องมือโดยปราศจากการให้ความรู้อย่างลึกซึ้ง ประเทศอาจเสี่ยงที่จะเป็นเพียงผู้บริโภคเทคโนโลยีต่างชาติ
ในทางกลับกัน แนวทางของสิงคโปร์เน้นสร้างประชากรให้มี 'AI Literacy' ถือเป็นการลงทุนวางรากฐานที่แข็งแกร่ง
แม้จะใช้เวลาและงบประมาณในการฝึกอบรมสูงกว่า แต่ผลลัพธ์คือการได้แรงงานคุณภาพที่สามารถสร้างสรรค์และบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับอุตสาหกรรม ซึ่งจะนำไปสู่ความได้เปรียบทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนกว่าในระยะยาว
AIEAT เสนอ 8 ทางออก เปลี่ยน 'แจกฟรี' เป็น 'สร้างระบบนิเวศ AI' เพื่ออุดช่องโหว่และเพิ่มความคุ้มค่าให้โครงการ TH-AI Passport
ข้อเสนอทั้งหมดนี้มุ่งหวังให้ TH-AI Passport ไม่เป็นเพียงแค่เครื่องมือแจกฟรี แต่ต้องเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยให้คนไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีเป็นของตัวเองได้ในอนาคต