ไทยแจก TH-AI Passport งบ 1,600 ล้าน เทียบนโยบายสิงคโปร์ คุ้มค่าไหม?

ไทยแจก TH-AI Passport งบ 1,600 ล้าน เทียบนโยบายสิงคโปร์ คุ้มค่าไหม?

เปรียบเทียบวิสัยทัศน์ สิงคโปร์ปั้นทักษะ 'รู้เท่าทัน AI' ก่อนให้สิทธิฟรี สวนทางไทยทุ่ม 1.6 พันล้านเข็น TH-AI Passport เน้นแจกให้ใช้ แบบไหนยกระดับประเทศได้จริง?

SHORT CUT

  • สิงคโปร์เน้นพัฒนาทักษะ (AI Literacy) โดยนำสิทธิใช้งาน AI มาเป็นรางวัลให้ผู้ที่ผ่านการอบรม ขณะที่ไทยเน้นขยายฐานการใช้งาน (AI Usage) โดยอัดงบ 1.6 พันล้านแจกสิทธิให้ประชาชน 5 ล้านคนใช้ฟรีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
  • การลงทุนอัปสกิลแบบสิงคโปร์ช่วยสร้างขีดความสามารถการแข่งขันระดับชาติได้ยั่งยืนกว่า ในขณะที่การเน้นแจกให้ใช้ของไทย เสี่ยงที่จะทำให้ประชากรติดกับดักการเป็นเพียง 'ผู้บริโภค' เทคโนโลยีจากต่างประเทศ
  • สมาคม AIEAT เสนอ 8 ทางออกเพื่อแก้ปัญหาโครงการ TH-AI Passport โดยเน้นการดึงงบประมาณมาสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ ใช้โมเดลภาษาไทย (ThaiLLM) และซื้อเครดิตจากสตาร์ทอัพไทยมาแจก SME ซึ่งจะช่วยสร้าง 'ระบบนิเวศ AI' ที่เข้มแข็งมากกว่าแค่แจกให้ใช้งานแล้วจบไป

เปรียบเทียบวิสัยทัศน์ สิงคโปร์ปั้นทักษะ 'รู้เท่าทัน AI' ก่อนให้สิทธิฟรี สวนทางไทยทุ่ม 1.6 พันล้านเข็น TH-AI Passport เน้นแจกให้ใช้ แบบไหนยกระดับประเทศได้จริง?

การก้าวเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้รัฐบาลทั่วโลกต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ สำหรับภูมิภาคอาเซียน 'สิงคโปร์' และ 'ไทย' ต่างมีนโยบายผลักดันเรื่องนี้อย่างชัดเจน

แต่เมื่อเจาะลึกถึงแนวทางปฏิบัติ กลับพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่าง 'ยุทธศาสตร์การสอน' เพื่อสร้างองค์ความรู้ และการ 'แจก' เพื่อเพิ่มการเข้าถึง

CREDIT : REUTERS

สิงคโปร์ มุ่งสู่ 'AI Literacy' สร้างคนรู้เท่าทันก่อนให้เครื่องมือ

รัฐบาลสิงคโปร์ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ลอว์เรนซ์ หว่อง ได้ประกาศทิศทางงบประมาณปี 2026 โดยอัดฉีดเม็ดเงินมหาศาลเพื่อพัฒนา AI อย่างเป็นระบบ

CREDIT : REUTERS

แนวทางของสิงคโปร์ไม่ใช่แค่การแจกเครื่องมือให้ใช้ฟรี แต่คือการสร้าง 'การรู้เท่าทัน AI (AI Literacy)' 

มาตรการเด่นคือการให้เงินอุดหนุนประชาชนวัยทำงานโดยเฉพาะกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไปเพื่อเรียนรู้ทักษะใหม่ ควบคู่ไปกับการให้สิทธิภาคธุรกิจนำค่าใช้จ่ายด้าน AI มาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 400%

ที่น่าสนใจคือ รัฐบาลจะแจกสิทธิใช้งาน AI ระดับพรีเมียมฟรี 6 เดือนให้เฉพาะ 'ผู้ที่ผ่านการอบรมหลักสูตร AI' เท่านั้น ซึ่งเป็นกุศโลบายที่กระตุ้นให้ประชาชนเกิดความเข้าใจในเครื่องมือก่อนนำไปใช้งานจริง

ไทยดัน TH-AI Passport มุ่งเป้า 'AI Usage' ลดความเหลื่อมล้ำ

ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับข้อถกเถียงเรื่องการผลักดันโครงการ 'TH-AI Passport' ด้วยงบประมาณ 1,600 ล้านบาท โดยเป้าหมายหลักคือการกระจายโอกาสให้คนไทยทุกระดับสามารถเข้าถึง AI ได้อย่างเท่าเทียม

ผู้สนับสนุนโครงการมองว่านี่คือการมอบโอกาสให้เด็กไทยมีผู้ช่วยส่วนตัวในการเรียนรู้ 24 ชั่วโมง และช่วยให้กลุ่มอาชีพต่างๆ เช่น เกษตรกร หรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ มีเครื่องมือช่วยวางแผนและทำการตลาด

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์บางส่วนได้ตั้งข้อสังเกตว่า การทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อ 'แจกให้ใช้' โดยเน้นเพียงการขยายฐานผู้ใช้งาน อาจไม่คุ้มค่าและไม่สามารถยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ หากผู้คนยังขาดทักษะในการต่อยอดเชิงธุรกิจ

ไทย VS สิงคโปร์ นโยบาย AI แบบไหนได้ประโยชน์กว่ากัน?

เมื่อเปรียบเทียบทั้งสองแนวทาง จะเห็นว่านโยบายของไทยเน้นการผลักดันประชาชนเข้าสู่ระดับ 'ผู้ใช้งาน (AI Usage)' ซึ่งตอบโจทย์การลดช่องว่างทางดิจิทัลในระยะสั้น

แต่ความท้าทายสำคัญคือ หากเราพึ่งพาเพียงการแจกเครื่องมือโดยปราศจากการให้ความรู้อย่างลึกซึ้ง ประเทศอาจเสี่ยงที่จะเป็นเพียงผู้บริโภคเทคโนโลยีต่างชาติ

ในทางกลับกัน แนวทางของสิงคโปร์เน้นสร้างประชากรให้มี 'AI Literacy' ถือเป็นการลงทุนวางรากฐานที่แข็งแกร่ง

แม้จะใช้เวลาและงบประมาณในการฝึกอบรมสูงกว่า แต่ผลลัพธ์คือการได้แรงงานคุณภาพที่สามารถสร้างสรรค์และบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับอุตสาหกรรม ซึ่งจะนำไปสู่ความได้เปรียบทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนกว่าในระยะยาว

CREDIT : AIEAT

AIEAT เสนอ 8 ทางออก เปลี่ยน 'แจกฟรี' เป็น 'สร้างระบบนิเวศ AI' เพื่ออุดช่องโหว่และเพิ่มความคุ้มค่าให้โครงการ TH-AI Passport 

  • จัดสรรสิทธิ์ตามความจำเป็น : งานพื้นฐานใช้โมเดลฟรี สงวนโมเดลราคาสูงเพื่องานซับซ้อน เพื่อลดต้นทุน Token
  • เปิด API ให้นักพัฒนา : ให้สตาร์ทอัพไทยเข้าถึงระบบเพื่อนำไปสร้างสรรค์นวัตกรรมต่อยอด
  • ดัน ThaiLLM เป็นทางเลือกหลัก : สนับสนุนโมเดลภาษาไทย และส่งข้อมูลกลับให้นักวิจัยไทยเพื่อพัฒนาต่อ
  • ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน : แบ่งงบไปเพิ่ม AI Server ในประเทศ ให้นักพัฒนาใช้งานในราคาถูก
  • ทำเป็นแพลตฟอร์มแจ้งเกิด (AI Launchpad) : เป็นพื้นที่โปรโมตบริการ AI ของคนไทย
  • กางข้อมูลอย่างโปร่งใส : รายงานยอดการใช้ Token เพื่อนำพฤติกรรมไปใช้วางแผนอนาคต
  • ซื้อเครดิตสตาร์ทอัพไทย แจก SME : เอางบไปซื้อบริการจากสตาร์ทอัพไทยให้ SME ใช้ฟรี ได้ประโยชน์ทั้งคนใช้และคนพัฒนา (Win-Win)
  • คุมเข้ม AI Governance : โปร่งใสและปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA

ข้อเสนอทั้งหมดนี้มุ่งหวังให้ TH-AI Passport ไม่เป็นเพียงแค่เครื่องมือแจกฟรี แต่ต้องเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยให้คนไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีเป็นของตัวเองได้ในอนาคต

ที่มา : CNBCสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย

related