เปิดข้อพิรุธ TOR 'TH-AI Passport' ส่อง 12 จุดเสี่ยงล็อกสเปก เอื้อประโยชน์ใคร

เปิดข้อพิรุธ TOR 'TH-AI Passport' ส่อง 12 จุดเสี่ยงล็อกสเปก เอื้อประโยชน์ใคร

ส่อง 12 จุดเสี่ยงล็อกสเปก เปิดข้อพิรุธทีโออาร์ (TOR) 'TH-AI Passport' มูลค่ากว่า 1.6 พันล้านบาท ตั้งเงื่อนไขสุดหิน ที่อาจเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางกลุ่ม

SHORT CUT

  • มีการตั้งข้อสังเกต 12 ประเด็นในร่าง TOR โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1.6 พันล้านบาท ว่าอาจเป็นการล็อกสเปกเพื่อเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางกลุ่ม
  • เงื่อนไขคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ เช่น ต้องเป็น Distributor ของ Gen AI, มีผลงาน IT มูลค่าสูง และวางหลักประกัน 82.5 ล้านบาท ถูกมองว่าเป็นการกีดกันบริษัทขนาดกลางของไทย
  • การให้น้ำหนักคะแนนการสาธิตระบบ (POC) สูงถึง 52% ทำให้บริษัทที่มีแพลตฟอร์มอยู่แล้วได้เปรียบอย่างมาก และเป็นการสร้างภาระให้ผู้เข้าแข่งขันรายใหม่
  • ข้อกำหนดให้ต้องมี Gen AI ไม่น้อยกว่า 8 ยี่ห้อ และต้องเก็บข้อมูลในประเทศ (Data Localization) ทำให้จำนวนบริษัทที่เข้าเกณฑ์มีน้อยมากเพียงไม่กี่ราย
  • การส่งมอบงานด้านประชาสัมพันธ์ เช่น จอดิจิทัล 6,000 จุด และการจัดอบรม Bootcamp 4,000 คน มีเงื่อนไขที่ไม่ชัดเจนและตรวจสอบได้ยาก อาจเปิดช่องให้ส่งมอบงานไม่ครบถ้วน

ส่อง 12 จุดเสี่ยงล็อกสเปก เปิดข้อพิรุธทีโออาร์ (TOR) 'TH-AI Passport' มูลค่ากว่า 1.6 พันล้านบาท ตั้งเงื่อนไขสุดหิน ที่อาจเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางกลุ่ม

ยังคงเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง จากกรณีที่นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport มูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท ซึ่งตั้งเป้าให้คนไทย 5 ล้านคนเข้าถึง AI ระดับโปรฟรีเป็นเวลา 1 ปี

เปิด 12 ประเด็นข้อกังขาและจุดชวนสงสัยในร่างทีโออาร์ (TOR) โครงการ TH-AI Passport วงเงินกว่า 1.6 พันล้านบาท ที่อาจส่งผลให้เกิดการกีดกันทางการค้าและเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเฉพาะกลุ่ม

จุดที่ 1 เงื่อนไข 'Gen AI Distributor' ไม่มีนิยาม?

 

  • TOR บังคับให้ผู้ยื่นเป็น Distributor Gen AI Pro/Premium ≥ 1 ยี่ห้อ 
  • แต่ไม่นิยามคำว่า "Distributor" ว่าหมายถึงอะไร 

ความหมายคือ ไม่มีนิยามว่า สัญญาประเภทใด ออกโดยใคร มีอายุเท่าไร ตรวจสอบได้อย่างไร

ในทางปฏิบัติ OpenAI ไม่มี Distributor ในไทย มีแต่ขายตรงผ่านออนไลน์ทั้งหมด หมายความว่าคุณสมบัตินี้กรองออกโดยอัตโนมัติ ยกเว้นบริษัทที่มีสัญญา Enterprise กับ Google Cloud / Microsoft Azure ซึ่งในไทยมีไม่ถึง 5 ราย

จุดที่ 2 ผลงาน IT ≥ 400 ล้านบาท ใน 8 ปี สูงผิดปกติหรือไม่?

  • โครงการที่มีวงเงิน 1.6 พันล้านบาท การกำหนด Track Record หรือ “ประวัติผลงาน” ที่ 400 ล้านบาทดูสมเหตุสมผล 

แต่เมื่อดูรายละเอียดงาน core จริงๆ คือ Platform + Licensing ไม่ใช่งาน IT Development 

ผลก็คือ บริษัท IT ของไทยขนาดกลางที่มีความสามารถจริง แต่ไม่เคยรับงานรัฐขนาดใหญ่ จะถูกตัดออกทันที

 

จุดที่ 3 กำหนด POC หรือ ความเป็นไปได้ของระบบ ที่ 52% ของคะแนนเทคนิค ส่งผลให้บริษัทที่มีระบบอยู่แล้ว มีความได้เปรียบทันที

  • ต้องสาธิตระบบจริงก่อนรู้ผลประมูล น้ำหนักสูงถึง 52% ของคะแนนเทคนิค

ผลคือบริษัทที่มี Platform อยู่แล้ว จะลงทุนเพิ่มน้อยมากในการทำ POC ส่วนบริษัทที่ต้องสร้างใหม่ ต้องลงทุนหลักสิบล้านบาทก่อนรู้ว่าจะชนะประกวดราคาหรือไม่ ทำให้มีผู้ท้าชิงน้อยรายกล้าเข้าร่วม

 

จุดที่ 4 หลักประกันยื่นเสนอราคา 82.5 ล้านบาท เป็นการกรองผู้เล่นรายกลางออกหรือไม่? 

  • 5% ของงบประมาณ ซึ่งเป็นอัตราปกติตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 
  • แต่เมื่อรวมกับเงื่อนไขอื่น กลายเป็นการกรองบริษัทไทยขนาดกลาง ไม่สามารถผ่านเกณฑ์ได้ 

ผลคือ บังคับให้ต้องเป็นบริษัทใหญ่ระดับข้ามชาติ หรือบริษัทที่มี Credit Line สูงมากเท่านั้น

 

จุดที่ 5  ทีโออาร์บังคับให้แพลตฟอร์มต้องมี Gen AI ไม่น้อยกว่า 8 ยี่ห้อ ในระดับ Pro/Premium พร้อมกัน 

  • บริษัทส่วนใหญ่มีสัญญากับ 1–2 ยี่ห้อเท่านั้น 
  • บริษัทที่มี Partnership ครบ 8 ยี่ห้อในไทยน่าจะมีไม่เกิน 1–2 ราย

ผลคือ ส่งผลเสมือนเป็นการล็อกสเปคกลายๆ หรือไม่ เพราะเหลือผู้เล่นที่เข้าเกณฑ์น้อยมาก 

 

จุดที่ 6 ทีโออาร์กำหนดให้ข้อมูลต้องเก็บในประเทศไทย (Data Localization) และได้รับ ISO/IEC 27001 รวมถึงรองรับระบบ ThaiD ของกรมการปกครอง 

  •  - กำหนด 3 เงื่อนไขพร้อมกัน ทำให้บริษัทที่ไม่มี Data Center ในไทยโดยตรงตกรอบ 
  • กรองเหลือเฉพาะ Cloud ที่มี Local Region ในไทย 

ผลคือ คาดว่าน่าจะมี 3 บริษัทเท่านั้นที่เข้าเกณฑ์ 

จุดที่ 7 ไม่มีการจัดประชุมชี้แจงทีโออาร์อย่างเปิดเผย

  • โครงการมูลค่า 1.6 พันล้านบาท  ควรมีการจัดประชุมชี้แจงทีโออาร์ หรือ Pre-bid Meeting ให้ผู้สนใจซักถามหรือไม่ 
  • ต้องตรวจสอบย้อนหลังว่ามีการจัดหรือไม่ ถ้ามีการจัด มีใครเข้าร่วมบ้าง และข้อซักถาม มีการบันทึกและเผยแพร่หรือไม่

จุดที่ 8 กำหนดคะแนน PR หรืองานประชาสัมพันธ์ของโครงการ เพียง 4% ของคะแนนเทคนิค 

  • น้อยมากเมื่อเทียบกับ POC ที่กำหนดน้ำหนักถึง 52% 
  • แต่เมื่อดู Deliverable หรือ “ผลงานที่ต้องส่งมอบจริง” งาน PR กลับหนักมาก เพื่อให้คนเข้าถึงมากที่สุด เช่น 

Bootcamp 4 ครั้ง 4,000 คน (โปรแกรมการฝึกอบรมเพื่อเรียนรู้และเสริมทักษะแบบเร่งรัด)

การแข่งขัน 4 ครั้ง 400 คน

จอดิจิทัลมากกว่า 6,600 จุด

ออกทีวี 5 ครั้ง

ปริมาณงานในโครงการ PR มีมูลค่า 50–80 ล้านบาท แต่ถูกชั่งน้ำหนักเพียง 4% เหมือนเป็นงานเสริมเล็กๆ 

จุดที่ 9 คะแนน PR ที่กำหนดน้ำหนัก 4% ไม่จำเป็นต้องแข่ง 

  • การประมูลที่คะแนน PR มีน้ำหนักต่ำขนาดนี้ บริษัท IT ข้ามชาติที่ไม่มีทีม PR ในไทยเลย ก็สามารถ Outsource งานทั้งหมดให้บริษัทสื่อไทย แล้วใส่ในแผนเพื่อเอาคะแนน 4% ได้ทันที โดยไม่ต้องมีขีดความสามารถในการทำได้จริง

ผล คือ คะแนน PR ถูกออกแบบให้ไม่เป็นตัวแปรตัดสิน ผู้ชนะการประกวดราคาจะถูกตัดสินที่ POC 52% และ Gen AI Distributor status แทน ซึ่งล้วนเอื้อต่อบริษัท Cloud ข้ามชาติหรือไม่?

 

จุดที่ 10 การส่งมอบงานจอดิจิทัล 6,000 จุดในชุมชน ตรวจสอบได้จริงหรือ?  

  • การกำหนดให้ติดตั้งหรือใช้จอดิจิทัลมากกว่า 6,000 จุดในชุมชนทั่วประเทศภายใน 540 วัน ถูกตั้งคำถามว่า... 
  • ไม่มีนิยามชัดว่า 'จอในชุมชน' คืออะไร หมายถึงร้านสะดวกซื้อ ตลาด วัด ใช่หรือไม่
  • ไม่มีเกณฑ์ว่าต้องออกอากาศกี่ชั่วโมงต่อวัน
  • ไม่มีระบบยืนยันว่าจอทำงานจริง

ผลก็คือ เมื่อ 6,000 จุดทั่วประเทศ ตรวจนับจริงไม่ได้ จึงเป็นช่องว่างที่ผู้รับจ้างอาจแสดงหลักฐานเอกสารโดยไม่ต้องดำเนินการจริงครบถ้วน

 

จุดที่ 11 ทีโออาร์กำหนดให้มีการออกทีวี 5 ครั้ง 

  • แต่ไม่ระบุความยาว ช่วงเวลา หรือเรตติ้ง ขั้นต่ำ
  • แปลว่าความยาวต่อครั้ง 30 วินาที หรือ 30 นาที มีผลเท่ากันหรือไม่
  • ช่วงเวลาออกอากาศ ไพรม์ไทม์ กับตี 3 ถือว่าผ่านเงื่อนไขเหมือนกันหรือไม่
  • ช่องทีวี เป็นช่องท้องถิ่น ดาวเทียม ไม่ใช่ทีวีดิจิทัล ก็ได้หรือไม่ 
  • เรตติ้ง หรือ Reach ขั้นต่ำไม่มีกำหนดก็ได้หรือไม่ 

ผลก็คือ เงื่อนไขแบบนี้จะทำให้เกิดการตรวจรับงานได้ตามดุลพินิจของคณะกรรมการ อาจเปิดช่องให้ผู้รับจ้างส่งมอบงานตามเงื่อนไขที่ต้องออกโทรทัศน์ในคุณภาพต่ำ แล้วอ้างว่าทำมาครบแล้ว

 

จุดที่ 12 Bootcamp (โปรแกรมการฝึกอบรมแบบเร่งรัด) 4,000 คน ใครนับ ใครยืนยัน

  • ทีโออาร์ไม่ได้กำหนดระบบยืนยันตัวตนผู้เข้าร่วม Bootcamp ที่เป็นอิสระ 
  • ในโครงการประเภทนี้ ที่ผ่านมา สตง. เคยพบว่า ยอดผู้เข้าร่วมถูกนับซ้ำ หรือใช้รายชื่อพนักงานของผู้รับจ้างเองเพื่อเพิ่มตัวเลข

ผลก็คือ ใครเป็นผู้ตรวจรับ Bootcamp มีการใช้ระบบ ThaiD ยืนยันตัวตนผู้เข้าร่วมหรือไม่ ถ้าไม่มี แล้วตัวเลข 4,000 คนพิสูจน์ได้อย่างไร

ที่มา : เนชั่นทีวี

related