
SHORT CUT
VST ECS (Thailand) จับมือ AGIBOT เปิดตัวความร่วมมือด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ขับเคลื่อนอนาคตธุรกิจไทยผ่าน 'Embodied AI'
ปัจจุบัน เทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ที่หน้าต่างแชตบอตพิมพ์ตอบโต้ หรือโปรแกรมอัจฉริยะที่อยู่แค่ในหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่มาในรูปแบบของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ที่สามารถมาเดินปะปนกับเราได้จริง ทั้งยังสามารถนำมาใช้งานเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ล่าสุดบริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือวีเอสที อีซีเอส กรุ๊ป ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าและโซลูชันไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ร่วมมือกับ AGIBOT ผู้นำด้านโมเดลพื้นฐาน 'Embodied AI' มุ่งพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะควบคู่กับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ได้ประกาศก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ธุรกิจและทรานส์ฟอร์มองค์กรเข้าสู่ตลาดเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ภายใต้แนวคิด 'Embodied AI' ที่จะเชื่อมโยงความอัจฉริยะของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับการใช้งานจริงในภาคธุรกิจและชีวิตประจำวัน
เพราะในปัจจุบันเทคโนโลยีหุ่นยนต์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ระบบกลไกแบบเดิม แต่ได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างก้าวกระโดด ทำให้หุ่นยนต์มีความชาญฉลาดและมีลักษณะความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานจริงได้ทั้งในภาคธุรกิจและในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะช่วยเสริมรายได้และสร้างผลกำไรที่แข็งแกร่งให้กับบริษัทฯ ในระยะยาว
สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดและการจัดจำหน่ายในประเทศไทยในปัจจุบัน บริษัทฯ มุ่งเน้นแนวทางหลัก 2 ช่องทาง เพื่อตอบรับความต้องการของตลาดอย่างตรงจุด ดังนี้
1. กลุ่มลูกค้า B2B (Business-to-Business): มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าไอทีที่มีทีมพัฒนาซอฟต์แวร์โซลูชันของตนเอง เพื่อนำโซลูชันเหล่านั้นไปติดตั้งและประยุกต์ใช้งานร่วมกับตัวหุ่นยนต์ ก่อนนำเสนอขายเป็น Total Solution ให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ปลายทาง ทั้งในภาคเอกชนและภาครัฐ
2. กลุ่มลูกค้า B2C (Business-to-Consumer / Corporate): รองรับกลุ่มลูกค้าองค์กรที่ต้องการเช่าหุ่นยนต์เพื่อนำไปใช้งานในกิจกรรมระยะสั้น เช่น งานอีเวนท์, งานนิทรรศการ หรือกิจกรรมส่งเสริมการตลาด โดยบริษัทมีบริการนำหุ่นยนต์ไปจัดแสดงภายในงาน เพื่อให้ลูกค้าและผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสและเห็นศักยภาพด้านเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด
ปัจจุบันแนวโน้มและเทรนด์ตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีความต้องการด้าน AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ซึ่งการแข่งขันในตลาดจะมุ่งเน้นไปที่ความสามารถด้าน AI, การสื่อสารกับมนุษย์ และการเชื่อมต่อระบบเข้าด้วยกันมากขึ้น โดยมีเทคโนโลยีหลักอย่าง Generative AI, Voice Recognition, Cloud และ 5G เป็นตัวสนับสนุนสำคัญที่ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถนำมาใช้งานจริงได้มากขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ งานบริการ, การแพทย์และสาธารณสุข (Healthcare), ธุรกิจค้าปลีก และงานอีเวนต์ต่าง ๆ
ซึ่งทาง AgiBot กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำเข้าหุ่นยนต์เท่านั้น แต่เป็นการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงและนวัตกรรม 'Embodied AI' ของ AGIBOT มาร่วมขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทย เพื่อเปลี่ยนผ่านจากยุคหุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบเดิม ไปสู่ยุคของหุ่นยนต์อัจฉริยะที่สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างไร้รอยต่อ และสร้างผลิตผลที่ไร้ขีดจำกัดให้กับทุกอุตสาหกรรม
ส่วนประเด็นความกังวลของสังคมเรื่องผลกระทบต่อตลาดแรงงาน ทางวีเอสที อีซีเอส มองว่า หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เหล่านี้เป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานมากกว่าการเข้ามาทดแทนมนุษย์ทั้งหมด โดยเฉพาะในกลุ่มงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ หรืองานที่ใช้เวลานาน เพื่อช่วยให้บุคลากรสามารถโยกย้ายไปโฟกัสกับงานที่ต้องใช้ทักษะขั้นสูงและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์มากขึ้น อีกทั้งการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ยังช่วยสร้างโอกาสและตำแหน่งงานใหม่ ๆ ในอนาคต เช่น สายงานด้าน AI, ซอฟต์แวร์ และทีมสนับสนุนทางเทคนิค
นอกจากนี้ วีเอสที อีซีเอส ยังมุ่งมั่นที่จะส่งสัญญาณให้ตลาดไทยเข้าใจว่า AI และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ไม่ใช่เทคโนโลยีไกลตัวแห่งอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้งานเพื่อช่วยเพิ่มผลผลิต และสร้างคุณค่าเชิงธุรกิจในปัจจุบันได้จริง โดยองค์กรธุรกิจยังสามารถนำหุ่นยนต์ทรงมนุษย์รุ่นไฮไลต์อย่าง AGIBOT A2 Ultra ไปยกระดับประสบการณ์ลูกค้าได้ในหลายมิติ เช่น การทำหน้าที่ต้อนรับ, ให้ข้อมูลสินค้า, แนะนำโปรโมชัน ตลอดจนสร้างกิจกรรมภายในร้านค้าหรือภายในงาน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ สร้างภาพลักษณ์ด้านนวัตกรรม และสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างแบรนด์กับลูกค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
สำหรับจุดต่างของการสร้างแบรนด์ AGIBOT ในตลาดไทยเมื่อเทียบกับหุ่นยนต์หรือเทคโนโลยีเดิมในอดีต คือการปรับตำแหน่งทางการตลาดจากเดิมที่เป็นเพียง 'หุ่นยนต์ที่นำมาโชว์เทคโนโลยีความล้ำสมัย' ไปสู่ 'แพลตฟอร์ม AI ที่สร้างการใช้งานจริงในธุรกิจ' (Embodied AI) พร้อมรองรับโมเดลการใช้งานที่มีความยืดหยุ่นสูง ทั้งรูปแบบการให้บริการหรือระบบสมัครสมาชิก ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมขององค์กรไทยในปัจจุบันที่มองหาความคุ้มค่าและความยืดหยุ่นในการลงทุนมากกว่าการซื้อขาดเทคโนโลยี