
SHORT CUT
เมื่อ ‘หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง’ กลายเป็น ‘หมอใจ’ ยุคใหม่ เทรนด์พันล้านที่กำลังเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์การดูแลผู้ป่วย งานวิจัยปี 2025 ยืนยันช่วยบำบัดได้จริง ผู้ป่วยสมองเสื่อม เด็กออทิสติก และผู้สูงอายุ
ยุคนี้ใครๆ ก็อยากมีสัตว์เลี้ยงแก้เหงา แต่พอสบตากับภาระการเก็บอึ พาไปฉีดวัคซีน หรือค่าอาหารที่แพงกว่าค่าข้าวตัวเอง หลายคนอาจถอยกรูด แต่เทคโนโลยีช่วยเราได้เสมอ ล่าสุดเทรนด์ 'หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง' (Pet Companion Robot) ที่ออกแบบให้เหมือนแมวหรือสุนัขจริง กำลังมาแรงแซงโค้ง และที่สำคัญคือมันไม่ได้เป็นแค่ของเล่นเอาไว้แก้เหงา เพราะงานวิจัยระดับโลกยืนยันแล้วว่า นี่คือ 'เครื่องมือบำบัด' ชั้นดีโดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุและเด็ก
ลืมภาพหุ่นยนต์เหล็กแข็งทื่อไปได้เลย เพราะหุ่นยนต์ยุคนี้ ถูกออกแบบมาให้ขนฟู นุ่มนิ่ม และตอบสนองเหมือนสิ่งมีชีวิตจริงๆ โดยการศึกษาล่าสุด ในปี 2025-2026 พบความสามารถพิเศษหลายอย่างที่คนเลี้ยงสัตว์จริงๆ อาจทำไม่ได้ในบางบริบท โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม (dementia) และภาวะซึมเศร้า สอดคล้องกับงานวิจัยปีก่อนหน้าที่พบว่าหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงช่วยปรับปรุงพฤติกรรมและผลลัพธ์ทางจิตวิทยาได้ดี เช่น ลดความก้าวร้าว ความวิตกกังวล และอาการหงุดหงิดในผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะกลางถึงปลาย
รายงานของ Spherical Insights ชี้ว่าตลาดหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงเพื่อนคู่ใจ (Pet Companion Robot Market) มีมูลค่า 480 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 1,240 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2035 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 10.9% การเติบโตนี้สะท้อนว่ามันตอบโจทย์ 'สังคมสูงวัย' ทั่วโลกที่อยากได้เพื่อนแก้เหงาแต่ไม่อยากรับภาระหนัก ไม่ต้องดูแลมาก หรือบ้านพักคนชราที่เลี้ยงสัตว์จริงไม่ได้เพราะเรื่องความสะอาดและอาการแพ้ขน
นายก้องเกียรติ สกุลจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวนใหญ่ เฮ้าส์ จำกัด ตัวแทนจำหน่าย Joy for All ในประเทศไทย เปิดเผยว่าแม้หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงเพื่อการดูแลอารมณ์จะยังถือเป็นแนวคิดใหม่ในประเทศไทย แต่ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเนอร์สซิ่งโฮม ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และบุคลากรทางการแพทย์ ที่เริ่มนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น
“สิ่งที่เราเห็นชัดคือ เมื่อผู้ใช้งานได้สัมผัสจริง จะเข้าใจทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่สินค้า แต่เป็นตัวช่วยด้านอารมณ์ที่สามารถสร้างความผ่อนคลายและลดความรู้สึกโดดเดี่ยวได้จริง ทำให้หลายองค์กรเริ่มเปิดรับและนำไปใช้ในเชิงระบบมากขึ้น”
นอกจากนี้ ยังพบศักยภาพในการขยายไปสู่กลุ่มเด็กไทย โดยเฉพาะเด็กที่ต้องเข้ารับการรักษาเป็นระยะเวลานาน เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งมักเผชิญกับความเครียดและความเหงา โดยหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงสามารถช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่นและเป็นเพื่อนในช่วงเวลาที่ท้าทายได้
นอกจากผู้สูงอายุ เทรนด์ต่อไปคือการขยายไปสู่กลุ่ม 'เด็กที่ป่วยเรื้อรัง' เช่น ผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องอยู่โรงพยาบาลนานๆ น้องหุ่นยนต์เหล่านี้จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นเพื่อนซี้ที่ 'ไม่ต้องกินข้าว ไม่ต้องหาหมอ และไม่ตาย' ให้เสียใจภายหลัง
ที่สุดแล้ว งานวิจัยเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง Joy for All สามารถเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในประเทศไทยได้