
SHORT CUT
Gen Z และ Millennials ในสหรัฐฯ นิยมใช้ AI ปรึกษาสุขภาพก่อนหาหมอมากกว่ารุ่นอื่น สะท้อนปัญหาค่าใช้จ่ายสูง ระบบสาธารณสุขเข้าถึงยากและซับซ้อน
ผลการสำรวจที่จัดทำโดย Aflac และ Kantar Profiles กับกลุ่มตัวอย่างคนวัยทำงานกว่า 2,000 คนในสหรัฐฯ พบว่า 76% ของกลุ่มคนรุ่น Gen Z และ 63% ของกลุ่มคนรุ่น Millennials ใช้ AI เพื่อขอคำแนะนำด้านสุขภาพก่อนปรึกษาแพทย์ ขณะที่สัดส่วนดังกล่าวในกลุ่มชาวอเมริกันโดยรวมอยู่ที่เพียง 47% เท่านั้น
นอกจากนี้ ราว 18% ของ Gen Z และ 14% ของ Millennials ระบุว่า จะยังไม่นัดพบแพทย์ จนกว่าจะได้ลองใช้เครื่องมือ AI หรือเครื่องมือออนไลน์อื่นๆ จนครบถ้วน หรือจนกว่าปัญหาสุขภาพจะทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวพบได้น้อยมากในกลุ่มที่มีอายุมากกว่า โดยมีสัดส่วนไม่ถึง 5% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นกลุ่มคนรุ่น Gen X หรือกลุ่ม Baby Boomers
แม้ว่าค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ เห็นได้จากชาวอเมริกันถึง 50% ที่ระบุว่ารู้สึกเครียดกับค่ารักษาที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจล่าสุดนี้ชี้ให้เห็นว่า ความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายของคนรุ่นใหม่ไม่ได้แตกต่างจากค่าเฉลี่ยของประเทศ จึงไม่อาจอธิบายได้ว่า 'ทำไม? คนรุ่นใหม่จึงหันมาใช้ AI มากกว่ากลุ่มอายุอื่น'
ผลสำรวจพบว่า คนรุ่นใหม่จำนวนมากเริ่มถอยห่างจากระบบสาธารณสุขแบบดั้งเดิม โดย 65% ของ Gen Z และ 61% ของมิลเลนเนียลยอมรับว่าเคยเลื่อนหรือข้ามการตรวจสุขภาพและการคัดกรองโรคเป็นประจำ สูงกว่ากลุ่ม Gen X ที่ 47% และ Baby Boomers ที่ 33%
แม้สาเหตุส่วนหนึ่งจะมาจากการที่คนวัยหนุ่มสาวมองว่าตนเองยังแข็งแรง โดย 35% ของ Gen Z และ 29% ของ Millennials ระบุว่าไม่เข้ารับการตรวจเพราะรู้สึกว่าสุขภาพดีอยู่แล้ว แต่ผลสำรวจชี้ว่าปัญหาการเข้าถึงบริการยังเป็นอุปสรรคสำคัญ
ราวครึ่งหนึ่งของคนรุ่นใหม่ระบุว่า ปัญหาด้านการนัดหมาย เวลารอพบแพทย์ที่ยาวนาน และการต้องลางานเพื่อเข้ารับบริการ เป็นอุปสรรคหลักในการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน เทียบกับค่าเฉลี่ย 43% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด
ในจำนวนนี้ 41% ของ Gen Z เปิดเผยว่า เคยยกเลิกหรือไม่จองคิวพบแพทย์เพราะต้องรอคิวนานเกินไป
นักวิจัยของ Aflac ระบุว่า การที่คนหนุ่มสาวหันมาใช้ AI เพื่อค้นหาข้อมูลสุขภาพไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือแนวโน้มที่คนรุ่นใหม่ละเลยการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งอาจทำให้พลาดโอกาสในการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นหรือได้รับการวินิจฉัยปัญหาสุขภาพที่สำคัญจากบุคลากรทางการแพทย์ลดน้อยลงอย่างมาก
ผลสำรวจยังพบว่า ในภาพรวม คนรุ่นใหม่ไม่ได้พึ่งพา AI เพียงอย่างเดียว แต่ยังหันไปใช้แหล่งข้อมูลออนไลน์มากขึ้น โดย 23% ของ Gen Z และ 17% ของ Millennials เชื่อถือข้อมูลจากอินฟลูเอนเซอร์ ขณะที่มีเพียงไม่ถึง 5% ของ Gen X และ Baby Boomers ที่เชื่อถือแหล่งข้อมูลดังกล่าว
ส่วนความเชื่อมั่นต่อข้อมูลสุขภาพจากสื่อสังคมออนไลน์อยู่ที่ 28% ในกลุ่ม Gen Z และ 20% ในกลุ่ม Millennials เทียบกับเพียง 6% ของ Gen X และ 4% ของ Baby Boomers
ที่น่าสนใจคือ คนรุ่นใหม่เริ่มเชื่อถือข้อมูลจากการค้นหาทางอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ด้านการแพทย์ และสื่อสังคมออนไลน์ มากกว่าการปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ โดยมีเพียง 22% ของ Gen Z และ 31% ของ Millennials ที่เลือกปรึกษาแพทย์เป็นอันดับแรก ขณะที่ 45% ของ Gen Z และ 54% ของ Millennials ใช้การค้นหาข้อมูลออนไลน์เป็นแหล่งคำแนะนำด้านสุขภาพ
แม้ว่าคนรุ่นใหม่จะเข้าถึงข้อมูลสุขภาพผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น แต่ผลสำรวจพบว่าความรู้ด้านการป้องกันโรคยังมีข้อจำกัด โดยชาวอเมริกันจำนวนมากยังไม่ทราบว่าควรเริ่มตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเมื่อใด
สถานการณ์ในกลุ่มคน Gen Z น่าเป็นห่วงเป็นพิเศษ โดย 90% ของผู้ที่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ยอมรับว่าเคยหลีกเลี่ยงการตรวจคัดกรอง ขณะที่ 51% เชื่อว่าตนเองไม่น่าจะป่วยเป็นมะเร็งเลยตลอดชีวิต
นอกจากนี้ 15% ของ Gen Z ระบุว่าหากกังวลเรื่องโรคมะเร็ง จะเลือกค้นหาข้อมูลทางออนไลน์ก่อน ส่วนอีก 11% เลือกวินิจฉัยอาการด้วยตนเอง แทนที่จะเข้ารับการตรวจคัดกรอง
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society) ระบุว่า การวินิจฉัยโรคมะเร็งในระยะเริ่มต้นสามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิตในช่วง 5 ปีให้สูงกว่า 90% สำหรับมะเร็งหลายชนิด
ที่มา : techtarget